โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2567

สวพ.FM91

อัพเดต 22 ต.ค. 2567 เวลา 22.46 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2567 เวลา 22.46 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2567

>> ดาบตำรวจคลั่ง ไล่ยิงพ่อค้าขายผักได้รับบาดเจ็บคารถพ่วงข้าง เจ้าหน้าที่เจรจานานกว่า 2 ชม. จึงยอมมอบตัว

06.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ได้รับแจ้งเหตุมีตำรวจคลั่งถือปืนออกมาไล่ยิงพ่อค้าขายผักบนรถพ่วงข้าง ที่ม.6 ต.มิตรภาพ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม ทางด้านเจ้าหน้าตำรวจ สภ.แกดำ โดยพ.ต.อ.ไชยวัฒน์ ไชยโภชน์ ผกก.สภ.แกดำ พร้อมชุดสืบสวน, พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแกดำ พร้อมได้ประสานกำลังทางชุดปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม เดินทางออกไประงับเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบ ดาบตำรวจสมพร สวมเสื้อ สีเหลือง กางเกงขาสั้น ถือปืนเดินไปมา ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ยืนหลบหลังรถตำรวจ ที่จอดปิดถนนไว้กลางหมู่บ้าน โดยมีเสียงปืนยิงขึ้นเป็นระยะ ผ่านไป 2 ชม. ประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กระชับพื้นที่เข้าไป จนดาบตำรวจสมพร วิ่งหนีไปทางบ้านพัก เพื่อเข้าไปที่บ้าน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ ได้มีการเจรจาพูดคุย จนยอมวางปืน ทำให้สามารถเข้าไปจับกุมตัวได้ โดยที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนตามถนน 3 ปลอก และได้ควบคุมตัวไปที่ สภ.แกดำ รอทางด้านพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และรอดูอาการของคนเจ็บต่อไป

>> "ลูกหมี" มาศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง อดีตนางเอกฉ้อโกงเงิน 2 ล้าน

08.20 น. ที่ ศาลแขวงพระนครใต้ "ลูกหมี" รัศมี ทองสิริไพรศรี อดีตนางแบบชื่อดัง ได้เดินทางมาพร้อมกับทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ และ ทนายกุ้ง อำนวยพร มณีวรรณ์ เพื่อไต่สวนมูลฟ้อง นักแสดงสาว ปู มัณฑนา หิมะทองคำ ในคดีฉ้อโกง และพระราชบัญญัติความผิดอันเนื่องจากการใช้เช็ค โดยหลังจากไต่สวนมูลฟ้องในช่วงเช้า ลูกหมี , ทนายเดชา และ ทนายกุ้ง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์

โดยลูกหมีกล่าวว่า ทางศาลได้สอบถามเรื่องเกี่ยวกับพนักงานแบงค์ที่ไปทำธุระกรรมทางการเงินกรณีเช็คที่เด้งนั้นมีเงินในบัญชีของจำเลย ทางพนักงานก็ตอบว่าไม่มีเงินในบัญชี โดยบัญชีดังกล่าวไม่มีเงินมาสักพักแล้ว ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกอะไรเกี่ยวกับทางคู่กรณีไม่ยอมไกล่เกลี่ย คิดว่าคงจะสู้คดีเต็มที่ ส่วนตัวก็อยากจะไกล่เกลี่ยเพราะอยากได้เงินคืน เพราะเดือดร้อนจริงๆ สำหรับความรู้สึก เราก็รู้สึกว่าการที่เอาเงินไปให้คนที่เราคิดว่าไว้ใจนั้น ไม่มีอยู่จริง อยากบอกประชาชน ถ้าเรารู้จักใครสักคนไม่ว่าจะระยะสั้นหรือยาว การที่เงินออกจากกระเป๋าเราไปแล้วมันทำให้สูญเสียเงินจริงๆ เพราะกว่าจะเก็บเงินได้ขนาดนี้ มันเหนื่อย อยากให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องนี้ อยากจะบอกกับฝั่งคู่กรณีว่า อยากให้คืนเงิน ทางที่ดีที่สุดแค่โอนมา ลูกหมีกล่าว

