โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Boy Sober ปฏิบัติการสร่างผู้ชาย เทรนด์การดีท็อกซ์หัวใจ ด้วยการหยุดพักเรื่องรักๆ ใคร่ๆ หายเหนื่อยเมื่อไหร่ ค่อยกลับไปเดตอีกที

Mirror Thailand

อัพเดต 18 ก.ย 2567 เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2567 เวลา 06.11 น.
ภาพไฮไลต์

ปัดขวา แมทช์ เริ่มคุย แลกไอจี นัดเจอ บางครั้งก็มีเซ็กซ์กัน ท็อกซิก เขาเปลี่ยนไป เราเปลี่ยนไป ไม่ถูกใจ ค่อยๆ ถอยห่างกัน เลิกคุย และจบด้วยอันฟอลฯ หรือบล็อกกันไปเลย นี่คือวัฏจักรสุดวายป่วงสำหรับการเดตในยุคที่แฟนหาง่ายขึ้นด้วย Dating app ก็จริง แต่ใช่ว่าจะหาได้ทุกคน เพราะอีกหลายต่อหลายคน ก็ติดแหงกอยู่ในสถานะ ‘คนคุย’ หรือ Situationship ไม่ได้ไปต่อหรือลงเอยเป็นคนรักกันในตอนจบ และนั่นทำให้บางคนเริ่มจะเหนื่อย เบื่อ เซ็ง จนเกิดเทรนด์ฮิตของสาวๆ ที่ขอพักจากวงจรการเดตที่ท็อกซิกกับใจอย่าง ‘Boy Sober’ เทรนด์การ ‘ดีท็อกซ์’ เรื่องรักๆ ด้วยการหยุดพักมันไว้ก่อนชั่วคราว เพื่อรีเซ็ตพลังงานในตัวเอง แต่ใช่ว่าจะยอมแพ้ หรือขอครองโสดไปตลอดชีวิต เพราะหากพร้อมเมื่อไหร่จะกลับไปลงสนามหาไอ้ต้าวความรักอีกครั้งแน่นอนจ้า

Boy Sober หรือแปลเป็นไทยว่า ‘สร่างจากผู้ชาย’ เป็นการเปรียบเปรยอาการสร่างเมาเหล้า และหันกลับมามองตัวเองว่าช่วงนี้สุขภาพกายและสุขภาพใจเริ่มไม่ค่อยจะดี ต้องของดเหล้าสักหน่อย เพื่อฟื้นฟูร่างกาย เหมือนกันเลยค่ะ การสร่างจากผู้ชายนี้ ก็คือจากที่เราอนุญาตให้ผู้ชายเข้ามามีส่วนทำให้สุขภาพกายและสุขภาพใจเราห่อเหี่ยว หรือเข้าขั้นท็อกซิก ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ต้อง ‘พัก’ เพื่อให้เวลาตัวเองได้เยียวยาใจบ้างอะไรบ้าง ซึ่งพักในที่นี่ก็ต้องพักจริงๆ ไม่ใช่พักแต่ยังวอกแวกหรือโหยหานะ ไม่งั้น มันจะกลายเป็นว่า เรายังสร่างเมาจากผู้ชายไม่จริง!

นั่นจึงจำเป็นต้องมีกฎในการทำ Boy Sober อย่างชัดเจน ก่อนเริ่มปฏิบัติการงดผู้ชาย ตั้งแต่ลบแอปฯ หาคู่ทิ้ง ไม่ออกเดต ไม่มีเซ็กซ์ ไม่นัดเย ไม่กอด ไม่จูบ ไม่มีคนคุย และไม่มีแฟนเก่า (ในที่นี่อาจหมายถึงเลิกติดต่อกับคนเก่าๆ ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต) รวมถึงกำหนดระยะเวลาไว้ชัดเจนเลยว่าเราจะทำวงจรชีวิตใหม่นี้ไปถึงเมื่อไหร่ เช่น บางคนตั้งใจสร่างผู้ชายเป็นระยะเวลา 1 ปี หรือ 1 เดือน หรือ 3 เดือน หรือจะแค่ 3 สัปดาห์ก็ได้ หรือถ้าตั้งเป้าไว้แล้วรู้สึกยังใช้เวลาไม่พอ จะขอต่อเวลาให้ตัวเองได้โสดไปอีกสักพัก อันนั้นก็ถือเป็นสิทธิ์ของเราเช่นกัน หากค้นพบว่าความสุขในการเป็นโสด มันก็ไม่แย่อะไร

