โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ : เรื่องรัฐของไทยกับอำนาจอธิปไตย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 ม.ค. 2565 เวลา 06.40 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2565 เวลา 06.25 น.

รัฐ (State) เป็นหัวใจของวิชารัฐศาสตร์ โดยเกิดมีขึ้นอย่างเป็นทางการในการประชุมภาคีชาติอเมริกาครั้งที่ 7 ที่กรุงมอนเตวิเดโอ ประเทศอุรุกวัย ทวีปอเมริกาใต้ ในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2476 โดยกำหนดสิทธิและหน้าที่ของรัฐ ด้วยการบอกถึงสถานะความเป็นรัฐชาติเอาไว้อย่างแจ้งชัดในอนุสัญญากรุงมอนเตวิเดโอว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของรัฐ (Montevideo Convention on Rights and Duties of the states) มาตราที่ 1 ว่า รัฐคือนิติบุคคลตามกฎหมายระหว่างประเทศต้องมีองค์ประกอบ 4 ประการคือ

1) มีดินแดนที่แน่นอน คือ มีขอบเขตของอาณาบริเวณที่แน่นอนจะมีเนื้อที่ใหญ่หรือเล็กก็ได้

2) มีประชากร คือ ต้องมีประชากรที่เป็นมนุษย์อาศัยอยู่ในดินแดนนั้น จำนวนกี่คนก็ได้ แต่ต้องมีสภาพเป็นสังคมในดินแดนนั้น

3) มีรัฐบาล คือ ต้องมีรัฐบาลที่ทำหน้าที่บริหารและจัดการดินแดนที่แน่นอนในพื้นที่นั้นๆ ให้มีประสิทธิภาพ

4) มีอำนาจอธิปไตย คือ อำนาจในการปกครองตนเองโดยไม่ขึ้นอยู่กับรัฐอื่นใดและอำนาจอธิปไตยนี้รวมถึงอำนาจในการสัมพันธ์กับรัฐอื่นๆ อย่างเสรีด้วย เรื่องอำนาจอธิปไตยนี้เป็นนามธรรม มีที่มาจากกฎหมายธรรมชาติที่เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมามีสิทธิในชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าใครจะล่วงละเมิดมิได้ แต่ประชาชนได้มอบอำนาจอธิปไตยนี้ให้กับตัวแทน คือ รัฐบาล คือฝ่ายนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการไปดำเนินการใช้อำนาจอธิปไตยแทน ดังนั้นอำนาจอธิปไตยนั้นเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองรัฐ ซึ่งทำให้รัฐมีอำนาจบังคับให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย และมีอำนาจในการดำเนินกิจการระหว่างประเทศ ในทางรัฐศาสตร์ถือว่าอำนาจอธิปไตยเป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ แต่ในทางนิติศาสตร์ถือว่าอำนาจอธิปไตยเป็นอำนาจสูงสุดไม่ว่าในทางการเมือง การปกครองประเทศ หรือในทางใดก็ตาม คำว่าอำนาจอธิปไตยกับคำว่าอำนาจสูงสุด จึงมีความหมายอย่างเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมในมาตราที่ 3 ของ Montevideo Convention on Rights and Duties of the states อีกว่า “การดำรงอยู่ทางการเมือง รัฐไม่ได้ขึ้นอยู่กับการยอมรับของรัฐอื่นๆ – The political existence of the state is independent of recognition by the other states.” กล่าวคือ หากรัฐใดที่มีคุณสมบัติพร้อมทั้ง 4 ประการ คือ มีดินแดนที่แน่นอน มีประชากร มีรัฐบาล และมีอำนาจอธิปไตยที่จะติดต่อกับรัฐอื่นได้โดยตนเองก็ถือว่าเป็นรัฐโดยสมบูรณ์แล้ว ไม่ว่าจะมีรัฐอื่นๆ รับรองหรือไม่