ด้าน ทนายเดชา กล่าวว่า ในวันนี้ คุณปู ไม่ได้มา มีแต่ทางคุณหาญมาพร้อมกับทนายความ โดยศาลพยามให้ทั้งสองฝ่ายได้ไกล่เกลี่ยกัน ทางด้านคุณหาญได้ยกมือขึ้นยืนขึ้นและแจ้งว่าไม่ประสงค์ไกล่เกลี่ย ด้านทนายความคุณหาญก็ทำเช่นกัน ในส่วนที่ศาลถามฝั่งจำเลย ทางผมก็แจ้งว่าพร้อมไกล่เกลี่ย ทางศาลก็ต้องดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องคดี เพราะคู่ความทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ โดยคนแรกที่ไต่สวน คือผู้จัดการธนาคาร มีการตรวจเช็คเงินในบัญชีมี ปรากฏว่าทางทนายจำเลยยังซักถามไม่เสร็จ จึงทำให้ต้องมีการไต่สวนต่อในช่วงบ่าย ในส่วนพยานที่เหลือ มี คุณลูกหมีและคนขับรถ ในส่วนนี้การไต่สวน จะออกมาเป็นคดีเช็คเด้งหรือคดีฉ้อโกงหรือไม่นั้นก็ว่ากันไป ส่วนทางฝ่ายเราได้มีการฟ้องร้องคดีแพ่งเรียกเงินคืนด้วย ประมาณล้านกว่า โดยทางฝั่งคู่กรณี มีการฟ้องแย้งเรียกเช็คคืน เป็นคดีที่แปลก ทั้งที่ยังไม่ชำระหนี้คืน นอกจากนี้ยังมีการฟ้องคุณลูกหมี คุนลินลี่ และทีมทนาย โดยหลังจากวันนี้จะมีการนัดอีก วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567

>> เตรียมย้าย 18 ผู้ต้องขัง ‘ดิไอคอน’ ไปแดนพิจารณาคดี ทนายเข้าเยี่ยมได้ทุกวัน ไม่จำกัดเวลา เปิดโอกาสสู้คดีเต็มที่

10.30 น. นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผอ.กองทัณฑวิทยา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง ในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กระบวนการหลังจากกักโรคครบ 5 วัน ว่า หลังจากครบ 5 วัน (กรณีผู้ต้องขังหญิง 7 ราย ครบวันนี้, ผู้ต้องขังชาย 11 ราย ครบพรุ่งนี้ เพราะมี บอสพอล เข้าไปกักโรครวมกันช้าไป 1 วัน) จะมีการนำตัวผู้ต้องขังทั้งหมด ย้ายไปอยู่ที่แดนระหว่างพิจารณาคดี

นางกนกวรรณกล่าวว่า สุขภาพของผู้ต้องขังหญิงในคดีนี้ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง มีเพียงบางคนที่ต้องพบแพทย์ด้วยอาการเล็กน้อย เช่น ตาแห้ง มีไข้เล็กน้อย ส่วนของ ‘มิน’ ไม่มีการร้องขออะไรเป็นพิเศษ เรื่องความเครียดสามารถปรับตัวได้ดีขึ้น แต่ไม่ถึงกับปกติทั้งหมด เพราะการเข้ามาอยู่ตรงนี้ ต้องใช้เวลาปรับตัว

ระหว่างนี้ ทนายความสามารถเข้ามาเยี่ยมได้ทุกวันและไม่จำกัดเวลา ส่วนทางญาติจะสามารถเข้าเยี่ยมได้วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 15-20 นาที หรือจองเยี่ยมญาติออนไลน์ผ่านทางวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้เดือนละ 1 ครั้ง โดยวันนี้ มีญาติทั้งหมด 3 ที่คนติดต่อเข้ามาเยี่ยมผู้ต้องขัง ซึ่งตนเองขอไม่แจ้งว่าเป็นใคร เพราะจะกระทบกับสิทธิ์ของผู้ต้องขัง โดยคนที่ติดต่อเข้ามาเยี่ยมเป็นพ่อแม่หรือคนใกล้ชิด

>> จับ นศ.สาว ขนไอซ์มูลค่ากว่า 354 ล้านบาท อ้างพ่อเอามาฝากไว้

11.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน 235 หลังทราบว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดในพื้นที่ จ.อุดรธานี ในวันที่ 21 ต.ค. 67 จึงนำกำลังไปดักซุ่มอยู่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง เทศบาลนครอุดรธานี จ.อุดรธานี กระทั่งเวลา 18.30 น. พบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ทะเบียน อุดรธานี จอดอยู่หน้าโรงแรม และมีผู้หญิง 1 คนเดินลงมาที่รถ ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.บอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังใน จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น

