“บัฟเฟตต์” ประกาศวางมือ แต่ยังนั่งเก้าอี้ประธานเบิร์กเชียร์ต่อ หลังดัน “เกร็ก อาเบล” ขึ้นเป็นซีอีโอ
บัฟเฟตต์ ประกาศวางมือ แต่ยังนั่งเก้าอี้ประธานเบิร์กเชียร์ต่อ หลังดัน เกร็ก อาเบล ขึ้นเป็นซีอีโอ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 พ.ค. 68 9:20: น.
นายวอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ประกาศก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอของบริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ แต่จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานบริษัทต่อไป พร้อมแต่งตั้งเกร็ก อาเบล รองประธานบริษัท ก้าวขึ้นรับตำแหน่งซีอีโอแทน โดยการลงจากตำแหน่งครั้งนี้ ถือเป็นการสิ้นสุดการเป็นผู้นำบริษัทที่ครองระยะเวลายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ
เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ประกาศเรื่องดังกล่าว เพียง 2 วันหลังจากที่นายบัฟเฟตต์ วัย 94 ปี เปิดเผยในการประชุมประจำปีของบริษัทว่า ตนเองจะก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอ ซึ่งส่งผลให้หุ้นของบริษัทปิดตลาดลดลงประมาณ 5% ทำให้มูลค่าตลาดลดลง 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สู่ระดับ 1.11 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่า การขึ้นมาดำรงตำแหน่งของเกร็ก อาเบลจะได้รับการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้ามานานกว่า 4 ปีแล้ว แต่การประกาศครั้งนี้ของบัฟเฟตต์ ก็ยังคงสร้างความประหลาดใจให้แก่หลายฝ่าย
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้บดบังผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัท ที่ได้รับผลกระทบจากความสูญเสียด้านประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุไฟป่า ซึ่งส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานไม่เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
เกรกกอรี วอร์เรน นักวิเคราะห์จากมอร์นิงสตาร์ กล่าวว่า “การประกาศแผนเกษียณของบัฟเฟตต์ สร้างความตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง”
ทั้งนี้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ เข้าบริหารกิจการของเบิร์กเชียร์ ซึ่งเดิมเคยเป็นโรงงานทอผ้าที่ประสบปัญหา เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 1965 หลังเผชิญข้อขัดแย้งกับกลุ่มผู้บริหารเดิม ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนบริษัทแห่งนี้ ให้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่และได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลก โดยมีธุรกิจกว่า 189 แห่ง รวมถึงบริษัทประกัน Geico, เครือข่ายรถไฟ BNSF, Dairy Queen และ See’s Candies รวมถึงพอร์ตหุ้นขนาดใหญ่ที่มี Apple รวมอยู่ด้วย โดยราคาหุ้นของเบิร์กเชียร์ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของนายบัฟเฟตต์ โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี มากถึงเกือบ 2 เท่าของดัชนี S&P 500
ทางด้านคณะกรรมการบริหารของเบิร์กเชียร์ อนุมัติการเลื่อนตำแหน่งของนายอาเบล ขึ้นเป็นซีอีโอ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ม.ค. 2026 โดยอาเบลและกรรมการส่วนใหญ่ ไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับการประกาศของนายบัฟเฟตต์ ซึ่งบัฟเฟตต์กล่าวว่า ได้แจ้งต่อลูก ๆ ทั้ง 2 คนคือ ฮาวเวิร์ด และ ซูซี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการของบริษัทแล้ว โดยก่อนหน้านี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านายบัฟเฟตต์จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานหรือจะมอบให้กับฮาวเวิร์ด บัฟเฟตต์
ทั้งนี้ การที่นายบัฟเฟตต์ ยังคงดำรงตำแหน่งประธาน ก่อให้เกิดการคาดการณ์ว่า เขาอาจมีบทบาทหากเบิร์กเชียร์มีการเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่อีกครั้ง ซึ่งไม่เกิดขึ้นมานานเกือบ 10 ปีแล้ว โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า เบิร์กเชียร์มีเงินสดสะสมอยู่ 347,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา Reuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