โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กฎหมายยุค คสช. ปี 2561 ทำให้เส้นแบ่งไม่ชัดเจน การดูแลและบริหารจัดการพระราชทรัพย์ทั้งหมด…ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย พระองค์จะทรงมอบหมายให้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ บุคคลใด หรือหน่วยงานใด เป็นผู้จัดการทรัพย์สินใด อย่างไรก็ได้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน

The Structure

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 19.10 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 12.10 น. • The Structure

สืบเนื่องจากที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนอภิปรายในสภาเกี่ยวกับ การที่คณะรัฐมนตรีเสนอร่าง “พระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์” โดยได้มีการระบุว่า ตนมีความใส่ใจเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันที่เป็นพระประมุขของชาติ

“ที่ต้องให้ความใส่ใจนั้น เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้ไปเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของแผ่นดินที่สำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือทรัพย์สินของ ‘สถาบันพระมหากษัตริย์‘ ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีการประเมินกันว่าทรัพย์สินของแผ่นดินในส่วนนี้มีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านบาท”

โดยช่วงต้นของการอภิปราย ณัฐพงษ์ได้มีการพาดพิงเชิงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงกฎหมายในปี พ.ศ.2561 ในสมัยรัฐบาล คสช. ว่าทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์” และ “ทรัพย์สินส่วนพระองค์” ไม่ชัดเจน

รวมถึงทำให้การดูแลและบริหารจัดการพระราชทรัพย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์หรือทรัพย์สินส่วนที่เป็นของสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย พระองค์จะทรงมอบหมายให้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ บุคคลใด หรือหน่วยงานใด เป็นผู้จัดการทรัพย์สินใด อย่างไรก็ได้

ก่อนที่ หัวหน้าพรรคประชาชน จะสรุปว่า ร่าง พรบ.ฉบับใหม่ที่ถูกคณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามาในวันนี้ (28 พ.ค.2568) เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อ “สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์” ตามกฎหมายปี 2561 เป็น “สำนักงานพระคลังข้างที่” เท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชนจึงไม่มีประเด็นอะไรที่จะคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวของรัฐบาล

ก่อนที่ ณัฐพงษ์จะกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “สุดท้ายขอยืนยันว่าผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนจะทำหน้าที่พิทักษ์ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ Constitutional Monarchy ซึ่งก็คือระบอบประชาธิปไตยที่พระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ เราจะระวังไม่ให้กฎหมายใดถูกติฉินครหาได้ว่ามีใครพยายามทำให้หลุดพ้นไปจากหลักอันเป็นหัวใจของ Constitutional Monarchy นั่นคือการที่พระมหากษัตริย์ทรง ‘ปกเกล้าไม่ปกครอง‘ อันเป็นการรักษาพระราชสถานะของพระประมุขให้ปราศจากการเมืองอย่างแท้จริง”

ขณะที่มื่อลงเฟสบุ๊กไป รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ จาก NIDA ได้เข้ามาคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ไม่รู้จะมาสาระแนกับทรัพย์สินของพระองค์ท่านทำไม กลับไปจ้องทรัพย์สินของบิดามารดาของตนเองเถิดจะเกิดประโยชน์มากกว่า”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...