เงินเฟ้อ ก.ค.ขึ้น 0.83% พาณิชย์ เผยราคาน้ำมันนิ่ง-อาหารสดหน้าฝน หนุนเงินเฟ้อ ลุ้นดีดเข้าปลายปี
เงินเฟ้อ ก.ค.ขึ้นจิ๊บๆ 0.83% ก.พาณิชย์ เผยราคาน้ำมันนิ่ง-อาหารสดหน้าฝน หนุนเงินเฟ้อ ลุ้นดีดเข้าปลายปี
วันที่ 7 สิงหาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนกรกฎาคม 2567 เท่ากับ 108.71 เทียบกับเดือนมิถุนายน 2567 เพิ่มขึ้น 0.19% เทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566 เพิ่มขึ้น 0.83% เป็นบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4
โดยปัจจัยสำคัญมาจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับมีการปรับตัวสูงขึ้นของราคาสินค้ากลุ่มอาหาร โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป ผลไม้สด ข้าวสารเจ้า และข้าวสารเหนียว สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก โดยเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 7 เดือนแรกปี 2567 เพิ่มขึ้น 0.11% สำหรับเงินเฟ้อพื้นฐาน(หักกลุ่มพลังงานและอาหารสด)เดือนกรกฎาคม 2567 เพิ่มขึ้น 0.19% เทียบกับเดือนมิถุนายน 2567 และเพิ่มขึ้น 0.52% เทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566 โดยเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 7 เดือนแรก2567 เพิ่มขึ้น 0.42%
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ลงในรายละเอียดเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม 2567 ที่เพิ่ม 0.83% มาจากการสูงขึ้นของราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 1.27% สินค้าที่ราคาสูงขึ้น อาทิ กลุ่มอาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง อาหารเช้า อาหารตามสั่ง) กลุ่มผลไม้สด (เงาะ ทุเรียน มะม่วง กล้วยน้ำว้า แตงโม ฝรั่ง) กลุ่มข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง (ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว) กลุ่มผักสด (มะเขือเทศ ต้นหอม ขิง ฟักทอง แตงกวา) กลุ่มไข่และผลิตภัณฑ์นม (ไข่ไก่ นมสด นมถั่วเหลือง) กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น) น้ำหวาน) และกลุ่มเครื่องประกอบอาหาร (น้ำตาลทราย กะทิสำเร็จรูป มะพร้าว (ผลแห้ง/ขูด)
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ขณะที่สินค้าราคาลดลง อาทิ เนื้อสุกร ปลาทู ส้มเขียวหวาน ผักคะน้า น้ำมันพืช มะนาว กระเทียม และไก่ย่าง เป็นต้น สำหรับหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 0.50% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ กลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง (แก๊สโซฮอล์ น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน) แต่สินค้าที่ราคาลดลง อาทิ ค่าไฟฟ้า แชมพู สบู่ถูตัว ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว ครีมนวดผม เสื้อยืดบุรุษและสตรี และเสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี เป็นต้น
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อเดือนสิงหาคม 2567 คาดใกล้เคียงกับเดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งปัจจัยที่อาจทำให้เงินเฟ้อชะลอตัวลง คือ ค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้าจากมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ เนื้อสุกรราคาอยู่ระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า เนื่องจากมีอุปทานเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้ราคาคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผักสดแนวโน้มราคาลดลง หลังเข้าสู่ฤดูฝน และฐาน ราคา น้ำมันดิบดูไบในปีก่อนหน้าอยู่ระดับสูง โดยเดือนสิงหาคม 2566 ราคาอยู่ที่ประมาณ 86.61 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เทียบกับค่าเฉลี่ย ณ วันที่ 30 กรกฎาคม อยู่ที่ 79.69 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนปัจจัยที่ยังต้องจับตา ที่คาดว่าจะทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น คือ ราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศกำหนดเพดานไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ราคาสินค้าและบริการหมวดที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาค่าโดยสารเครื่องบินตามการฟื้นตัวต่อเนื่องของการท่องเที่ยว และราคาผลไม้สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เพราะมีอุปสงค์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะทุเรียน และเงาะ
” คาดว่าเงินเฟ้อไตรมาส 3/2567 จะใกล้เคียงกับไตรมาส 2/3567 ส่วนไตรมาส 4/2567 น่าจะเพิ่มขึ้น เพราะถ้าจำกันได้ รัฐบาลมีนโยบายและดำเนินการช่วยเหลือราคาพลังงาน ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2566 ราคาน้ำมันไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เทียบกับตอนนี้ ราคาอยู่ที่ไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ซึ่งน้ำมันมีสัดส่วน 10% ของเงินเฟ้อ จึงมีผลมาก อาจเห็นตัวเลขเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นชัดเจนในไตรมาส 4 ส่วนเงินดิจิทัลวอลเล็ต จะออกมา เป็นการเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน ไม่ได้มีผลต่อต้นทุนสินค้า ราคาสินค้าไม่น่าปรับขึ้น ทางกลับกันจะแข่งทำโปรโมชันลดราคากันมากกว่า โดยภาพรวมกระทรวงพาณิชย์คงไม่เปลี่ยนแปลงคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปปี 2567 อยู่ที่ 0.0–1.0% ค่ากลาง 0.5% ” นายพูนพงษ์ กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินเฟ้อ ก.ค.ขึ้น 0.83% พาณิชย์ เผยราคาน้ำมันนิ่ง-อาหารสดหน้าฝน หนุนเงินเฟ้อ ลุ้นดีดเข้าปลายปี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th