โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แคนนอน” พลิกนโยบายผลิตสินค้า เล็งเอาต์ซอร์ซพรินเตอร์-กล้องรุ่นเล็ก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 02.37 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 02.54 น.

คอลัมน์ : Market Move

แคนนอน นับเป็นหนึ่งในบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่ยังเน้นการผลิตสินค้าต่าง ๆ ทั้งอุปกรณ์สำนักงาน กล้องดิจิทัล และอื่น ๆ ด้วยโรงงานของตนเองเป็นหลักมาอย่างยาวนาน แต่ล่าสุดมีแนวโน้มว่ายักษ์เทคโนโลยีจะเปลี่ยนนโยบายที่ยึดถือมานานนี้ และหันไปใช้การเอาต์ซอร์ซแทน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดีมานด์ของบางสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

สำนักข่าว“นิกเคอิ เอเชีย” เผยแพร่บทสัมภาษณ์ “ฟูจิโอะ มิตะไร” ประธานและซีอีโอของแคนนอน เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2025 ถึงเหตุผลเบื้องหลังและรายละเอียดของแผนปรับเปลี่ยนนโยบายการผลิตสินค้าในครั้งนี้

“มิตะไร” กล่าวว่า บริษัทมีแผนการปรับโครงสร้างเครือข่ายการผลิตในต่างประเทศ ด้วยการเอาต์ซอร์ซกระบวนการผลิตสินค้าบางรายการอย่างพรินเตอร์ราคาประหยัด และกล้องดิจิทัลระดับเริ่มต้น ซึ่งเดิมมีฐานการผลิตในภูมิภาคเอเชีย

โดยตามแผนนี้โรงงานแคนนอนในญี่ปุ่นจะมีสถานะเป็น “โรงงานแม่” (Mother Factories) ซึ่งจะรับหน้าที่พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับผลิตสินค้าระดับเรือธง พร้อมกับเน้นการลดต้นทุนด้วยการนำระบบอัตโนมัติและเปลี่ยนมาจัดหาอุปกรณ์ในการผลิตด้วยตนเอง

พร้อมกันนี้จะปรับกระบวนการผลิตสินค้าอย่างพรินเตอร์ราคาประหยัด และกล้องดิจิทัลรุ่นเริ่มต้น ให้มีภาระด้านสินทรัพย์ต่อบริษัทน้อยลงด้วยการเอาต์ซอร์ซไปยังผู้ผลิตภายนอก แทนการผลิตด้วยโรงงานของบริษัทเอง

เนื่องจากปัจจุบันดีมานด์กล้องดิจิทัลและอุปกรณ์สำนักงานซึ่งยุคหนึ่งเคยเป็นสินค้าหลักนั้นลดลงไปมาก หลังผู้บริโภคหันไปถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟน ส่วนบริษัทห้างร้านต่าง ๆ เปลี่ยนไปสู่ยุคไร้กระดาษ หรือเปเปอร์เลส ส่งผลให้ปริมาณสินค้าที่ต้องผลิตลดลงอย่างมากตามไปด้วย จนการเอาต์ซอร์ซจะเป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพกว่าการผลิตเอง

โดยความเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนชัดในตัวเลขยอดขายที่นับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจโลกเมื่อปี 2008 ยอดขายรวมของธุรกิจกล้อง, เครื่องถ่ายเอกสาร, เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่น และพรินเตอร์ หายไปกว่า 1.3 ล้านล้านเยน (2.85 แสนล้านบาท)

ขณะเดียวกัน เมื่อปี 2022 บริษัทตัดสินใจปิดโรงงานผลิตกล้องคอมแพ็กต์ในจูไห่ ประเทศจีน เนื่องจากตลาดกล้องเปลี่ยนไปนิยมกล้องระดับไฮเอนด์อย่างมิเรอร์เลส

นอกจากนี้ การหดตัวของธุรกิจอุปกรณ์สำนักงานยังเห็นได้จากความเคลื่อนไหวของผู้เล่นรายอื่น ๆ ในวงการ เช่น ริโก้ (Ricoh) ที่เมื่อเดือนกันยายน 2024 ประกาศลดพนักงานทั่วโลกลง 2,000 คน ในส่วนของฝ่ายอุปกรณ์สำนักงาน รวมถึงทีมขายและบำรุงรักษา ตามแผนลดขนาดธุรกิจอุปกรณ์สำนักงาน และหันไปเน้นบริการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านงานออฟฟิศสู่ดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์ ที่เป็นกุญแจสำคัญของแผนสร้างการเติบโตนั้น แคนนอนเดินหน้าปรับโครงสร้างของหน่วยธุรกิจแคนนอน เมดิคัล ซิสเต็มส์ (Canon Medical Systems) ซึ่งบริษัทซื้อมาจากโตชิบา ยักษ์อุตสาหกรรมสัญชาติญี่ปุ่นอีกรายเมื่อปี 2016

โดยในปี 2024 บริษัทตั้งคณะกรรมการนวัตกรรมสำหรับธุรกิจการแพทย์ขึ้น เพื่อศักยภาพการทำกำไรของธุรกิจนี้ให้สูงขึ้นอีก

รวมถึงยังมีการร่วมงานด้านวิจัยพัฒนาของกลุ่มธุรกิจการแพทย์ที่เคยแยกเป็นเอกเทศ และย้ายบุคลากรด้านวิจัยและพัฒนา จำนวนกว่า 300 คนจากหน่วยธุรกิจการแพทย์มายังแคนนอนอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ และช่วยให้การลงทุนสะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงด้านอื่น ๆ ของธุรกิจ เช่น งานขาย

โดยก่อนหน้านี้ แคนนอน เมดิคัล ซิสเต็มส์นั้น ดำเนินงานแบบอิสระในฐานะบริษัทในเครือ แต่หลังจากนี้บริษัทต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัท โดยการบูรณาการหน่วยธุรกิจนี้กับฝ่ายปฏิบัติการของแคนนอนสำนักงานใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ

“ด้วยการนำระบบอัตโนมัติเข้ามาเสริมแกร่งกระบวนการผลิต และการเปลี่ยนจากธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าให้ผู้บริโภค (B2C) ไปเป็นการจำหน่ายให้องค์กรธุรกิจ (B2B) จะช่วยให้บริษัทก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้”

ขณะเดียวกัน “ฟูจิโอะ มิตะไร” ยังเผยว่า ปีงบฯ 2024 ซึ่งจะสิ้นสุดปลายเดือน
มีนาคม 2025 นี้ มีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทจะสามารถบรรลุเป้ายอดขาย 4.5 ล้านล้านเยน (9.94 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นเป้าหมายสำหรับปี 2025 ได้ นอกจากนี้ยังตั้งเป้าเพิ่มผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้นให้สูงกว่า 10% ในปีนี้ จากประมาณการ 9.6% ในปี 2024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “แคนนอน” พลิกนโยบายผลิตสินค้า เล็งเอาต์ซอร์ซพรินเตอร์-กล้องรุ่นเล็ก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...