ซึ่งกฎที่ว่าก็เป็นกฎคร่าวๆ ที่ผู้เริ่มเทรนด์นี้อย่างคอมเมเดี้ยนสาว ‘Hope Woodard’ อธิบายไว้ เพราะเธอทำแล้วได้ผลดีต่อสุขภาพจิตตัวเองไม่น้อย จึงอยากเอามาแชร์ให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งกับสาวๆ ที่เหนื่อยกับการตามหารักแท้อยู่

ก่อนที่ Hope จะตระหนักรู้ถึงความสุขที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองและริเริ่มเทรนด์นี้ขึ้นมา เธอเคยหมกมุ่นกับผู้ชายในแอปฯ แบบสุดๆ เธอกล่าวว่า “ฉันเคยคอยสแตนด์บายตลอดเวลาและเช็คโทรศัพท์อย่างกับคนบ้า! และฉันก็ตระหนักได้สุดๆ ว่าความจริงก็คือ เขาคนนั้นไม่ได้แคร์เลยว่าฉันจะอยู่หรือตาย” และเมื่อเธอตั้งกฎให้ตัวเองว่าจะเลิกออกเดต หรือมีความสัมพันธ์กับใครเป็นระยะเวลาหนึ่งปี เธอก็ลบแอปฯ ทิ้ง และเริ่มใช้ชีวิตโดยไม่ขึ้นอยู่กับการรอคอยความรักจากใคร

“Boy Sober มันเปลี่ยนชีวิตฉันไปเลย…นี่เป็นครั้งแรกเลยอะที่ฉันได้รู้จักตัวเองจริงๆ” และ Hope ก็ได้รู้ว่า “บางทีเราอาจเป็นหนึ่งในผู้หญิงรุ่นแรกๆ ที่ไม่จำเป็นจำเป็นต้องยึดติดกับผู้ชาย เพื่อรอให้เขามอบเอเนอร์จี้หรือพลังหรืออะไรก็ตามให้เรา”

นอกจาก Hope แล้ว ก็มีสาวๆ หลายคนที่ลองเข้าเทรนด์นี้ แล้วพบว่ามันเวิร์คอยู่ไม่น้อย เช่น Carly Galluzo จากนิวยอร์ก ผู้เคยตกหลุมรักใครได้ง่ายๆ และผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากการคุยกับผู้ชาย เธอกล่าวว่าก่อนหน้านี้ “พอฉันโสด ฉันก็มักจะเริ่มตามหา (ความรัก) ซึ่งมันทำให้ฉันคิดว่า บางทีฉันควรจะหยุดเรื่องทั้งหมดนี้และกดปุ่มรีเซ็ตระบบใหม่ แล้วค่อยมานั่งไตร่ตรองจริงๆ ว่า ที่ฉันเคยเดตมาทั้งชีวิตเนี่ย มันเป็นยังไง” Carly ตัดสินใจลบแอปฯ และไม่ได้ออกเดตเลยนับแต่นั้นมา โดยเธอไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุดสำหรับ Boy Sober ด้วย เพราะเธอแฮปปี้และติดใจกับชีวิตตอนนี้ไปแล้ว

หรือ Alexis Doss ที่เมื่อเธอเข้าสู่เทรนด์นี้ เธอก็ได้ข้อคิดอย่างหนึ่งว่า “ฉันอยากให้ความสัมพันธ์ของฉัน เป็นความสัมพันธ์ที่ตัวฉันนั้นเข้มแข็งมากๆ และผู้ชายคนนั้นก็ต้องพยายามที่จะแข่งขันกับกำแพงนั้นเข้ามาให้ได้ ซึ่งมันก็คงเป็นชาเลนจ์อย่างนึง“

