โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตาย | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 03.38 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 03.00 น.

ทำไมต้องรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่ (Flu) เป็นโรคที่ติดต่อได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่ติดต่อจากบุคคลหนึ่งถึงบุคคลหนึ่งโดยแพร่จากการไอ จาม หรือน้ำมูก
ใครๆ ก็สามารถติดไข้หวัดใหญ่ได้ แต่เด็กมีอัตราการติดเชื้อสูงที่สุด อาการสามารถหายภายในสองสามวัน อาการแสดงได้แก่

  • มีไข้/หนาวสั่น
  • เจ็บคอ
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • เมื่อยล้า
  • ไอ
  • ปวดศีรษะ
  • น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก
  • อ่อนเพลียเด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์หรือหลังคลอดไม่เกิน 2 สัปดาห์ และผู้ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพบางชนิด เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับ โรคไต หรือระบบภูมิต้านทานต่ำ เมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่อาจมีอาการป่วยหนักกว่าคนที่มีสุขภาพแข็งแรง โดยมีอาการไข้สูง ปอดบวม และอาจทำให้โรคที่เป็นอยู่มีอาการหนักขึ้นได้ สำหรับไข้หวัดใหญ่ในเด็กอาจเกิดอาการท้องเสียและชักได้
    การได้รับการฉีดวัคซีนสามารถป้องกันท่านจากไข้หวัดใหญ่หรือลดความรุนแรงของโรค และยังป้องกันการแพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่สู่ผู้อื่นโดยเฉพาะคนในครอบครัว

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตาย

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่มีใช้ในประเทศไทยเป็นวัคซีนเชื้อตายซึ่งมี 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดที่มีส่วนประกอบของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์หลัก (trivalent inactivated influenza vaccine) และชนิดที่มีส่วนประกอบของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์หลัก (quadrivalent inactivated influenza vaccine) โดยแต่ละสายพันธุ์จะแตกต่างกันในแต่ละปี จึงแนะนำให้รับการฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี ในแต่ละปีนักวิจัยจะบรรจุเชื้อไวรัสที่เป็นต้นเหตุให้เกิดไข้หวัดใหญ่ในปีนั้นลงไปในวัคซีน โดยวัคซีนนี้จะไม่ป้องกันความเจ็บป่วยที่เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดอื่นหรือที่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่ไม่ได้บรรจุในวัคซีน
ร่างกายจะเริ่มสร้างภูมิต้านทานต่อโรคโดยใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์ และสามารถป้องกันได้หนึ่งปีโดยประมาณ

ใครควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตายและเมื่อไร

บุคคลที่ควรได้รับวัคซีน
ทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ การได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีความสำคัญมากสำหรับผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่

  • ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 50 ปี
  • เด็กอายุ 6-59 เดือน
  • บุคคลในครอบครัวของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง
  • บุคลากรทางการแพทย์ที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วย
  • หญิงตั้งครรภ์หรือวางแผนจะตั้งครรภ์
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วน (ดัชนีมวลกายเท่ากับ 40 กิโลกรัม/ตารางเมตรขึ้นไป)
  • ผู้ใหญ่หรือเด็กที่มีโรคประจำตัว คือ โรคหอบหืด โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต โรคทางระบบประสาท โรคทางระบบโลหิตวิทยา หรือโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของการเผาผลาญพลังงาน เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคที่ทำให้ต้องใช้ยาแอสไพรินเป็นประจำ
  • ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เช่น ยาเคมีบำบัดและการใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน

เมื่อไรที่ท่านควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่

ท่านควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำทุกปีโดยเร็ว เนื่องจากวัคซีนจะช่วยป้องกันได้หากฤดูไข้หวัดใหญ่เกิดเร็วขึ้น ในประเทศไทยโรคไข้หวัดใหญ่สามารถพบได้ตลอดปี แต่พบมากในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน และช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ดังนั้นการได้รับวัคซีนเดือนธันวาคมหรือช้ากว่านั้นก็ยังสามารถได้รับประโยชน์จากวัคซีนได้

วิธีใช้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

อายุ ขนาด จำนวนเข็ม 6 เดือนขึ้นไปจนถึง 9 ปี 0.5 มิลลิลิตร 1-2 (ห่างกัน 4 สัปดาห์)* ตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่ 0.5 มิลลิลิตร 1 เข็ม

*ฉีดจำนวน 2 เข็มหากเด็กไม่เคยได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาก่อน

ควรทำอย่างไรหากไม่สามารถมาฉีดวัคซีนตามกำหนดนัด

ควรปรึกษาแพทย์กรณีไม่สามารถมาฉีดวัคซีนนี้ตามกำหนดหรือเลยกำหนดออกไป โดยทั่วไปกรณีลืมเข็มที่ 2 สามารถฉีดต่อได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ สิ่งสำคัญคือควรมารับวัคซีนให้ครบตามขนาดที่แนะนำเพื่อประสิทธิผลในการป้องกันโรคของวัคซีน

ข้อควรระวัง

บุคคลที่ไม่ควรรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตายหรือควรชะลอไว้ก่อน

  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากเคยมีอาการแพ้อย่างรุนแรง (ถึงขั้นเป็นอันตรายแก่ชีวิต) รวมถึงอาการแพ้ไข่อย่างรุนแรง
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากเคยมีประวัติเกี่ยวกับโรคกิลแลง-บาร์เรซินโดรม (Guillain-Barre syndrome: GBS) ซึ่งเป็นอัมพาตชนิดหนึ่ง
  • ผู้ที่ป่วยปานกลางหรือรุนแรงควรรอจนกว่าจะหายดีก่อนค่อยรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แพทย์เป็นผู้พิจารณาเลื่อนนัดฉีดวัคซีนใหม่ แต่ถ้ามีอาการป่วยเล็กน้อยสามารถรับการฉีดวัคซีนได้

ผลไม่พึงประสงค์ของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตาย

ผลไม่พึงประสงค์ที่พบได้ทั่วไป ระบม แดง หรือบวมบริเวณที่ฉีด เสียงแหบ เจ็บ คันตาหรือตาแดง ไอ มีไข้ ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ คัน เมื่อยล้า ปกติแล้วจะหายได้เองภายใน 1-2 วัน ผลไม่พึงประสงค์รุนแรง การแพ้ถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตเกิดน้อยมาก หากเกิดขึ้นจะปรากฏใน 2-3 นาทีถึง 2-3 ชั่วโมงหลังฉีดโดยสังเกตอาการแพ้ที่รุนแรงรวมทั้งการหายใจไม่สะดวก เสียงแหบ หรือหายใจมีเสียงดังหวีด ลมพิษ
ซีดขาว อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็ว หรือเวียนศีรษะ หากเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงให้รีบไปโรงพยาบาลทันทีและแจ้งแพทย์เกี่ยวกับรายละเอียดการแพ้ อาการที่เกิดขึ้น วัน-เวลาที่เกิด และวันที่ได้รับวัคซีน

อันตรกิริยาระหว่างยา (ผลต่อยาอื่น)

ยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของวัคซีนได้ เช่น Belimumab, Fingolimod และยากดภูมิบางชนิด
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สามารถให้พร้อมกับวัคซีนชนิดอื่นได้รวมถึงวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส

เอกสารอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...