โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปธน.ทรัมป์ คนเดียวในประวัติศาสตร์ สร้างปรากฏการณ์ขนไอโฟน กว่า 1.5 ล้านเครื่องหนักรวม 600 ตัน ขนทองคำเกือบ 3 แสนล้านเข้าสหรัฐมากสุดในกว่า 3 ทศวรรษก่อนถึงวันระเบิดสงครามภาษีโลก

BTimes

อัพเดต 14 เม.ย. 2568 เวลา 23.10 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2568 เวลา 05.56 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ไทม์ ออฟ อินเดีย ซึ่งเป็นสำนักข่าวและสื่อชื่อดังของประเทศอินเดีย รายงานว่าแอปเปิล อินคอร์ปอเรชั่น ได้เช่าเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำ ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 737 จำนวน 5 ลำ บินมามาประเทศอินเดีย เพื่อทยอยนำไอโฟนรุ่นต่างๆ ที่ผลิตจากโรงงานในประเทศอินเดียกลับเข้าไปในประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่มีนาคมเป็นต้นมา การขนไอโฟนมีจำนวนรวมกันหลากหลายรุ่นมากถึง 1.5 ล้านเครื่อง ซึ่งคิดเป็นน้ำหนักรวมมากถึง 600 ตัน ทั้งหมดใช้เวลาดำเนินการเพียง 3 วัน สาเหตุมาจาก ประเทศอินเดียเป็นฐานการผลิตสำคัญอีกแห่งของแอปเปิลในทวีปเอเชียนอกเหนือไปจากจีน ในช่วงเดือนมีนาคมดังกล่าว รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเก็บอัตราภาษีนำเข้ากับสินค้าจากอินเดียเพียง 10% เท่านั้น ซึ่งต่ำมากหากเทียบกับอัตราภาษีศุลกากรที่เก็บจากจีน และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย

สำหรับปฏิบัติการขนไอโฟนจำนวนกว่า 1.5 ล้านเครื่องกลับเข้ามาตุนไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เพื่อขายในตลาดสหรัฐอเมริกานั้น เป็นการหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากมาตรการภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs ของประธานาธิบดีสหรัฐที่ประกาศบังคับใช้เมื่อวันที่ 2 เมษายนผ่านมา ประเทศจีนต้องเผชิญกับอัตราภาษีดังกล่าวสูงที่สุดใน 185 ประเทศทั่วโลกที่ 145% ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศเก็บอัตราภาษีดังกล่าวกับอินเดียเพียง 26% เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำมาก ที่สำคัญ ยังได้การปรับลดลงมาที่ระดับ 10% เป็นการชั่วคราวในช่วง 90 วัน เพื่อเปิดช่องให้เจรจาอีกด้วย

ขณะที่มีความเป็นไปได้มากที่แอปเปิล อินคอร์ปอเรชั่น จะสั่งเพิ่มกำลังการผลิตไอโฟนในโรงงานที่อินเดียอีก 20% โดยคาดกันว่าหากสงครามการค้ายังไม่ลดความร้อนแรง อาจมีการเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานอื่นๆ ที่กระจายอยู่ทั่วโลกด้วย อินเดียมีโรงงานผลิตไอโฟนอยู่ 3 แห่ง เมื่อปี 2024 อินเดียมียอดผลิตไอโฟนรวมอยู่ที่ 20 ล้านเครื่อง ซึ่งมีผลิตรุ่น 15 และ 16 รวมอยู่ด้วย

ในด้านการขนทองคำแท่งเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2025 ธนาคารเจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค ซึ่งเป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา และเป็นธนาคารที่ประกอบธุรกิจนายหน้า หรือดีลเลอร์ซื้อขายสัญญาทองคำล่วงหน้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยว่า ได้แจ้งไปยังตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ชิคาโก หรือซีเอ็มอีในสหรัฐอเมริกา เพื่อทำการขนส่งทองคำแท่งปริมาณ 1.485 ล้านทรอยออนซ์กลับเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ โดยมีปริมาณขนส่งกลับรวมกันมากถึง 30 ล้านทรอยออนซ์ ทำสถิติปริมาณในการขนส่งทองคำกลับมากที่สุดในรอบ 31 ปี หรือตั้งแต่ปี 1994 นอกจากนี้ยังมีมูลค่าร่วมกันสูงถึง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 136,000 ล้านบาท

สาเหตุจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดี นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้นโยบายและมาตรการขึ้นอัตราภาษีสินค้าระดับสูงที่นำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ราคาสัญญาซื้อขายทองคำทั้งประเภทส่งมอบทันที หรือราคา Spot และราคาล่วงหน้า หรือราคา Future กลับมามีราคาสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในระยะเวลากว่า 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ที่สำคัญราคาซื้อขายทองคำในตลาดนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในปัจจุบันมีส่วนต่างราคาสูงกว่าตลาดซื้อขายทองคำในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ สาเหตุจากนักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการขึ้นภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งแต่ช่วงหาเสียง และหลังได้เป็น ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นทางการ ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกถีบตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

นับตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2024 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 47 เป็นต้นมาจนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2025 พบว่าสต็อกทองคำแท่งจริง มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น 13 ล้านทรอยออนซ์ หรือคิดเป็นมูลค่ามากถึง 38,000 ล้านดอลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.29 ล้านล้านบาท

ธุรกิจนายหน้า หรือดีลเลอร์ซื้อขายสัญญาทองคำ ซึ่งมักจะเป็นบริษัทในเครือของธนาคารพาณิชย์ยักษ์ใหญ่ชื่อดังระดับโลก ได้แจ้งความต้องการในการขนส่งทองคำแท่งกลับเข้าสู่ประเทศสหรัฐมีมูลค่ารวมกันสูงกว่า 8,000 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 272,000 ล้านบาท ทำสถิติมูลค่าการขนส่งทองคำรายวันกลับเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีมูลค่ามากอันดับ 2 ในประวัติการณ์ หรือในรอบ 31 ปี หรือตั้งแต่ปี 1994

ทั้งนี้ ธนาคารเจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค ในสหรัฐอเมริกา แจ้งขนส่งทองคำแท่งกลับมากที่สุด หรือถึงครึ่งหนึ่งของมูลค่าทองคำแท่งของบรรดาสถาบันการเงินทั้งหมดทั่วโลก มีดังนี้ ธนาคารเจพี มอร์แกน เชส แอนด์ โค มูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 136,000 ล้านบาท อันดับ 2 ธนาคารดอยช์แบงก์ เยอรมนี มูลค่า 954 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 32,436 ล้านบาท อันดับ 3 ธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ มูลค่า 926 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 31,484 ล้านบาท อันดับ 4 ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ มูลค่า 653 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 22,202 ล้านบาท อันดับ 5 ธนาคารบีเอ็นพี พาริบาส์ ฝรั่งเศส มูลค่า 433 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 14,722 ล้านบาท และสถาบันการเงินอื่นๆ รวมกัน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 34,000 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...