โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'Cloud Tsunami' vs หมอกลาดเนินเขา

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 02.32 น.

Multiverse | บัญชา ธนบุญสมบัติ

www.facebook.com/buncha2509

‘Cloud Tsunami’ vs หมอกลาดเนินเขา

เคยมีภาพไวรัลระดับโลกภาพหนึ่ง แสดงเมฆหมอกปกคลุมกลุ่มคอนโดมิเนียมที่เรียงรายอยู่บนชายหาดของเมืองแพนามาซิตี้ (Panama City) รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555 (ค.ศ.2012) และกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ถึงขนาดที่ CNN และ NBC News ก็ยังให้ความสนใจ

ทั้งนี้ สื่อหลายแห่งยังเรียกชื่อเล่นปรากฏการณ์นี้ว่า ‘Cloud Tsunami’ (เมฆสึนามิ) หรือ ‘Condo Wave Cloud’ (เมฆคลื่นคอนโด)

ส่วน Cloud Appreciation Society ก็ยกให้เป็น Cloud of the Month ของเดือนถัดมา คือ มีนาคม ค.ศ.2012 ด้วยเช่นกัน โดยเรียกชื่อว่า Florida Fog แต่ระบุว่าเป็นเมฆในสกุลสเตรตัส (stratus) ที่มีการกระจายตัวท่วมท้นอาคารคอนโดมิเนียมที่ชายหาดฟลอริดา ดูภาพและข้อมูลประกอบได้ที่ https://cloudappreciationsociety.org/march-2012/

ภาพ ‘เมฆสึนามิ’ ดังกล่าวเป็นผลงานของ เจ อาร์ ฮอตต์ (J.R. Hott) แห่ง Panhandle Helicopter ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการทัวร์ทางอากาศรอบๆ บริเวณชายหาดของเมืองแพนามาซิตี้และเมืองเดสทิน (Destin)

ฮอตต์บอกว่าเขาเคยเห็นเมฆแบบนี้ปีละ 2-3 ครั้ง แต่ว่าก่อนหน้านี้ไม่มีโอกาสเก็บภาพงามๆ เพราะเกิดเหตุทีไร ก็ยังไม่ได้นำเครื่องเฮลิคอปเตอร์ขึ้นสักที (จนกระทั่งครั้งที่เป็นข่าว)

หลายคนคงสงสัยว่า ‘เมฆสึนามิ’ ที่ถล่มแนวคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นได้ยังไง?

เพื่อตอบคำถามนี้ ลองจินตนาการว่าเราไปเที่ยวภูเขาซึ่งมีเนินเขาสลับสล้าง หากมีลมเบาๆ หอบพัดนำอากาศอุ่นและชื้นมาปะทะกับภูเขา ลมนี้จะถูกสันเขาบังคับให้มีทิศทางเคลื่อนสูงขึ้นไป แต่เนื่องจากยิ่งสูง ความดันอากาศยิ่งต่ำ ทำให้อากาศขยายตัวออกและเย็นลง เมื่ออากาศเย็นลงจนถึงจุดน้ำค้าง (dew point) ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ไอน้ำในอากาศเริ่มกลั่นตัวออกมาเป็นหยดน้ำ ณ ความดันอากาศค่าหนึ่งๆ

เมื่อไอน้ำในอากาศบริเวณนั้นกลั่นตัวกลายเป็นหยดน้ำจำนวนมาก หากมองภาพรวมก็คือ หมอก นั่นเอง

หมอกที่เกิดขึ้นด้วยกลไกนี้เรียกว่า หมอกลาดเนินเขา (upslope fog)

หมอกลาดเนินเขาซึ่งเกิดจากลมพัดเบาๆ มักจะเกิดในระดับไม่สูงมากนัก แต่หากลมพัดแรงขึ้นอีกสักหน่อย หมอกก็อาจจะเกิดในบริเวณที่สูงขึ้นไป หรือแม้แต่ปกคลุมเหนือบริเวณยอดเขา ในกรณีเช่นนี้เราเรียกหมอกที่เกิดขึ้นว่า เมฆสเตรตัสที่เกิดจากภูเขา (orographic stratus)

ย้อนกลับมาที่เมฆสึนามิต้นเรื่อง จะเห็นว่าจริงๆ แล้วกลไกการเกิดคล้ายคลึงกับหมอกลาดเนินเขา (หรือเมฆสเตรตัสที่เกิดจากภูเขา) นั่นเอง เพียงแต่ว่าอาคารคอนโดมิเนียมทำตัวเหมือนเป็นภูเขาขวางทิศทางลมทำให้อากาศถูกยกตัวสูงขึ้นไปแทน

