โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอุตุฯ เตือนฉบับ 4 "พายุดีเปรสชั่น"-"ภาคอีสาน" รับมือฝนตกหนัก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 03.28 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 00.51 น.
พยากรณ์ฝนสะสม วันที่ 12 มิถุนายน 2568 เตือนภาคอีสานมีฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา วันนี้ ออกประกาศเตือนฉบับที่ 4 เรื่องพายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนในระยะต่อไป ชี้พายุมุ่งจีนตอนใต้ แต่ชายขอบของพายุจะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง และทำให้คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น

นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 4 เรื่อง พายุดีเปรสชั่น บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน

ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (11 มิ.ย. 68) พายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะไหหลำ ประมาณ 450 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 15.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนในระยะต่อไป และคาดว่าในช่วงวันที่ 13-14 มิ.ย. 68 จะเคลื่อนผ่านด้านตะวันออกของเกาะไหหลำเข้าประเทศจีนตอนใต้ หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ

โดยศูนย์กลางของพายุลูกนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่อาจทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง และคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น

ทั้งนี้ หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง กรมอุตุนิยมวิทยาจะมีการแจ้งเตือนทันที จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กรมอุตุนิยมวิทยา ยังอัพเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุก ๆ 24 ชม. (นับตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 07.00 น. วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925hPa (750 ม.) 15 วันล่วงหน้า ระหว่าง 11-25 มิ.ย.68 init. 2025061012 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลอง เฉดสีแดงหมายถึงฝนหนัก สีเขียวหมายถึงฝนเล็กน้อย

สำหรับสถานการณ์ฝนยังมีการมีการเปลี่ยนแปลง สัปดาห์นี้ประเทศไทย จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณประเทศไทยตอนบนใกล้ร่องมรสุม และด้านรับมรสุม ต้องระวังฝนตกหนักและฝนตกสะสม ช่วง 11-13 มิ.ย. 68

ช่วง 11-12 มิ.ย. 68 จะมีฝนเพิ่มขึ้นบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง กทม. ปริมณฑล ภาคตะวันออก โดยมีฝนตกหนักและตกหนักมากบางพื้นที่ใกล้ร่องมรสุมและด้านรับมรสุมภาคใต้ฝั่งอันดามันและภาคตะวันออก (จ.ระนอง พังงา จันทบุรี ตราด) เนื่องจากมรสุมจะมีกำลังแรงขึ้น และคาดว่าร่องมรสุมพาดจะผ่านบริเวณประเทศไทยตอนบน ยังต้องติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมรับมือ จากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและฝนที่ตกสะสม คลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงขึ้นโดยเฉพาะในทะเลอันดามัน ชาวเรือ ชาวประมงเดินเรือด้วยความระวัง เรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่ง

หลังจากนั้นช่วง 13-25 มิ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนยังมีฝน/ฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใต้ตอนล่าง มีฝนลดลงบ้าง เนื่องจากลิ่มความกดอากาศสูง (Ridge) จากซีกโลกใต้แผ่ขึ้นมาปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง

อนึ่ง ในช่วง 11-14 มิ.ย. บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชั่นและวันนี้คาดว่าจะแรงขึ้นอีกเป็นพายุโซนร้อนได้ เนื่องจากอยู่ในทะเล (ช่วงวันที่ 11-12 มิ.ย. 68) ก่อนที่พายุจะมีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ค่อนไปทางทิศเหนือ เคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ขึ้นฝั่งที่ประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 14 มิ.ย. 68 (ทิศทางการเคลื่อนตัวอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้)

ส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ยังต้องติดตามเป็นระยะ ๆ ชายขอบของพายุอาจส่งผลให้ภาคอีสานด้านตะวันออก มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนัก คลื่นลมมีกำลังแรง ยังต้องติดตามและเฝ้าระวัง (ข้อมูลหรือสถานการณ์นี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามข้อมูลนำเข้าและประมวลผลใหม่ ใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจ)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมอุตุฯ เตือนฉบับ 4 “พายุดีเปรสชั่น”-“ภาคอีสาน” รับมือฝนตกหนัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...