เมืองที่รวยที่สุดในโลก มีประเทศอะไรบ้าง แล้วทำไมนิวยอร์กถึงครองแชมป์?
LSA Thailand
อัพเดต 31 ก.ค. 2567 เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2567 เวลา 01.19 น. • Lifestyle Asia Thailandคุณเคยรู้ว่าเมืองไหนที่มีคนรวยมากที่สุด? จากการศึกษาใหม่ล่าสุดของ Henley & Partners และ New World Wealth เมืองที่ผู้คนร่ำรวย และกลายเป็น เมืองที่รวยที่สุดในโลก นั้นก็คือ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยมีเศรษฐี 359,500 คน และมหาเศรษฐี 60 คน โดยมีเบย์แอเรีย แคลิฟอร์เนียตามหลังมาติด ๆ
แม้จะมีผู้คนกล่าวถึงเศรษฐกิจของชาวอเมริกันที่ชะลอตัว แต่ประชากรเศรษฐีในนิวยอร์กเพิ่มขึ้น 48% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แม้ว่าผู้คนจะกลัวว่าตัวเองจะจนลงและการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ก็ตาม จากการรายงานของ Henley & Partners ในความร่วมมือกับ New World Wealth ขณะนี้ประชากรเศรษฐีในนิวยอร์กมีจำนวนมากกว่าประชากรทั้งหมดของออร์แลนโดหรือพิตส์เบิร์ก ปัจจุบันชาวนิวยอร์กมีความมั่งคั่งมากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่า GDP ของบราซิล อิตาลี หรือแคนาดา เสียด้วยซ้ำ
ลองมาดูอันดับสอง อ่าวซานฟรานซิสโก ที่กำลังตามทันอย่างรวดเร็ว ประชากรเศรษฐีในเขตเบย์แอเรียเพิ่มขึ้น 82% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเป็น 305,700 คน ตามรายงานพบว่าบริเวณอ่าวเป็นผู้นำในด้านประชากรมหาเศรษฐี โดยมีมหาเศรษฐี 68 คน ซึ่งเปรียบเทียบประชากรที่ร่ำรวยทั่วโลก ณ เดือนธันวาคม
ปกติสหรัฐอเมริกาก็มักจะเป็นผู้นำด้านความมั่งคั่งอยู่แล้ว ก็กำลังเพิ่มความเป็นผู้นำในฐานะผู้สร้างเศรษฐีและมหาเศรษฐีรายใหญ่ที่สุดในโลกเพิ่มเข้าไปอีก เพราะ สหรัฐอเมริกาเป็นที่ตั้งของ 11 เมืองจาก 50 เมืองที่ร่ำรวยที่สุด จากตามรายงานที่ได้เก็บข้อมูลมา
จริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใจอะไรที่ประเทศจะร่ำรวย ก็เพราะว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ความมั่งคั่งทางเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้น และการทำข้อตกลง ได้สร้างความมั่งคั่งเป็นประวัติการณ์ มาตรการกระตุ้นทางการคลังสำหรับการระบาดใหญ่ได้กระตุ้นการสร้างความมั่งคั่งอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับสูง โดยความมั่งคั่งของกลุ่ม 1% แรกของอเมริกาเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% ตามข้อมูลของธนาคารกลางสหรัฐ
“สหรัฐฯ ยังคงครองเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการครอบงำภาคการเงิน เทคโนโลยี และความบันเทิงทั่วโลก” แอนดรูว์ อมอยลส์ (Andrew Amoils) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ New World Wealth กล่าว “โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมืองต่าง ๆ ในสหรัฐฯ มีประสิทธิภาพเหนือกว่าเมืองทางตะวันตกอื่น ๆ อย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ในด้านความมั่งคั่งโดยรวมและการเติบโตของเศรษฐี” เขากล่าวเสริม
นอกจากอเมริกา เรายังได้เห็นบางเมืองทั่วโลกที่โชคชะตาเล่นตลกให้กลับมามีโชคอีกครั้งบ้าง เช่น โตเกียว ซึ่งเคยเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในโลกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ปัจจุบันอยู่อันดับที่ 3 โดยมีประชากรมหาเศรษฐีลดลง 5% เหลือ 298,300 คน ส่วนเมืองผู้ดีอย่าง ลอนดอน ซึ่งเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในโลกมานานหลายปี ร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 5 เนื่องจากเหตุการณ์ Brexit การคว่ำบาตรของรัสเซีย และนโยบายอื่น ๆ ทำให้ความมั่งคั่งและ ประชากรเศรษฐีของเมืองลดลง 10%
ลองมามองที่พี่ใหญ่อีกหนึ่งประเทศมหาอำนาจอย่างจีน ที่ทะลุ 10 อันดับแรกเป็นครั้งแรก โดยปักกิ่งมีเศรษฐีเพิ่มขึ้น 90% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเป็น 125,600 เศรษฐี อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจที่ชะลอตัวก็ทำให้จำนวนประชากรเศรษฐีลดลงเช่นกัน 4%
นั้นก็เป็นข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งและไม่อาจปฏิเสธความจริง ตลาดการเงินยังเป็นกลไกหลักในการสร้างเศรษฐีขึ้นมาในประเทศนั้น ๆ โดย เยอร์ก สเตฟเฟน (Juerg Steffen) ซีอีโอของ Henley & Partners กล่าวว่าตลาดการเงินเป็นกลไกหลักในการสร้างความมั่งคั่งทั่วโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
และนี่คือการจัดอันดับ เมืองที่รวยที่สุดในโลก โดย Henley & Partners และNew World Wealth:
- นิวยอร์กซิตี้
- เบย์แอเรีย แคลิฟอร์เนีย
- โตเกียว
- สิงคโปร์
- ลอนดอน
- ลอสแองเจลิส
- ปารีสและอิล-เดอ-ฟรองซ์
- ซิดนีย์
- ฮ่องกง
- ปักกิ่ง
Main, Hero and Featured images: Getty Images
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
References:
https://www.henleyglobal.com/publications/wealthiest-cities-2024
https://www.cnbc.com/2024/05/07/worlds-richest-cities-new-york-tops-new-list.htmlThe information in this article is accurate as of the date of publication.