โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วงในเพนตากอนออกโรงแฉ พีต เฮกเซท ส่งแผนลับโจมตีกบฏฮูตี ให้คนในครอบครัวและทนายความส่วนตัว

The Momentum

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 12.05 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 03.56 น. • THE MOMENTUM

หลังจาก เจฟฟรีย์ โกลด์เบิร์ก (Jeffrey Goldberg) บรรณาธิการ The Atlantic ออกมาเปิดเผยการมีอยู่ของกลุ่มแชตลับปฏิบัติการโจมตีกบฏฮูตีของสหรัฐอเมริกา ที่รั่วไหลในเดือนที่ผ่านมา ดูเหมือนว่ามหากาพย์ความวุ่นวายนี้ยังไม่สิ้นสุด โดยล่าสุด สำนักข่าว CNN ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าววงใน 3 คนว่า พีต เฮกเซท (Pete Hegseth) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังส่งแผนลับการทำสงครามข้างต้นให้คนในครอบครัว ขณะที่เพนตากอนกำลังโกลาหล ‘เด้ง’ เจ้าหน้าที่ออกจากตำแหน่งจากปมข้อมูลรั่วไหล

ตามการเปิดเผยของสำนักข่าว New York Times แชตลับดังกล่าวมีชื่อกลุ่มว่า Defense | Team Huddle ประกอบด้วยบุคคลในเพนตากอนและคนใกล้ตัวของเฮกเซทประมาณ 10 คน โดยรายชื่อผู้เข้าร่วมบางส่วนที่ได้รับการเปิดเผย ได้แก่ เจนนิเฟอร์ โรเชต์ เฮกเซท (Jennifer Rauchet Hegseth) อดีตโปรดิวเซอร์ของ Fox News และภรรยาของเขา, ฟิล เฮกเซท (Phil Hegseth) น้องชาย จนถึง ทิม พาร์ลาทอร์ (Tim Parlatore) ทนายความส่วนตัว ซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับสาธารณชน เพราะบุคคลข้างต้นไม่ใช่เจ้าหน้าที่เพนตากอนหรือกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ต้องรับรู้รายละเอียดดังกล่าว ขณะที่แหล่งข่าวก็ไม่ทราบเหตุผลว่า เหตุใดจึงต้องมีคนในครอบครัวอยู่ในกลุ่มแชตนี้ด้วย

ในรายละเอียดของแชตดังกล่าว เฮกเซทได้เปิดเผยตารางการบินของเครื่องบิน F/A-18 Hornets ที่โจมตีกบฏฮูตีในเยเมนในวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข้อมูลชุดเดียวที่ถูกเปิดเผยผ่าน The Atlantic ขณะที่ใช้โทรศัพท์ส่วนตัวในการพูดคุย แทนที่จะเป็นอุปกรณ์ของทางการสหรัฐฯ

เบื้องต้นแหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยต้นตอของแชตดังกล่าวว่า เดิมทีเฮกเซทสร้างกลุ่มนี้ขึ้นมาเพื่อพูดคุยการทำงานประจำวัน หรือการจัดตารางเวลา โดยมี 2 คนยืนยันว่า รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ไม่ได้ใช้แชตนี้ในการทำงานแน่นอน อีกทั้งยังไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในบทสนทนานี้ด้วย

หากอ้างอิงรายงานจากหน้าสื่อชั้นนำและสถานการณ์ปัจจุบัน น่าสนใจอย่างยิ่งว่า เพนตากอนกำลังอยู่ในสภาวะโกลาหลครั้งใหญ่ หลังเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เฮกเซทปลดบุคลากรหลายรายออกจากตำแหน่ง เช่น แดน คอลด์เวล (Dan Caldwell) อดีตที่ปรึกษาส่วนตัว และจอห์น อุลเลียต (John Ullyot) อดีตโฆษกเพนตากอนอย่างไม่มีเหตุผล ขณะที่บุคคลที่ได้รับผลกระทบออกมาแสดงความผิดหวัง และปฏิเสธผ่านแถลงการณ์ว่า พวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรั่วไหลของข้อมูลบนหน้าสื่อ

ข้อมูลอีกชุดจากแหล่งข่าวภายในเพนตากอนอธิบายว่า มหากาพย์การรั่วไหลของข้อมูล ตั้งแต่แผนทางการทหารที่เกี่ยวข้องกับคลองปานามา ตะวันออกกลาง หรือแม้แต่ข่าวลือว่า อีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐีใกล้ตัวของทรัมป์ได้เข้าไปในเพนตากอน และรู้แผนลับการทำสงครามกับจีน เป็นสาเหตุที่ทำให้เฮกเซทหวาดระแวงคนใกล้ตัวว่า เป็นคนปล่อยข้อมูลดังกล่าว โดยมีการหาตัวคนทำความผิดด้วยเครื่องจับเท็จ พร้อมกับเรียกร้องให้ FBI ช่วยสอบสวนอย่างจริงจัง

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา อุลเลียตเขียนบทความลงใน Politico เพื่อยืนยันว่า เกิดความวุ่นวายในเพนตากอนจริง พร้อมย้ำว่า จะมีคนจำนวนมากที่ต้องหลุดออกจากตำแหน่ง และเป็นเรื่องทรมานมากที่ต้องทนเห็นเฮกเซทนั่งเก้าอี้ผู้นำความมั่นคงของประเทศไปนานกว่านี้ ก่อนจะทิ้งท้ายให้ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำสหรัฐฯ ปลดเขาออกจากตำแหน่ง

เช่นเดียวกับ แทมมี ดักเวิร์ท (Tammy Duckworth) สมาชิกวุฒิสภาพรรคเดโมแครต (Democratic Party) จากรัฐอิลลินอยส์ที่ชี้ว่า เฮกเซทควรถูกปลดจากหลักฐานที่เปิดเผยในหน้าสื่อ โดยให้เหตุผลว่า การมีอยู่ของเขากำลังทำให้ชีวิตคนกองทัพสุ่มเสี่ยงจากความโง่เขลา

อ้างอิง

https://www.nytimes.com/2025/04/20/us/politics/hegseth-yemen-attack-second-signal-chat.html

https://www.thenationalnews.com/news/us/2025/04/21/hegseth-signal-chat-houthis/

https://edition.cnn.com/2025/04/20/politics/hegseth-second-signal-chat-military-plans/index.html

https://www.politico.com/news/2025/04/20/ullyot-pentagon-hegseth-chaos-00300695

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...