โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กุมขมับ!! KKP ชี้เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณโตช้า หวั่น ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ดับ! ฉุดจีดีพีปี 67

The Bangkok Insight

อัพเดต 27 พ.ย. 2566 เวลา 07.52 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2566 เวลา 07.52 น. • The Bangkok Insight

KKP Research หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือโต 2.4% ชี้เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณโตช้า หวั่น "ดิจิทัลวอลเล็ต" ดับ!! ฉุดเศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวแค่ 2.9%

KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจเกียรตินาคินภัทร ปรับลดประมาณการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 66 เหลือ 2.4% ส่วนในปี 67 คาดว่าหากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตผ่านจะอยู่ที่ 3.7% แต่หากไม่ผ่านจีดีพีได้จะลดเหลือ 2.9%

ทั้งนี้ การที่จีดีพีไตรมาส 3 ของปีนี้อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ 1.5% ขณะที่จีดีพีฝั่งอุปสงค์โตได้ถึง 5.6% ความแตกต่างกันค่อนข้างมากของจีดีพีฝั่งอุปสงค์และอุปทาน ประเมินว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในภาพรวมยังคงอ่อนแอกว่าที่ตัวเลขแสดงเศรษฐกิจในประเทศ อ่อนแอกว่าที่เห็นการบริโภคของจีดีพีไตรมาส 3 โตสูงถึง 8% ในภาวะที่หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงและภาคธนาคารชะลอการปล่อยกู้สินเชื่อภาคครัวเรือน

เมื่อพิจารณาประกอบกับตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอื่น ๆ แล้ว การใช้จ่ายในประเทศน่าจะโตได้น้อยกว่าตัวเลขดังกล่าวมาก ภายใต้ข้อสังเกตดังต่อไปนี้

เศรษฐกิจไทย
  • ยอดขายบ้านและรถยนต์ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เพราะรายได้ในประเทศที่ยังฟื้นตัวได้ช้า การปล่อยกู้ของสินเชื่อภาคธนาคารที่ตึงตัวขึ้นมาก และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นเร็วทำให้ภาระหนี้เพิ่มสูงขึ้น
  • ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนออกมาอ่อนแอต่อเนื่องสวนทางกับจีดีพีฝั่งการใช้จ่าย โดยในช่วงที่ผ่านมาทิศทางกำไรของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ไทยค่อนข้างแย่และมีจำนวนหุ้นที่ถูกปรับการคาดการณ์รายได้ (Earning) ลงมากกว่าจำนวนหุ้นที่ถูกปรับการคาดการณ์รายได้ขึ้น ขณะที่กำไรต่อหุ้นหรือ EPS ของตลาดหุ้นไทยในปีนี้ลดลงมากว่า 10% จากต้นปี 66 ซึ่งลดลงมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะอยู่ในช่วงที่ชะลอตัวมากกว่าฟื้นตัวได้ดี
  • อัตราการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (Same store sale growth) ของบริษัทจดทะเบียนมีทิศทางที่ชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยชะลอตัวลงทั้งในกลุ่มของสินค้าจำเป็นและสินค้าฟุ่มเฟือย และมีแนวโน้มปรับเป็นติดลบในไตรมาสที่ 3 ปี 66 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • สินเชื่อในภาคธนาคารหดตัว สะท้อนว่าธนาคารพาณิชย์มีมุมมองที่ไม่ดีนักต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและคุณภาพสินเชื่อในระยะข้างหน้า จึงชะลอการปล่อยกู้ลง
  • ผลการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในปีภาษีที่ผ่านมา ภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งควรสะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจหดตัวประมาณ 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าแม้ปรับมูลค่าการนำเข้าสินค้าที่ลดลงแล้ว ซึ่งผลการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ลดลงสะท้อนถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง

"ทั้ง 5 ชุดข้อมูลสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจในประเทศไม่น่าจะขยายตัวได้ดีมากนัก ทั้งการบริโภคสินค้าคงทน สินค้าไม่คงทน และการลงทุนมีแนวโน้มชะลอตัวลงทั้งหมด" เอกสารเผยแพร่ ระบุ

เศรษฐกิจไทย

ปรับ GDP ปี 67 เป็น 3.7% หากไม่มี "ดิจิทัลวอลเล็ต" คาดชะลอเหลือ 2.9%

แม้จะประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในภาพรวมยังคงอ่อนแอและไม่สามารถฟื้นตัวได้ดีมากนัก แต่ได้ปรับจีดีพีเพิ่มขึ้นเป็น 3.7% จาก 3 ปัจจัยบวก ได้แก่

  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ (ดิจิทัลวอลเล็ต) ที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ 0.8% ของจีดีพี โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีหน้า
  • การท่องเที่ยวที่ยังคงฟื้นตัวได้โดยคาดจำนวนนักท่องเที่ยวที่ 35 ล้านคนในปี 67
  • การส่งออกที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวตามวัฏจักรการผลิตและการส่งออกโลก

ขณะที่มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่รัฐบาลอาจไม่สามารถผลักดันมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต เพราะข้อจำกัดด้านการคลังและกฎหมาย กรณีที่ไม่รวมผลจากมาตรการนี้คาดว่าจีดีพีจะชะลอลงเหลือ 2.9% ในปี 67 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่กดดันการเติบโตในระยะยาวมาอย่างต่อเนื่อง

หากนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตสามารถออกใช้ได้ตามที่รัฐบาลแถลงจะมีต้นทุนสูงถึง 5 แสนล้านบาท ขณะที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคในระยะสั้น แต่ผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมน่าจะมีค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับต้นทุน โดยประเมินตัวคูณทางการคลัง (fiscal multiplier) ที่ 0.3 เท่า ซึ่งส่งผลบวกต่อจีดีพีประมาณ 0.8% ในปี 67 โดยผลดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีหน้าหากมีการออกใช้จริง และเศรษฐกิจอาจจะชะลอตัวลงอย่างมากหลังจากนั้น

เนื่องจากสถานการณ์การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้ไทยแข่งขันในเวทีโลกได้ยากขึ้นมากกว่าประเด็นการลดลงของรายได้ชั่วคราว นอกจากนี้ผลกระทบด้านลบยังรวมไปถึงต้นทุนทางอ้อมต่อเศรษฐกิจที่จะเพิ่มขึ้นจากการที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดจะปรับตัวสูงขึ้นจากการที่รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เพิ่มอีกด้วย

เศรษฐกิจไทย

คาดส่งออกโต 2%

KKP Research คาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสชะลอตัวแต่น่าจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องในปีหน้า แม้มีความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยแต่เศรษฐกิจสหรัฐ มีโอกาสขยายตัวได้จากแรงสนับสนุนทั้งวัฏจักรการผลิต การย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐฯ (Reshoring) จากภาวะการย้อนกลับของโลกาภิวัฒน์ และมาตรการกระตุ้นการลงทุน ซึ่งส่งผลให้ผลิตภาพของแรงงานปรับตัวดีขึ้น และน่าจะทำให้การส่งออกของไทยในปี 67 มีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวขึ้นได้เล็กน้อย สอดคล้องกับการส่งออกของประเทศในภูมิภาค โดยคาดว่าการส่งออกของไทยจะเติบโตได้เล็กน้อยที่ 2.0%

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...