จากการตรวจสอบ ภายในห้องโดยสารและที่เก็บของหลังรถพบกระสอบสีรุ้งจำนวน 12 กระสอบ เมื่อแกะออกดูพบว่าเป็นไอซ์บรรจุในกระสอบผลิตภัณฑ์ใบชาแห้งมีโลโก้ภาษาจีนจำนวน จำนวน 354 ถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม มูลค่าถึง 354 ล้านบาท เบื้องต้น น.ส.ใบตอง อ้างว่า มีพ่อชื่อท้าววี สัญชาติลาว อายุประมาณ 52 ปี โทรมาหาบอกว่าฝากของหน่อย เดี๋ยวจะมีคนมารับไปอีกทอด เจ้าตัวก็ร่ำไห้ไม่รู้ว่าพ่อเอาอะไรมาฝากไว้

ด้าน พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผู้บังคับการ ตชด.ภาค 2 กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการส่งยาไอซ์ลอดใหญ่มาพักไว้ที่ จ.อุดรธานี ก่อนจะส่งต่อไปยังชานกรุง จึงได้ร่วมกันวางแผนจับกุม จนนำมาซึ่งการจับกุมดังกล่าว โดยมี นศ.สาวคนดังกล่าว เอารถมาจอดไว้รอให้แก๊งยาเสพติดมาขับไปอีกทอด โดยไอซ์จำนวนดังกล่าวหากเล็ดลอดไปได้จะมีมูลค่า 354 ล้านบาท

ทั้งนี้ จากการสอบสวน น.ส.บอ เบื้องต้น เจ้าตัวบอกว่าไม่รู้เรื่องกับยาไอซ์ล็อตนี้ อ้างว่าท้าววี (พ่อ) ซึ่งเป็นคนลาวและได้เลิกรากับแม่ไปแล้ว มาฝากของเอาไว้ ซึ่งเจ้าตัวก็อยากให้พ่อออกมารับผิดชอบ อย่าทำให้ลูกต้องลำบาก แต่อย่างไรแล้ว เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนให้ชัดเจนอีกครั้ง ว่ามีส่วนร่วมด้วยหรือไม่ และจะติดตามแก๊งเครือข่ายยาเสพติด "แก๊งท้าววี" มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> นายกฯ เผย กรณี “ดิไอคอนกรุ๊ป” ขอประชาชนอย่ากังวล ดำเนินการตามกฎหมายอย่างแน่นอน

12.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงประเด็นความคืบหน้าของ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป ที่มีข้าราชการมีส่วนเกี่ยวข้อง ว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. อยู่ระหว่างดำเนินการหาข้อมูลหาข้อเท็จจริงตามหลักฐานที่มี โดยได้กำชับถ้าหากมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมให้รีบแจ้งประชาชนรับทราบ

ในส่วนที่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอทำให้ชัดเจนว่าเป็นใคร เพราะประชาชนได้ร้องเรียนในเรื่องดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ว่าจะมีการกลบเกลื่อนข้อมูล ซึ่งจากการพูดคุยกับ ผบ.ตร. ยืนยันไม่มีการกลบเกลื่อนข้อมูล ซึ่งเมื่อมีหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างแน่นอน

>> เพลิงไหม้ในห้องพักบนชั้น 4 อพาร์ทเม้นท์ย่านปรีดีพนมยงค์ เสียหายวอดทั้งห้อง

12.43 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ซอยปรีดีพนมยงค์ 43 ถนนสุขุมวิท 71 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุ เป็นอาคาร 5 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ห้องพักบนชั้น 4 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 25 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางกะปิ

>> รถอเนกประสงค์ เสียหลักพลิกลงข้างทาง มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

13.50 น. รับแจ้งจาก อาสากู้ภัย ฮุก 31 จุดจอหอ มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง แะมีผู้บาดเจ็บสาหัส ริมถนนสุระนารายณ์ ใกล้เคียงอู่เพชรการาจโคกสูง ในพื้นที่ ต.โคกสูง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ พบรถอเนกประสงค์ โตโยต้า ฟอร์จูเนอร์ สีขาว ป้ายทะเบียน ชลบุรี ลักษณะพลิกลงข้างทางสภาพรถพังเสียหาย และใกล้กันพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง สภาพถูกชนได้รับความเสียหาย

จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายเป็นชาย, หญิง ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.มหาราช ส่วนในจุดเกิดหเตุพบว่ามีผู้เสียชีวิต 3 ราย เป็นหญิง 2 และชาย 1 ราย ทั้ง 5 รายมากับรถอเนกประสงค์ ส่วนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ไม่มีผู้บาดเจ็บ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอหอ

>> ทนาย "บอสพอล" มอบคลิปขณะจ่ายเงินให้ตำรวจ เอาผิด นางสาว ก. ปมรีดเงิน

16.40 น. นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ บอสพอล เดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อนำหลักฐานคลิปวิดีโอตอนจ่ายเงินให้กับนักร้องเรียน มามอบให้กับตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับคนที่เรียกรับเงิน

โดย นายวิฑูรย์ กล่าวว่า วันนี้ตนได้เดินทางไปเยี่ยม บอสพอล ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อพูดคุยถึงแนวทางการทำงานหลังจากนี้ และ บอสพอล มีความประสงค์ให้เดินหน้าเอาผิดกับ นางสาว ก. ที่มีการรีดทรัพย์ ตนจึงได้นำหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่มีการซ่อนกล้องถ่ายไว้ ในวันที่กลุ่มบอสมีการจ่ายเงินให้กับกลุ่มของ นางสาว ก. โดยตนเองก็ไม่ทราบว่ามีทั้งหมดกี่คลิป แต่มีขนาดทั้งหมด 512 MB โดยในวันจ่ายเงิน บอสพอล ไม่ได้อยู่ด้วย แต่เป็นบอสคนอื่นอีก 3 คนและกลุ่มเลขา ซึ่งมีการซ่อนกล้องไว้ใต้หมวก ในคลิปมีการจ่ายเงินให้กว่า 10 คน คนละ 1-2 แสนบาท เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

แต่เท่าที่สอบถามมาทราบว่ามีการจ่ายให้กว่า 80 คน ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับนางสาว ก. ส่วนที่จะมาอ้างว่าเป็นการขอคืนความเสียหายจากการขายของไม่ได้ ตนขอถามว่าทำไมถึงไม่ไปแจ้งความดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาหรือยื่นร้องเรียน สคบ. แต่กลับให้มาจ่ายเงินให้จบกันไป มันไม่ถูก อย่างไรก็ตาม สำหรับคลิปที่มีการพูดคุยเรียกเงินกัน ตนต้องไปหาก่อน ต้องไปเยี่ยมบอสผู้หญิงก่อนว่าคลิปนั้นอยู่ที่ไหน ทั้งนี้เหตุผลที่เลือกจะจ่ายเงินให้กลุ่มดังกล่าวเพราะว่าโดนข่มขู่เยอะมาก และทำให้ชื่อเสียงเสียหาย จึงจ่ายเงินเพื่อตัดปัญหาความยุ่งยากของชีวิต ซึ่งนักธุรกิจหลายคนก็เลือกทำแบบนี้เหมือนกัน

ขอย้ำว่า ตอนนี้ตนได้รับคำสั่งจาก บอสพอลให้เดินหน้าเอาผิดกับนางสาว ก. ดังนั้น คนอื่นตนจะยังไม่แตะ แต่ถ้ามีใครที่ยังโจมตีไม่ว่าโจมตี บอสพอล หรือตนเอง ตนก็อาจจะมือลั่นขึ้นมาก็ได้ และตอนนี้ก็มีคนมาข่มขู่ บอกให้ตนระวังตัว ส่วนที่ นายอัจฉริยะ ที่บอกให้ตนเงียบ หยุดพูดนั้น ตนขอบอกว่า ตนจะไม่เงียบ ตนบอกเลยว่าหลังจากนี้จะสนุกแน่ อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้ตนเตรียมเปิดหลักฐานเกี่ยวกับคนที่มาเรียกเงิน 20 ล้านบาท โดยข่มขู่ตอนก่อนจะเกิดเรื่องว่า จะไปออกรายการช่องน้อยสีรายการหนึ่ง ขอ 20 ล้านได้ไหม แต่บุคคลดังกล่าวไม่ใช่คนของรายการโดยตรง แต่ตนจะเปิดเผยหลักฐานเรื่องนี้เมื่อไหร่นั้น ขอรอก่อน

>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บสาหัส ก่อนไปดับที่โรงพยาบาล

