"ไทยประเสริฐกรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรส์"จะนำหุ้นเข้า mai ขาย IPO ไม่เกิน 60 ล้านหุ้น
#ทันหุ้น-บริษัท ไทยประเสริฐกรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPG จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai) โดยจะเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 60 ล้านหุ้นหรือคิดเป็น 27.27% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทในครั้งนี้ โดยมีบริษัท พาย แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัท ไทยประเสริฐกรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรส์ ซึ่งประกอบธุรกิจรับจ้างทำป้ายโฆษณา รับเหมาก่อสร้างและรับเหมาตกแต่งภายใน ได้ยื่นแบบไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุญาตเสนอขายหุ้น IPO ดังกล่าว โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนบริษัทมีแผนนำไปขยายโรงงาน , ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท
ปัจจุบันบริษัทประกอบธุรกิจแบ่งได้ 3 ประเภทหลักได้แก่
1.รับจ้างทำป้ายทุกชนิด ยกเว้น ป้ายดิจิทัล ป้ายบิลบอร์ด และป้ายอื่นๆ ที่มีลักษณะเป็นสื่อโฆษณา โดยเป็นการผลิตตามรูปแบบ และการออกแบบที่ลูกค้าเป็นผู้กำหนดเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ต่างๆ ได้แก่ป้ายแสดงชื่อร้านค้า ชื่อบริษัท ชื่อโครงการ ป้ายแสดงเลขที่ห้อง ป้ายแสดงการบอกทางและป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งบริษัทสามารถผลิตงานป้ายได้หลากหลายประเภทตามความต้องการของลูกค้า เช่่นป้ายทาวเวอร์/ป้ายไพลอน ป้ายบอกทาง ป้ายไฟ ป้ายตัวอักษรโลหะ ป้ายฉลุ/ป้ายเลเซอร์คัทเป็นต้น
2.รับเหมาก่อสร้าง โดยบริษัทได้เริ่มขยายการดำเนินงานสู่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4/62 โดยให้บริการรับเหมาก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างประเภทต่างๆ ตามรูปแบบ แบบแปลน และลักษณะเฉพาะตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด โดยมีรูปแบบการรับเหมางานก่อสร้าง ทั้งการเป็นผู้รับเหมาโดยตรง โดยการเสนองานในนามบริษัทเองหรือกิจการร่วมค้าที่บริษัทจัดตั้งขึ้น เพื่อรับเหมาโครงการโดยวิธีประกวดราคาหรือประมูลงานจากเจ้าของโครงการโดยตรง และการเป็นผู้รับเหมาช่วง ที่รับงานเหมางานต่อจากผู้รับเหมารายอื่นที่รับงานหรือประมูลงานได้โดยตรงจากเจ้าของโครงการ
3.รับเหมาตกแต่งภายใน ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทและบริษัทย่อย ได้แก่งานรับเหมาตกแต่งภายในร้านอาหาร ร้านขายเครื่องสำอางค์และผลิตภัณฑ์ความงาม โชว์รูมรถยนต์ คลินิก ที่พักอาศัยเป็นต้น
ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท จะได้แก่บริษัท เคทีเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 70% ภายหลังการขายหุ้นสัดส่วนจะลดลงมาอยู่ที่ 50.91% ซึ่งบริษัท เคทีเอส โฮลดิ้งส์จะมีครอบครัวนายกิตติ ศิลป์สัมฤทธ์ ถือหุ้นใหญ่ได้แก่นายกิตติ, นางวนิดา ซึ่งเป็นภรรยาของนายกิตติ และนายปณชัย ซึ่งเป็นบุตรของนายกิตติ ถือหุ้น
ส่วนผู้ถือหุ้นรายอื่นจะเป็นคนในครอบครัวศิลป์สัมฤทธิ์ ถือหุ้นรายละ 5% หลัง IPO สัดส่วนจะลดลงมาอยู่ที่ 3.64%
ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/
TELEGRAM คลิกhttps://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.new