ธปท. กำชับแบงก์เร่งช่วยเหลือลูกหนี้แผ่นดินไหว
ธปท. ยัน ระบบการเงินไทยยังทำงานได้ 100% ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว เร่งให้แบงก์ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ แนะลูกหนี้นำเอกสารความเสียหายไปแสดงด้วยเพื่อให้แบงก์ช่วยเหลือได้รวดเร็ว ชี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจแต่คาดกระทบไม่มาก ภาคอสังหากระทบมากสุด
1 เม.ย. 2568 ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 ที่ผ่านมา แม้ว่าจะทำให้สาขาหรือ สำนักงานใหญ่ของสถาบันการเงินบางแห่งต้องปิดให้บริการเนื่องจากได้รับความกระทบกระเทือน แต่ยืนยันว่าระบบการเงินของไทยยังทำงานได้ 100%
อย่างไรก็ตามสำหรับลูกค้าหรือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ เช่น อาคารบ้านเรือนชำรุดเสียหาย สถาบันการเงินได้มีมาตรการรองรับผลกระทบออกมารองรับแล้ว
“สถาบันการเงินมีมาตรการรองรับสำหรับช่วยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาใช้สำหรับเหตุการณ์ เช่น อุทกภัย สถาบันการเงินจึงไม่มั่นใจว่าครอบคลุมถึงแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ไหม ธปท. จึงได้กำหนดขอบเขตให้ชัดเจนว่าครอบคลุมภัยพิบัติทั้งหมด ดังนั้นหลังจากนั้นจะเห็นได้ว่าสถาบันการเงินก็เริ่มมีมาตรการออกมาเรื่อยๆ เป็นการสร้างความมั่นใจว่าสถาบันการเงินพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่มีปัญหา”
โดยตัวอย่างการให้ความช่วยเหลือ เช่น สินเชื่อบัตรเครดิต อนุญาตให้สถาบันการเงินลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำให้น้อยกว่า 8% ที่ธปท. กำหนดไว้ในปัจจุบัน นาน 12 เดือน นับตั้งแต่ประกาศเป็นพื้นที่สาธารณภัย อย่างไรก็ตามธปท. อยากให้สถาบันการเงินกำหนดความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับศักยภาพของลูกหนี้และไม่ทำให้ลูกหนี้มีภาระมากเกินไป
สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับและสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล ให้พิจารณาเงื่อนไขวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินให้เกินกว่าอัตราที่ ธปท. กำหนดได้ เพื่อให้ลูกหนี้มีแหล่งเงินทุนฉุกเฉินเพียงพอสำหรับการฟื้นฟูความเสียหายอันเนื่องมาจากปัญหาสาธารณภัย โดยให้อนุมัติวงเงินดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่พื้นที่นั้น ๆ ถูกประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย
สินเชื่อทุกประเภท สามารถพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อได้ รวมถึงการปรับเงื่อนไข เช่น ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ยค่าธรรมเนียม ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยให้อนุมัติวงเงินดังกล่าวโดยเร็ว ไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่พื้นที่นั้น ๆ ถูกประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย
“มาตรการทั้งหมดสถานบันการเงินสามารถดำเนินการได้เลย เป็นมาตรการที่วางไว้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เราให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นสถาบันการเงินไม่จำเป็นต้องมาขออนุญาตอีก แต่อาจจะต้องแจ้งว่าช่วยเหลือลูกหนี้ไปอย่างไรบ้าง ตอนนี้เราเริ่มเห็นว่าสถาบันการเงินเริ่มประกาศมาตรการให้ความช่วยเหลือออกมาแล้ว โดยหลังจากนี้ธปท. จะติดตามความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ต่อไป”
สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากสถาบันการเงินได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยแนะนำให้นำหลักฐานโดยเฉพาะภาพถ่ายความเสียหายไปแสดงด้วย
“สถาบันการเงินจะต้องให้ลูกหนี้นำหลักฐานความเดือดร้อน เช่น บ้าน หรือ สถานประกอบการที่ได้รับความเสียหายไปแสดง ดังนั้นก็อยากให้ลูกค้าของสถาบันการเงินเตรียมหลักฐานไปให้พร้อม เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วด้วย”
ส่วนเหตุการณ์แผ่นดินไหวจะกระทบกับสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์หรือไม่ ดร. รุ่งกล่าวว่า ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม อย่างไรก็ตามคาดว่าภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นภาคที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด
สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ดร. รุ่ง กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้คาดว่าจะไม่ส่งผลต่อประชาชนเป็นวงกว้างและยืดเยื้อยาวนานเหมือนช่วงวิกฤตการระบาดของโควิด 19
“ลักษณะของภัยพภิบัติที่เกิดขึ้นแต่ละพื้นที่ แต่ละครั้ง มีความแตกต่างกัน ในการประเมินผลกระทบเราต้องดูลักษณะของพื้นที่ และความยืดเยื้อของภัยพิบัติด้วยเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้อาจต้องประเมินผลกระทบด้านความเสียหายของตัวอาคาร การซ่อม สร้าง สถานประกอบการ ว่าจะส่งผลกระทบแค่ไหน เราไม่อยากให้นำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปเทียบกับอดีตมากเกินไป เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เฉพาะเจาะจง”