รมว.คลังสหรัฐ ชี้ EU มีปัญหาความเป็นเอกภาพ ฉุดเจรจาการค้าล่าช้า
รมว.คลังสหรัฐ ชี้ EU มีปัญหาความเป็นเอกภาพ ฉุดเจรจาการค้าล่าช้า ขณะเดียวกันเผยสหรัฐเดินหน้าเจรจาเชิงรุกกับเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ไต้หวัน และไทย
วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลา 15.03 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่านายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุว่า สหภาพยุโรป (EU) ประสบปัญหาในการดำเนินการร่วมกันแบบเป็นเอกภาพ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเจรจาการค้ากับสหรัฐ พร้อมลดความหวังต่อความเป็นไปได้ของการทำข้อตกลงในระยะเวลาอันใกล้ แม้ว่าสหภาพยุโรปจะเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐก็ตาม
เบสเซนต์กล่าวระหว่างการตอบคำถามในงาน Saudi-US Investment Forum ที่กรุงริยาดว่า“ผมคิดว่าการเจรจากับยุโรปอาจจะช้ากว่า …ส่วนตัวผมเชื่อว่า ยุโรปมีปัญหาเรื่องการตัดสินใจร่วมกันแบบเป็นกลุ่ม เช่น อิตาลีอยากได้บางอย่างที่ไม่เหมือนกับฝรั่งเศส แต่ผมเชื่อว่าสุดท้ายเราจะหาทางออกที่น่าพอใจร่วมกันได้”
คำพูดของเบสเซนต์ สะท้อนถึงเส้นทางการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับสหภาพยุโรปที่อาจยืดเยื้อ โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายนว่าจะเก็บภาษีศุลกากรกับแทบทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งทำให้โอกาสที่ EU จะได้ข้อตกลงเร็วมีความเป็นไปได้น้อยอยู่แล้ว
ทรัมป์เคยแสดงความไม่พอใจต่อ EU หลายครั้ง โดยกล่าวหาว่า “สหภาพยุโรปก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเอาเปรียบสหรัฐฯ” และเพิ่งกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า “ในหลาย ๆ ด้าน EU เป็นพวกที่ร้ายยิ่งกว่าจีน”
ตามข้อมูลของ IMF มูลค่าการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับ EU ในปีที่แล้วอยู่ที่เกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย EU ได้ดุลการค้ากับสหรัฐถึง 250,000 ล้านดอลลาร์
ในทางตรงกันข้าม เบสเซนต์แสดงท่าทีมองโลกในแง่ดีมากกว่าต่อประเทศในเอเชีย โดยระบุว่าสหรัฐมีการเจรจาที่มีประสิทธิภาพมากกับญี่ปุ่น มีบทสนทนาที่เปิดกว้างมากกับอินโดนีเซีย ได้รับข้อเสนอที่ดีมากจากไต้หวัน และกำลังเจรจากับเกาหลีใต้และไทยด้วย
เบสเซนต์กล่าวว่า “ฝั่งเอเชียของผม ทุกอย่างกำลังไปได้สวย”
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เบสเซนต์มีบทบาทสำคัญในการเจรจาข้อตกลงชั่วคราวกับจีนเพื่อลดภาษี และก่อนหน้านี้ก็ได้จัดทำกรอบความร่วมมือกับสหราชอาณาจักร แม้บางคนมองว่าคำพูดของเบสเซนต์อาจเป็นความพยายามเจาะกลุ่มใน EU แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีประเทศสมาชิกใดแสดงท่าทีว่าพร้อมจะทำข้อตกลงแบบรายประเทศกับสหรัฐ
ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่าเขาได้บอกกับประธานาธิบดีทรัมป์ทางโทรศัพท์ว่า ยุโรปจะไม่แยกตัวในการเจรจาการค้า
“นี่จะเป็นไปไม่ได้กับชาติสมาชิก EU อื่น ๆ เพราะพวกเราต้องการและสามารถดำเนินการร่วมกันในเรื่องการค้าเท่านั้น”
ผู้นำบางประเทศ เช่น จอร์เจีย เมโลนี แห่งอิตาลี และวิกเตอร์ ออร์บาน แห่งฮังการี ได้สร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทรัมป์ ขณะที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ก็มีสายตรงในการสื่อสารกับทรัมป์เช่นกัน
แม้ในภาพรวมจะดูเป็นเอกภาพ แต่ภายใน EU ก็มีความเห็นไม่ตรงกันในรายละเอียดบางประเด็น เช่นเมื่อเดือนก่อน คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป ต้องออกมาเตือนรัฐมนตรีการคลังของประเทศสมาชิกว่าควรปล่อยให้คณะกรรมาธิการยุโรปเป็นผู้นำการเจรจาการค้า
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว EU และสหรัฐเริ่มเปิดการเจรจา โดย EU ได้นำเสนอประเด็นที่สามารถหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อในการเจรจาอย่างเป็นทางการ เช่น ความร่วมมือด้านการลงทุนในก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น โลหะ รถยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ แร่หายาก และการบิน
แม้รัฐบาลทรัมป์จะให้การต้อนรับข้อเสนอเหล่านี้ แต่แหล่งข่าวระบุว่ายังไม่มีความชัดเจนว่าฝ่ายสหรัฐจะยอมลดภาษีในภาคยุทธศาสตร์ที่ได้ประกาศไปแล้วหรือไม่ หรือจะยับยั้งการเก็บภาษีใหม่เพิ่มเติมหรือเปล่า
อ้างอิง : bloomberg.com