โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สู้ค่าเยียวยาไม่ไหว ! “ติ๊กชีโร่” เผยสาเหตุยังไม่ได้เยียวยาครอบครัวครอบครัวผู้เสียชีวิต

tvpoolonline.com

อัพเดต 23 ม.ค. 2568 เวลา 12.30 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • TV Pool

สู้ค่าเยียวยาไม่ไหว ! “ติ๊กชีโร่” เผยสาเหตุยังไม่ได้เยียวยาครอบครัวครอบครัวผู้เสียชีวิต

จากกรณีนักร้องดัง “ติ๊ก ชิโร่”หรือนายมนัสวินนันทเสน ขับรถตู้ชน “จักรยานยนต์” ทำให้ น.ส.เทียนพร ศิวพรพิทักษ์ อายุ 28 ปี เสียชีวิต และ นายจักรภัทร หรือ จูเนียร์ ศิวพรพิทักษ์ อายุ 21 ปี ตกสะพานสูง 10 เมตร ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณกลางสะพานข้ามถนนเทพรักษ์ ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2567 ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา เหยื่อผู้เกิดเหตุเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย คือ จูเนียร์ ศิวพรพิทักษ์ อายุ 21 ปี ทางด้านคุณพ่อและครอบครัวร้องสายไหมต้องรอด ขณะนี้ก็ยังไร้เยียวยาของผู้ก่อเหตุ

ล่าสุดวันที่ 23 มกราคม 2567 ทางด้าน ติ๊กชีโร่ได้เดินทางมาที่ศูนย์ปฏิบัติการสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม.ติ๊กชีโร่ขอแถลงชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

โดยเจ้าตัวกล่าวว่า “การแถลงครั้งนี้เพื่อชี้แจงความจริงไม่ใช่เป็นการแก้ต่างหรือแก้ตัว อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เราทั้ง 2 ครอบครัวรู้สึกสูญเสียอย่างมาก ถ้าเลือกได้ไม่อยากให้เกิดขึ้นแต่ในเมื่อเกิดขึ้นแล้วเราต้องหาทางแก้ไขเยียวยาเพื่อให้ครอบครัวเดินหน้าต่อไปด้วยกันได้

ครั้งนี้มันยิ่งใหญ่มาก ในวัยเท่านี้ รวมไปถึงอาชีพของผม ในเรื่องร้าย ๆ ก็ยังมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น ทางคุณพ่อของผู้เสียชีวิต ในความเป็นจริง 2 ฝ่าหาแนวทางในการพูดคุย เห็นอกเห็นใจกัน เราเหมือนกับโดนทดสอบ เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสคุยกับน้องจีจ้า เราได้จับมือให้กำลังใจ และขอบคุณครอบครัวผู้เสียชีวิต

ความรู้สึกของผม ถึงแม้ภายนอกจะดูดีมันแตกสลายเปป็นผุยผง เหมือนตายทั้งเป็น มันจุกในอก เคยพูดกับทางครอบครัว ว่าผมจะพูดถึงสิ่งดี ๆ และจะพูดความเป็นจริง อยากจะฝากบอกว่า ผมจริงใจ และอยากจะเยียวยาทุกรูปแบบเท่าที่จะทำได้ ! และได้แต่งเพลงให้กับทางครอบครัวศิวกรพิทักษ์เพื่อจะนำเงินไปช่วยเหลือทางครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อนำเพลงนี้ไปมอบให้เป็นการเยียวยาอีกทางหนึ่ง !

ความคลาดเคลื่อนการเยียวยาผู้เสียชีวิต

คุณเอ๋น้องภรรยาของคุณติ๊ก เล่าว่า เรายื่นหนังร้องความเป็นธรรม ด้านกล้องวงจรปิดเพื้อให้คดีชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะทางพี่ติ๊กไม่เคยเปลี่ยนคำให้การเลย

ทางตนเป็นคนประสานงานวันแรกมี น้องเสียชีวิต 1 คน วันนั้นตนจึงจ่าย 1 แสน เมื่อถึงงานสวดอภิธรรม ตนก็ขอเป็นฝ่ายจัดการงานศพทั้งหมด 7 หมื่นกว่าบาท หลังจากนั้นมีการนัดเจอที่ร้านกาแฟ วันที่ 22 ตุลาคม ได้มีการคุยกันและเจรากันเพื่อหาข้อยุติ แต่ทั้ง 2 ฝ่ายยังหาข้อสรุปไม่ได้เพราะทางด้านน้องจูเนียร์ยังไม่เสียชีวิต จึงไม่สามารถกำหนดตัวเลขในการเยียวยาได้ แต่หลังจากนั้นก็ได้มีการพูดคุยแบบเปิดอกคุยกัน อีกครั้ง วั้นนั้นคุณพ่อเสนอมา 9 ล้าน แต่ไม่มั่นใจว่า 9 ล้านทั้ง 2 คนหรือคนละ 9 ล้าน หลังจากนั้นวันที่ 19 ที่สน.คันนายาว ตนจึงไปพูดคุยทางคุณพ่อและญาติกับทางประกัน ว่าประกันจ่ายค่าอะไรได้บ้าง แต่ทางประกันอ้างว่าหากยังไม่ตกลงกันจึงยังไม่จ่าย ถ้าพี่ติ๊กเซ็นยินยอมให้ประกันจ่าย จึงจ่ายไป 5 แสนกว่า

และประกันรถของพี่ติ๊กอีก รวมแล้วกว่า 3 ล้านแต่ทว่า ญาติเกิดความเข้าใจบิดเบือน คิดว่าจะชดใช้แค่ 3 ล้านจึงได้เดินมาพูดจารุนแรงว่า”งั้นขอขับรถชนลูกคุณติ๊กอีกครั้งได้มั้ย” นี่แหละที่เรารู้สึกว่าไม่ควรพูดรุนแรงทำร้ายจิตใจกันขนาดนั้น

ยอดที่ชดใช้ไปทั้งหมดประมาณ 450,000 บาท ยังไม่รวมเงินประกัน หากรวมทั้งหมดจะอยู่ที่ 920,000บาท ส่วนที่ดิน หากขายได้เท่าไรจะให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งหมด

ทางผู้กำกับ แจ้งว่าหากการคุยเจรจาไม่ลงตัว ก็ต้องรวบรวบพยาหลักฐานส่งอัยการเพื่อดำเนินคดีกับติ๊กชีโร่ต่อไป

หลังจากจูเนียร์เสียชีวิต ก็มีการเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่ม 18ล้าน รวมทั้งหมด 24 ล้านซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่ากำลังประกอบกับ มีภาระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีหไม่ได้มีแค่การจ่ายค่าเยียวยาอย่างเดียว แต่ฐานล่างที่สามารถจ่ายได้คือ 4-5 ล้าน ต้องรอการเจรจาอีกครั้ง

ขณะนี้ทางด้านติ๊กชีโร่โดน 3 ข้อกล่าวหา 1.เมาแล้วขับ 2.กระทำการประมาทให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 3.กระทำการประมาทให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจะมี การเปลี่ยนแปลงเนื่งจากมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

จุดพลุ! พอร์ช-อาม คู่รักนักแสดง LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสเท่าเทียม

จับ นายช่างโยธา เขตพระโขนง คาห้องทำงาน รีดเงินแลกออกใบอนุญาตสร้างคอมมูนิตี้มอลล์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...