“ชินวรณ์” เผย ไม่ติดใจผลการเลือกตั้งซ่อมสส.เขต8 เมืองคอน เหตุได้ที่4 เคารพเสียงประชาชนตัดสินใจเลือกแล้
“ชินวรณ์” เผย ไม่ติดใจผลการเลือกตั้งซ่อมสส.เขต8 เมืองคอน เหตุได้ที่4 เคารพเสียงประชาชนตัดสินใจเลือกแล้ว แต่ย้ำ กกต. ต้องทำหน้าที่ มีเหตุทุจริตซื้อสิทธิ ขายเสียง เทาทั้งเขต8 ถ้าวางเฉย เลือกตั้งครั้งหน้าไม่ต้องมี กกต. ก็ได้ ย้ำ การเมืองสุจริต อย่างน้อยก็ทำให้ 2 พรรคธุรกิจการเมืองต้องควักเงินซื้อเสียงเพิ่ม หัวละ1-2 พัน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 เมษายน 2568 นายชินวรณ์ บุญเกียรติ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส. เขต8 นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยถึงกรณีที่ตนเองโพสต์ถึงสาเหตุที่พ่ายแพ้การเลือกตั้ง เพราะมีการทุ่มเงินซื้อเสียงจาก2 พรรคการเมืองที่ทำธุรกิจการเมือง70-100 ล้านบาทว่า เป็นเรื่องนี้ เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปในพื้นที่เขตจังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่แล้วว่า ช่วงหาเสียงเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ มีพฤติการณ์ดังกล่าว ซึ่งหลักฐาน ตนก็มีอยู่ส่วนหนึ่ง และ กกต.กลางที่ลงพื้นที่มาดูการเลือกตั้งซ่อมสส. ครั้งนี้ กกต.ก็ยอมรับเองว่ามีรายงานการทุจริตซื้อสิทธิ ขายเสียงในหลายพื้นที่ ซึ่งต้องแยกเป็น2 ลักษณะคือ ความผิดที่ชัดแจ้ง และ พฤติกรรมความผิดที่เข้าข่าย ซึ่งต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลเพิ่มเติม ซึ่งในการเลือกตั้งสส. ทั่วไปครั้งที่แล้ว ก็มีการทุจริตแจกเงินซื้อเสียงหัวละ500 บาท ตนและทีมงานก็รวบรวมหลักฐาน พยานร้องเรียนจน กกต.และศาลท่านต้องสั่งให้เลือกตั้งใหม่และตัดสิทธิ์การเมือง และการเลือกตั้งซ่อมสส.ในครั้งนี้ก็มีการซื้อเสียงซ้ำแบบเดิม แต่ใช้เงินเพิ่มมากขึ้น ส่วนตนจะยื่นร้องเรียนการทุจริตเลือกตั้งซ่อมสส.ในครั้งนี้หรือไม่ ส่วนตัวกำลังพิจารณาอยู่ เพราะต้องยอมรับว่าคะแนนเสียงส่วนใหญ่ที่พี่น้องประชาชนเขาเลือกเทไปให้2 พรรคที่ทำธุรกิจการเมือง การเมืองมันเปลี่ยนไปมาก โดยคะแนนเสียงของตนได้เป็นลำดับที่4 เมื่อประชาชนในเขต8 ตัดสินใจไปเช่นนี้แล้ว ตนก็เคารพการตัดสินใจและไม่ติดใจอะไร
“การที่ผมโพสต์ข้อมูลในเฟซบุ๊กไปก็เป็นการบอกกล่าวข้อมูลต่อสาธารณะ แต่ กกต.ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ ก่อนประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง เพราะประธาน กกต. ระบุเองว่า รู้ข้อมูลการซื้อเสียง แต่ถ้า กกต.ไม่ทำอะไรเลย ถ้าเช่นนั้นการเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ต้องมี กกต. เลยก็ได้ เพราะในพื้นที่เขต8 ชาวบ้านเขารู้กันทั่วหมดแล้ว จึงต้องรอดูว่า กกต. จะมีผลงานอะไรออกมา อย่างน้อยก็สะท้อนข้อเท็จจริง หลังจากผมประกาศยึดนโยบายการเมืองสุจริตตามนายชวน หลีกภัย , นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคและอดีตหัวหน้าพรรค ปชป. ที่มาช่วยตระเวณปราศรัยหาเสียงช่วยตอกย้ำการชูการเมืองสุจริต ไม่ซื้อเสียง ทำให้ทั้ง2 พรรคที่ทำธุรกิจการเมือง เขาต้องควักเงินซื้อเพิ่ม จากเดิมครั้งก่อนให้หัวละ500 เพิ่มเป็นหัวละ1,000-2,000 บาท หลังจากนี้ ก็อยู่ที่ กกต. แล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะ กกต.ก็ยอมรับแล้วว่า มีพยานหลักฐานอยู่แล้ว ทั้งในส่วนความผิดที่ชัดแจ้ง และความผิดที่ต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม จึงต้องไปถามที่ กกต. ว่าเขาจะดำเนินการอย่างไร สำหรับผมหากมีอะไรเพิ่มเติมก็จะโพสต์แจ้งในเฟซบุ๊กเป็นหลัก เพราะไม่ได้ขึ้นมาที่พรรค ที่กทม.“ นายชินวรณ์ กล่าว