15.14 น. รับแจ้งจาก กู้ชีพสากเหล็ก มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนสายสากเหล็ก - พิจิตร บริเวณคลองละมุ ในพื้นที่ อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน พิจิตร ล้มคว่ำสภาพหน้ารถพังเสียหาย ใกล้กันพบรถกระบะ อีซูซุ สีขาว จอดอยู่เลนซ้าย จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 30 - 40 ปี มีอาการหมดสติปลุกไม่ตื่น แขนด้านซ้ายผิดรูป ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการปั๊มหัวใจ ก่อนรถ รพ.สากเหล็ก นำส่ง รพ.สากเหล็ก และผู้ได้รับบาดเจ็บได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สากเหล็ก

>> ไฟไหม้บนห้องพัก ย่านคลองสาม คลองหลวง จนท.ระดมฉีดน้ำระงับเหตุ พร้อมลำเลียงผู้ติดค้างลงสู่พื้นล่าง

17.10 น. กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้อาคารหอพัก 3 ชั้น ในซอย 8/13 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

รศ.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม ได้สั่งการให้กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดกำลังเข้าระงับเหตุไฟไหม้ พร้อมช่วยเหลือประชาชนโดยทันที กองป้องกันฯ ได้นำรถน้ำดับเพลิง จำนวน 3 คัน รถอุปกรณ์ จำนวน 1 คัน เเละเจ้าหน้าที่ดับเพลิง จำนวน 12 นาย เข้าระงับเหตุไฟไหม้

ซึ่งพบว่ามีไฟไหม้บริเวณห้องพักชั้น 1 และลุกลามไปห้องใกล้เคียง มีกลุ่มควันหนาในบริเวณตัวอาคาร ซึ่งมีผู้ติดอยู่ในอาคารชั้น 2 และชั้น 3 จำนวน 5 คน ได้ดำเนินการช่วยเหลือออกจากอาคารหอพักครบทุกคน ในเบื้องต้นมีอาการสำลักควัน 2 ราย นำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาแล้ว ส่วนอีก 3 ราย ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอาการปลอดภัยเเล้ว

ทั้งนี้จะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสอบสวนหาสาเหตุ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือบรรเทาการเดือดร้อนในลำดับต่อไป

>> DSI ยึดนาฬิกาหรู-ทรัพย์สิน "บอสพอล" เพิ่ม หลังพบถ่ายเทซุกห้องเช่าย่านรามอินทรา

19.00 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นำหมายค้นเข้าทำการตรวจค้น อะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งย่านรามอินทราซึ่งอยู่ใกล้กับที่ทำการบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป ซึ่งจากการสอบสวนพบว่าเป็นอาคารที่เป็นแหล่งซุกซ่อนทรัพย์สินของบอส ดิไอคอน เบื้องต้นพบทรัพย์สินเป็นนาฬิกาหรู จำนวนหลาย 10 เรือน เช่น ริชาร์ดมิลล์ พระเลี่ยมทองที่มีมูลค่าอีกจำนวนหนึ่ง กระเป๋า รองเท้าแบรนด์เนม ฯลฯ

โดยภายหลังการตรวจค้น ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี ว่ามีการนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดของบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป มาซุกซ่อนไว้ที่แห่งนี้ ซึ่งจากการสอบปากคำพลเมืองดี ระบุว่าเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา "บอสพอล" ขับรถสปอร์ตหรูสีเหลืองมาดูสถานที่ ทำให้เป็นที่แปลกตากับผู้ที่พบเห็น และก่อนที่จะขนย้ายทรัพย์สินก็มี "บอสออม" มาติดต่อทำสัญญาเช่า จากนั้นวันที่ 1 ต.ค. ก็ขนย้ายทรัพย์สินมา

ทั้งนี้ ทรัพย์สินที่พบมีทั้งนาฬิกาหรู จำนวนหลาย 10 เรือน เช่น ริชาร์ดมิลล์ เรือนสีน้ำเงินราคา 18 ล้านบาท เรือนสีแดงราคา 15 ล้านบาท พระเลี่ยมทองที่มีมูลค่าอีกจำนวนหนึ่ง กระเป๋า รองเท้าแบรนด์เนม อย่างไรก็ตามทรัพย์สินที่ตรวจพบวันนี้ จะมีการตรวจนับและแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในวันที่ 24 ต.ค. นี้

>> ตำรวจปะทะแก๊งค้ายา ย่านสายไหม คนร้ายยิงปืนเปิดทางหลบหนี รวบได้ 1 ราย ส่วนอีก 1 ราย จนท.เร่งไล่ล่า