ที่อ้างถึงที่มาที่ไปของคำว่ารัฐตามที่เกริ่นไว้นี้ก็เนื่องจากรัฐไทยที่เรียนที่สอนกันมานั้น เริ่มขึ้นในสมัยอาณาจักรสุโขทัยที่สถาปนาขึ้นราว พ.ศ.1792-2006 มีอายุราว 215 ปี เป็นรัฐในอดีตรัฐหนึ่งตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำยม ในฐานะสถานีการค้าของรัฐละโว้ หลังจากนั้นราวปี พ.ศ.1782 พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมืองได้ร่วมกันกระทำการยึดอำนาจจากขอมสบาดโขลญลำพงเป็นผลสำเร็จ และได้สถาปนาเอกราชให้รัฐสุโขทัยเป็นอาณาจักรสุโขทัย และมีความเจริญรุ่งเรืองตามลำดับและเพิ่มถึงขีดสุดในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ก่อนจะค่อยๆ ตกต่ำและประสบปัญหาทั้งจากปัญหาภายนอกและภายใน

จนต่อมาถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาไปในที่สุด อาณาจักรสุโขทัยมีราชวงศ์พระร่วงปกครองอยู่เพียงราชวงศ์เดียว

อาณาจักรอยุธยา เป็นอาณาจักรของชนชาติไทยในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วง พ.ศ.1893 ถึง พ.ศ.2310 รวมอายุอาณาจักรอยุธยา 417 ปี มีกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางอำนาจ ทั้งยังมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับหลายชาติ จนถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการค้าในระดับนานาชาติ เช่น จีน เวียดนาม อินเดีย ญี่ปุ่น เปอร์เซีย รวมทั้งชาติตะวันตก เช่น โปรตุเกส สเปน เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ และฝรั่งเศส ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งเคยสามารถขยายแผ่อำนาจได้ประเทศราชถึงรัฐฉาน อาณาจักรล้านนา อาณาจักรล้านช้าง อาณาจักรขอม และคาบสมุทรมลายู อาณาจักรอยุธยามีกษัตริย์ปกครองรวม 5 ราชวงศ์ อันได้แก่ ราชวงศ์อู่ทอง ราชวงศ์สุพรรณบุรี ราชวงศ์สุโขทัย ราชวงศ์ปราสาททอง และราชวงศ์บ้านพลูหลวง

อาณาจักรธนบุรี เป็นอาณาจักรที่มีระยะเวลาสั้นที่สุดของไทย คือระหว่าง พ.ศ.2310-2325 ระยะเวลา 15 ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองเพียงพระองค์เดียวคือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ภายหลังอาณาจักรอยุธยาล่มสลายไปพร้อมกับการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง ทว่าในเวลาต่อมา สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ และทรงย้ายเมืองหลวงไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา คือกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน

อาณาจักรรัตนโกสินทร์ เป็นราชอาณาจักรที่ 4 ในยุคประวัติศาสตร์ของไทย เริ่มตั้งแต่การย้ายเมืองหลวงจากฝั่งกรุงธนบุรี มายังกรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ.2475 จึงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงความเป็นรัฐไทยเข้าสู่รัฐสมัยใหม่ตามสถานะความเป็นรัฐชาติในอนุสัญญากรุงมอนเตวิเดโอ พ.ศ.2476 เนื่องจากลักษณะของรัฐสมัยอยุธยาเป็นรัฐแบบ “ศักดินาสวามิภักดิ์” (Mandala) คือ อำนาจอธิปไตยของกษัตริย์แผ่ขยายออกจากศูนย์กลางคือราชธานี แล้วลดน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อห่างจากศูนย์กลาง ไม่มีการปักปันพรมแดนชัดเจน อยู่ที่ว่าหัวเมืองไหนเผ่าไหนจะตกลงสวามิภักดิ์ก็ส่งส่วยส่งบรรณาการมา จึงทำให้ประเทศราชบางประเทศส่งบรรณาการให้หลายราชธานี เช่น เขมร ส่งให้ทั้งอยุธยา ทั้งญวน เป็นต้น ส่วนรัฐไทยในปัจจุบันนับตั้งแต่ “รัฐสมัยใหม่” (Territorial state) หมายถึงรัฐที่มีการปักปันพรมแดนชัดเจนแบบแผนที่สมัยใหม่ และอำนาจอธิปไตยของรัฐนั้นแผ่กระจายไปทั่วทุกตารางนิ้วภายในเขตพรมแดนนั้น

ซึ่งรัฐสมัยใหม่ของไทยเกิดได้จริงหลังจากยกเลิกสิทธิสภาพนอกอาณาเขตในสมัยรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีใน พ.ศ.2481 เท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...