โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คลังเปิดตัวกองทุนวายุภักษ์ 1 ปลุกตลาดหุ้นไทย ฟื้นกลับมาในรอบ 11 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ส.ค. 2567 เวลา 04.14 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2567 เวลา 02.32 น.

กระทรวงการคลัง นัดแถลงเปิดตัว “กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง” 13 ส.ค. นี้ หวังเป็นกลไกเสริมปลุกตลาดหุ้นไทย ฟื้นกลับมาในรอบ 11 ปี

วันที่ 10 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่กระทรวงการคลังมีนโยบายให้มีการระดมทุนของกองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง เพื่อเป็นกลไกเสริมสร้างการออมและการลงทุนให้กับประชาชนในประเทศและส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุนของประเทศ

โดยในวันอังคารที่ 13 ส.ค. 2567 จึงมีการส่งหมายเชิญแถลงข่าว กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง เตรียมเดินหน้าเสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. เพิ่มทางเลือกการออม สนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนของประเทศ

นำทีมแถลงโดย นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง , นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง , ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ (ตลท.)

โดย กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง หรือที่มักเรียกกันว่า กองทุนวายุภักษ์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2546-2556 ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นฟื้นกลับมาในรอบ 11 ปี หลังจากยุคสมัยนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยเงินทุนเริ่มต้น 500,000 ล้านบาท หนุนให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มมากกว่า 100% จากเม็ดเงินลงทุนราว 500,000 ล้านบาท นอกจากนี้ กองทุนวายุภักษ์ ยังมีสถิติย้อนหลังที่ดี โดยเฉพาะการให้ผลตอบแทน 10 ปี (2546-2556) เฉลี่ยปีละ 15% โดยเชื่อว่าจะสามารถเรียกเม็ดเงินลงทุนได้จำนวนมาก

ด้านนายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า แนวคิดการฟื้นกองทุนเพื่อการลงทุนระยะยาวในรูปแบบของกองทุนวายุภักษ์ หลักคิดสำคัญ คือ ต้องการที่จะให้มีเม็ดเงินเติมเข้าไปในตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนอีกครั้ง โดยกองทุนวายุภักษ์ มีโอกาสแบ่งออกเป็น 2 หน่วย คือ “หน่วย ก.” สำหรับนักลงทุนทั่วไป และ “หน่วย ข.” สำหรับกระทรวงการคลังและหน่วยงานอื่น

ผู้ลงทุนทั่วไป (หน่วย ก.) จะได้รับผลตอบแทนจริง โดยมีขั้นตํ่า-ขั้นสูงต่อปี เป็นเวลา 10 ปี เช่น ขั้นตํ่า 3% (เท่ากับอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น), ขั้นสูง 7-9% ซึ่งตอนนี้ “หน่วย ข.” มีเม็ดเงินลงทุนอยู่ 3.5 แสนล้านบาท

ถ้า ขาย “หน่วย ก.” ให้ผู้ลงทุนทั่วไป 1.5 แสนล้านบาท จะทำให้กองทุนวายุภักษ์ มีมูลค่าราว 5 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นกองทุนที่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นที่ลงทุนในหุ้นไทย ประเด็นดังกล่าวคาดได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน หรือภายในไตรมาส 3/2567

ผู้ลงทุนทั่วไป (หน่วย ก.) จะได้รับผลตอบแทนจริง โดยมีขั้นตํ่า-ขั้นสูงต่อปีเป็นเวลา 10 ปี เช่น ขั้นตํ่า 3% (เท่ากับอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น), ขั้นสูง 7-9% ซึ่งตอนนี้ “หน่วย ข.” มีเม็ดเงินลงทุนอยู่ 3.5 แสนล้านบาท

ถ้า ขาย “หน่วย ก.” ให้ผู้ลงทุนทั่วไป 1.5 แสนล้าน บาท จะทำให้กองทุนวายุภักษ์มีมูลค่าราว 5 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นกองทุนที่ใหญ่ มากเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นที่ลงทุนในหุ้นไทย ประเด็นดังกล่าวคาดได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน หรือภายในไตรมาส 3 ของปีนี้

ขณะที่หากพิจารณาในมุมหุ้นที่มีโอกาสได้รับเม็ดเงินกระตุ้น คือ หุ้นเดิมที่กองทุน วายุภักษ์ 1 ถืออยู่แล้ว อาทิ

– PTT สัดส่วน 36.3%
– SCB สัดส่วน 24.3%
– TTB สัดส่วน 4.9%
– BCP สัดส่วน 3.5%
– KTB สัดส่วน 3.3%
– AOT สัดส่วน 1.8%
– ADVANC สัดส่วน 1.6%
– GULF สัดส่วน 0.9%
– SCC สัดส่วน 0.9%
– BDMS สัดส่วน 0.9%

ซึ่งผลรวมน้ำหนักหุ้น 10 อันดับแรกที่กองทุนวายุภักษ์ถือสูงถึง 78.3% จึงทำให้มีโอกาสสูงที่จะเห็นเม็ดเงินใหม่ไหลเข้าหุ้นดังกล่าวมากกว่าหุ้นอื่น ๆ อย่างไรก็ตามต้องติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิดว่ามีกฎเกณฑ์ และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ขัดต่อหุ้นเดิมหรือไม่ ซึ่งหากมีเม็ดเงินใหม่อาจไหลไปหุ้นใหม่ที่กองทุนวายุภักษ์ไม่ได้ถือก็เป็นได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คลังเปิดตัวกองทุนวายุภักษ์ 1 ปลุกตลาดหุ้นไทย ฟื้นกลับมาในรอบ 11 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...