23.00 น. พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.สายไหม พร้อม พ.ต.ท.สัญชัย คีรีรัตน์ รอง ผกก.ป. และ พ.ต.ท.วุฒิชัย บุญยู้ สวป. ร.ต.อ.พงศ์พัฒน์ เกิดนพนันท์ รอง สวป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปรามจับกุมยาเสพติด สน.สายไหม

เข้าจับกุมนายวุฒิศักดิ์ อายุ 37 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้าประมาณ 160,000 เม็ด และยาไอซ์ 1 กิโลกรัม หลังจากที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเปิดทางหนี บริเวณภายในซอยสายไหม 10 แขวงสายไหม เขตสายไหม กทม.

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมออกตรวจพื้นที่ เมื่อถึงบริเวณซอยสายไหม 57 แขวงสายไหม เขตสายไหม กทม. พบรถยนต์มีผู้โดยสารมาในรถจำนวน 2 คน ลักษณะต้องสงสัย จึงเรียกทำการตรวจค้น แต่รถยนต์คันดังกล่าวเร่งเครื่องยนต์หลบหนี และระหว่างหลบหนีคนร้ายรายหนึ่งรายได้เปิดกระจกรถยนต์ออกมา และใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไล่ติดตามจำนวน 5 นัด

จนถึงบริเวณสายไหมซอย 10 เจ้าหน้าที่จึงสกัดรถยนต์คันดังกล่าวไว้ได้ พร้อมทั้งสามารถควบคุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย อีก 1 รายวิ่งหลบหนีเข้าไปในซอย จากการตรวจค้นภายในรถพบยาบ้าประมาณ 160,000 เม็ด และยาไอซ์ ประมาณ 1 กิโลกรัม

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับคนร้ายที่อยู่ระหว่างหลบหนี 1 ราย มีลักษณะตัวเล็ก หัวโล้น สวมเสื้อดำแขนสั้น กางเกงขาสั้น มีอาวุธปืนสั้น รีวอลโว่ ติดตัว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างปิดล้อมตรวจค้น โดยเบื้องต้นจะใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เข้าตรจค้นพื้นที่โดยรอบ เพื่อหาจุดที่คนร้ายหลบซ่อนตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการขั้นตอนยุทธวิธี จากเบาไปหาหนัก เพราะผู้ต้องหานั้นมีอาวุธปืนติดตัว เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย

>> ไฟไหม้บนอพาร์ทเมนท์เสียหายวอดทั้งห้องและลุกลามห้องข้างเคียง

00.17 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยลาดพร้าว 122 แยก 26 ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ประกอบกิจการ

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 3 ชั้น ให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ห้องบนชั้น 3 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง และลุกลามห้องบนชั้นที่ 2 หายบางส่วน พื้นที่เสียหายโดยประมาณ 25 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่ทราบสาเหตุเนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก

>> ชิงทรัพย์ผู้เสียหาย แถวแยกเสนานิคม

01.06 น. ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191 แจ้งเหตุ คนร้ายชาย 1 คน สวมเสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ ก่อเหตุชิงทรัพย์ เป็นโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน 12 ของผู้เสียหายบริเวณใกล้เคียงแยกเสนานิคม ถนนพหลโยธิน หลังก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีฟ้า ทะเบียนจำได้ 9602 มุ่งหน้าแยกเกษตร

เพิ่มเติมจากเพื่อนผู้เสียหาย เล่าเหตุการณ์ เพื่อนชื่อ คุณปริม เป็นผู้เสียหาย ก่อนเกิดเหตุได้พูดคุยกับชายหนุ่มผ่านทางเฟซบุ๊ก ชื่อนายเอ็กซ์ อายุประมาณ 17 ปี แล้วมีการนัดเจอกันที่แถวแยกเสนานิคม หลังจากที่ไปเดินเที่ยวซื้อของกันเรียบร้อยแล้ว เพื่อนได้เกิดผิดใจกับนายเอ็กซ์ มีปากเสียงกันและนายเอ็กซ์ ทำร้ายร่างกาย ก่อนจะชิงเอาโทรศัพท์มือถือไอโฟน 12 ของเพื่อนไป โดยคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีฟ้า ทะเบียนจำได้ 9602 มุ่งหน้าแยกเกษตร ผู้เสียหายอยู่ระหว่างให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...