ซัมเมอร์เดือด ดันเครื่องดื่มชูกำลังพีค CBG-OSP จ่อฟาดกำไร Q1 อู้ฟู่
ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ สิ้นค้าที่ขายดีสุดๆ เห็นจะหนีไม่พ้นกลุ่มเครื่องดื่ม นอกจากประเภทที่ให้ความสดชื่นแล้ว ยังรวมไปถึงกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังอีกด้วย เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้สูญเสียพลังงานในการดำเนินชีวิตไม่น้อย โดยเฉพาะบุคคลที่ต้องใช้พลังกายในการทำงานมากเป็นพิเศษอย่างกลุ่มผู้ใช้แรงงาน เป็นต้น ดังนั้น จึงไม่แปลกหากจะเห็นตลาดเครื่องดื่มชูกำลังคึกคักขึ้นมาเป็นอย่างมากในช่วงนี้
โดยบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุ ตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง มี.ค. เติบโต +4.9% จากเดือนก่อนหน้า จากข้อมูล Nielsen ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศเดือน มี.ค. (by sales volume) +4.9% จากเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ market share เดือน มี.ค. มีดังนี้
ส่วนแบ่งการตลาดจำแนกตามผู้ผลิต ได้แก่ OSP (ได้แก่ M-150, Lipo, โสมอินซัม, ฉลาม) อยู่ที่ 43.8% (-170 bps จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, +20 bps จากเดือนก่อน), CBG (ได้แก่ คาราบาวแดง, คันโซคูณสอง) อยู่ที่ 25.4% (+110 bps จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, - 40 bps จากเดือนก่อน), TCP อยู่ที่ 19.1% (-10 bps จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, -30 bps จากเดือนก่อน)
ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดตามแบรนด์ ได้แก่ M-150 อยู่ที่ 30.6% (-90 bps จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, +40 bps MoM), Carabao Dang อยู่ที่ 25.1% (+120 bps จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, -40 bps จากเดือนก่อน), Krating Dang อยู่ที่ 13.0% (-10 bps จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, ทรงตัวจากเดือนก่อน)
ทั้งนี้ บล.ดาโอ มีมุมมองเป็นกลางจากประเด็นข้างต้น สำหรับ OSP โดยมองว่า market share ส่วนหนึ่งที่ปรับตัวขึ้นมาจากการจัดโปรโมชั่นในช่องทาง Modern Trade โดย M-150 มี market share ที่เพิ่มขึ้น 3 เดือนติดต่อกัน และได้วางจำหน่าย M-150 (Yellow) ในช่องทาง Traditional Trade เป็นเดือนที่ 2 สำหรับ CBG บริษัทได้เริ่มจัดโปรโมชั่นทางช่องทาง Modern Trade ได้ในช่วงปลาย มี.ค. - ต้น เม.ย. คาดว่าจะเห็น market share ปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือน เม.ย. เป็นต้นไป
ทั้งนี้ คาดกำไรไตรมาส 1/68 โตต่อ โดยประเมินกำไรปกติกลุ่มที่ 1,754 ล้านบาท (+21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, +25% จากไตรมาสก่อน)
โดยแนะนำ “ซื้อ” CBG ด้วยราคาเป้าหมาย 95.00 บาท ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ที่ 792 ล้านบาท (+ 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, +1% จากไตรมาสก่อน) กำไรโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก 1) รายได้รวมขยายตัว +9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก Domestic branded own ปรับตัวเพิ่มขึ้น +32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, Distribution business +13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ช่วยชดเชยรายได้ต่างประเทศที่ลดลง -12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, 2) GPM ขยายตัวเป็น 28.1% จาก 26.8% จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ด้านกำไรโตจากไตรมาสก่อน แม้รายได้ที่ลดลง -10% จากไตรมาสก่อน จาก GPM ขยายตัว และ SG&A expenses ปรับตัวลดลงเนื่องจากไตรมาส 4/67
พร้อมทั้งแนะนำ “ซื้อ” OSP ด้วยราคาเป้าหมาย 18.00 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ที่ 1,262 ล้านบาท (+52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, +122% จากไตรมาสก่อน) และกำไรปกติที่ 962 ล้านบาท (+16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, +56% จากไตรมาสก่อน) โดยกำไรพิเศษจากการขายโรงแก้วที่เมียนมาที่ 300 ล้านบาท กำไรโตจากรายได้ต่างประเทศ และ GPM ทำ ATH
โดยคงประมาณการกำไรปกติกลุ่มปี 2568 ที่ 6,656 ล้านบาท (+13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) จากรายได้รวมที่ขยายตัวต่อเนื่อง จากรายได้ทั้งในและต่างประเทศขยายตัว ตามการบริโภคที่ฟื้นตัว
อีกทั้งคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม Food & Beverage (Energy Drink) ที่ “เท่ากับตลาด” โดยเลือก CBG เป็น Top pick กลุ่ม จาก 1) market share เครื่องดื่มคาราบาวแดงซึ่งอยุ่ในทิศทางขาขึ้น คาดปิดปีที่ 28% (บริษัทคาด 29%) แม้ market share จะอยู่ที่ 25.1% อย่างไรก็ตาม คาด market share จะปรับตัวขึ้นใน เม.ย. เป็นต้นไป จากการรุกทำการตลาดใน CVS เพิ่มขึ้น, 2) valuation ไม่แพง ปัจจุบัน CBG เทรดอยู่ที่ 2025E PER 18.0x ยังไม่สะท้อน 2024-26E EPS CAGR +19% และมี upside จากการปรับ packaging, โรงงานพม่าและเขมร และ 3) มี short term catalyst จากกำไรไตรมาส 1/68 ที่จะสูงสุดในรอบ 15 ไตรมาส