สำหรับมุมมองของผู้เชี่ยวชาญต่อ Boy Sober ก็เป็นในทิศทางที่ดี โดย Natasha Silverman ที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์ เธอแนะนำสาวๆ ว่า “หากคุณกำลังรู้สึกเบิร์นเอาต์จากการออกเดต อาจถึงเวลาแล้วที่คุณต้องหาเวลาพักเบรกสักครู่ แล้วมาโฟกัสในสิ่งที่คุณรัก และผู้คนรอบข้างในชีวิตที่สำคัญกับคุณ” เพราะหลายครั้ง ตอนที่เราโฟกัสแต่ ‘เขา’ เราก็อาจเผลอหลงลืมสิ่งที่ชอบ หรือมิตรภาพรอบข้างที่คอยหวังดีกับคุณ ฉะนั้นแล้ว ช่วงพักตรงนี้นี่แหละ ที่จะพาคุณกลับไปให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อื่นๆ ในชีวิตนอกเหนือจากความสัมพันธ์โรแมนติก

“และเมื่อคุณรู้สึกมั่นใจมากขึ้น และปลอดภัยแล้ว คุณจะกลับไปเดตใหม่อีกครั้ง ในแบบที่แตกต่างไปจากเดิม เพราะคุณได้รู้แล้วว่า คุณเป็นใคร และอะไรบ้างที่คุณอยากให้เกิดขึ้นในความสัมพันธ์” เธอกล่าว

บางคนเมื่อครบเวลาที่กำหนดในการพักเรื่องรักแล้ว กลับไปเดตอีกครั้ง ก็อาจทำให้รู้ความต้องการของตัวเองชัดเจนขึ้น ว่าเราต้องการคนแบบไหน หรือไม่ต้องการคนแบบไหนในความสัมพันธ์ พูดง่ายๆ มันก็คือวิธีที่ช่วยกรองคนที่จะเข้ามาในชีวิต ซึ่งมันก็ช่วยลดโอกาสที่จะพาเราไปอยู่ในความสัมพันธ์ท็อกซิก หากความซื่อสัตย์ในตัวเองของเรามีอยู่อย่างล้นเปี่ยม เพราะการมาตรฐานสูงไม่ได้แปลว่าเรื่องมาก แต่หมายถึงเราเคารพตัวเองมากพอที่จะไม่อนุญาตให้คนที่ไม่ใช่มาทำร้ายเราต่างหาก

Boy Sober จึงไม่ใช่แนวคิดของผู้หญิงที่ต่อต้านการมีแฟน หรือจะขออยู่เป็นโสดไปตลอด แต่เป็นทางเลือกหนึ่งที่ให้เรากำหนดเป้าหมายในการพักวงจรการออกเดตเดิมๆ ที่เริ่มและจบเหมือนเดิมซ้ำไปมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วกลับมาถามตัวเองอีกครั้งว่า ความสัมพันธ์แบบไหนที่เราอยากมีอยู่ในชีวิต อนึ่งการเคลียร์ถังขยะทางอารมณ์ให้กลับมาโล่งโปร่งอีกครั้ง เพราะตอนสร่างเมา จะทำให้เรามี ‘สติ’ ในการมองหรือเลือกความสัมพันธ์เข้ามาในชีวิตโดยไม่หน้ามืดตามัวได้นั่นเอง

อ้างอิง:

https://www.cosmopolitan.com/uk/love-sex/relationships/a60428017/tiktok-boy-sober-dating-trend/

https://www.washingtonpost.com/style/of-interest/2024/07/21/boy-sober-dating-sex-celibacy/

https://www.nytimes.com/2024/02/03/style/boysober-celibacy-hope-woodward.html

https://www.standard.co.uk/news/world/what-boy-sober-no-dating-social-media-apps-b1163944.html

https://www.elle.com.au/life/boy-sober-movement-tiktok/

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...