แดน แซตเทอร์ฟิลด์ (Dan Satterfield) ซึ่งเป็นผู้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศของ CBS โดยมีพื้นฐานการศึกษาคือ จบปริญญาตรีด้านอุตุนิยมวิทยา และจบปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโลก อีกทั้งยังทำงานนี้มานานกว่า 30 ปีแล้ว (ขณะที่อธิบายประเด็นนี้เอาไว้) ได้ให้รายละเอียดไว้ในเว็บบล็อกของเขา คือ Dan’s Wild Wild Science Journal โดยต่อมามีแหล่งข้อมูลอื่นนำไปอ้างอิง เช่น

https://www.amusingplanet.com/2012/02/fantastic-condo-wave-cloud-hits-florida.html

คำอธิบายที่สำคัญคือ ลมทะเลที่พัดเข้าหาฝั่งมีอุณหภูมิราว 20 องศาเซลเซียส และมีความชื้นสูงใกล้จุดอิ่มตัว กล่าวคือ มีจุดน้ำค้าง ราว 19.5 องศาเซลเซียส เมื่อลมปะทะกับอาคารคอนโดฯ ก็จะถูกเบี่ยงเบนทิศทางให้ยกตัวสูงขึ้นไป

คราวนี้ลองคิดถึง ก้อนอากาศ (parcel of air) ก้อนหนึ่งในกระแสลมนี้ เมื่อก้อนอากาศนี้ถูกบังคับให้ลอยตัวสูงขึ้น ก็จะพบกับความกดอากาศโดยรอบที่ต่ำลง ผลก็คือก้อนอากาศจะขยายตัวออกและเย็นลง

น่ารู้ไว้ว่า หากก้อนอากาศที่เรากำลังสนใจอยู่นี้แม้จะมีไอน้ำ แต่ยังไม่มีหยดน้ำเหลวๆ กลั่นตัวออกมา เนื่องจากความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่า 100% เราก็จะถือว่าเป็น อากาศแห้ง (dry air)

ทั้งนี้ ในทางอุตุนิยมวิทยาพบว่า ก้อนอากาศแห้งที่กำลังลอยสูงขึ้นไปจะมีอุณหภูมิลดลงราว 1 องศาเซลเซียส ต่อความสูงที่เพิ่มขึ้นราว 100 เมตร ค่านี้มีชื่อวิชาการเรียกว่า อัตราการลดลงของอุณภูมิเมื่อความสูงเพิ่มขึ้นในกระบวนการแอเดียแบติก (dry adiabatic lapse rate) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่มีความร้อนเพิ่มเข้าหรือสูญหายไปจากระบบ (ซึ่งในที่นี้คือก้อนอากาศที่เรากำลังพิจารณา)

ดังนั้น เมื่อก้อนอากาศลอยสูงขึ้นไปราว 50 เมตร อุณหภูมิก็จะลดลงไป 0.5 องศาเซลเซียส คือจากเดิม 20 องศา เหลือ 19.5 องศา ผลก็คืออุณหภูมิแตะจุดน้ำค้าง จึงเกิดหยดน้ำจำนวนมหาศาล ซึ่งเมื่อเรามองภาพรวมก็คือ หมอก (หากติดพื้น) หรือเมฆ (หากไม่ติดพื้น) นั่นเอง

เนื่องจากลมค่อนข้างแรง จึงหอบเอาหมอก (หรือเมฆ) ที่เกิดขึ้นข้ามคลุมอาคารคอนโดฯ ไปทางทางด้านหลัง เมื่อก้อนอากาศในกระแสลมจมลง ความดันโดยรอบก็เพิ่มขึ้น ก้อนอากาศก็จะอุ่นขึ้น ผลก็คือหยดน้ำจะระเหยกลับไปเป็นไอ หมอก (เมฆ) จึงสลายไป

กรณีเมฆสึนามินี้มีแง่มุมน่าคิดเล็กๆ นั่นคือ ปรากฏการณ์หนึ่งหากเกิดบ่อยๆ ทำให้เราเห็นซ้ำๆ ก็จะรู้สึกคุ้นชิน จนอาจจะไม่คิดอยากรู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ดังเช่น หมอกลาดเนินเขา ซึ่งแม้จะสวยงามชวนมองแต่ก็ดูไม่น่าแปลกใจอะไรนัก

แต่หากปรากฏการณ์ซึ่งมีแก่นสาระเหมือนกันเกิดในบริบทที่แตกต่างออกไปมากๆ ดังเช่น เมฆสึนามิที่ปกคลุมกลุ่มอาคารคอนโดมิเนียมริมชายหาด เรื่องราวก็อาจจะใหญ่โตกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกได้เลยทีเดียว!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘Cloud Tsunami’ vs หมอกลาดเนินเขา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...