โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทศกาลปีใหม่เที่ยวไหนดี ? เช็กแหล่งท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ถูกใจทุกวัยที่นี่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ธ.ค. 2566 เวลา 12.38 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2566 เวลา 10.14 น.
Photo: Annie Spratt/unsplash

ผลสำรวจของ Booking.com เกี่ยวกับแนวโน้มการท่องเที่ยวของคนไทย ระบุว่า ในปี 2567 คนไทยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (ecotourism) มาขึ้น ขณะที่ผลสำรวจของทราเวลโลก้า (Traveloka) เผยเทรนด์การท่องเที่ยวในปี 2567 ว่า การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อมกำลังได้รับความนิยม โดย 80% ของผู้ใช้งานต้องการจองที่พักที่ผ่านการรับรองด้านบริการการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมแหล่งท่องเที่ยว 4 แห่ง เที่ยวแบบยั่งยืน ถูกใจคนทุกวัย ดังนี้

1.สวนมิ่งมงคลฯ โดยปูนซีเมนต์นครหลวง

“สวนมิ่งมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา” หรือ “อินทรี กรีนพาร์ค” โดยปูนซีเมนต์นครหลวง ปอดสีเขียวขนาดใหญ่ในแก่งคอย จ.สระบุรี ยกระดับชุมชนน่าเที่ยวเชิงนิเวศ ปรับคอนเซ็ปต์ใหม่ เพิ่มจุดพักผ่อน พร้อมจุดเช็กอิน แหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ และกิจกรรมใหม่สุดสร้างสรรค์เพื่อคนทุกช่วงวัย

ทั้งยังเป็นศูนย์รวมส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติ ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ภายใต้แนวคิด TOTAL GREEN มุ่งสร้างคุณค่าและความผูกพันที่ดีร่วมกันกับชุมชนแก่งคอย เพื่อโลกน่าอยู่ คู่หัวใจสีเขียว ภายใต้วิสัยทัศน์การพัฒนาอย่างยั่งยืน ปี 2573

พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 22 ไร่ ริมทางหลวงหมายเลข 2 กม. 125 อ.แก่งคอย จ.สระบุรี สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา ได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้การดูแลของบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ที่สร้างขึ้นบนความตั้งใจในการพัฒนาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการอนุรักษ์ และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีคุณค่า

สวนมิ่งมงคล

พื้นที่สาธารณะชุมชน

สวนมิ่งมงคลเป็นจุดพักผ่อน และกิจกรรมใหม่ภายในสวนสาธารณะสุดร่มรื่น อาทิ การเข้าชมและถวายสักการะพระบรมรูปปั้นรัชกาลที่ 9 ในหอเฉลิมพระเกียรติ เยี่ยมชมแปลงผักสวนครัวปลอดสารเคมีที่ใช้สารปรับปรุงดินจากขยะเศษอาหารมาใช้แทนปุ๋ย ชมโรงเรือนเพาะกล้าไม้พันธุ์พื้นถิ่น เพื่อนำไปปลูกบนพื้นที่เหมืองเพื่อการฟื้นฟู

นอกจากนั้นยังมีสินค้า OTOP จากชาวบ้านชุมชนแก่งคอย ลานวิ่งเล่นพักผ่อนกับสุนัขรู้ใจในพื้นที่สวนสีเขียวเปิดโล่ง รวมถึงโซนของการเรียนรู้การคัดแยกขยะที่ช่วยลดปริมาณขยะไปหลุมฝังกลบและเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ เพื่อสร้างคุณค่าและความผูกพันที่ดีร่วมกันกับชุมชนแก่งคอย ด้วยแนวคิด TOTAL GREEN เพื่อโลกน่าอยู่ คู่หัวใจสีเขียว ภายใต้วิสัยทัศน์การพัฒนาอย่างยั่งยืน ปี 2573

ปอดขนาดใหญ่ของคนแก่งคอย

แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งนี้ แวดล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ และไม้ประดับกว่า 100 สายพันธุ์ ที่ออกแบบภูมิทัศน์ ไว้อย่างสวยงามและร่มรื่นพร้อมด้วย สวนสมุนไพร และพืชผักสวนครัวต่าง ๆ ที่รอให้ทุกคนไปเรียนรู้ และสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ

รวมทั้งเป็นแหล่งการเรียนรู้เชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และแนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการนำพลังงานสะอาดมาใช้ในพื้นที่ เช่น มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม จากกังหันลม พลังงานแสงอาทิตย์ จากโซลาร์เซลล์ และพลังงานน้ำ จากกังหันวิดน้ำ เป็นที่มาของการสร้างต้นแบบบ้านอนุรักษ์พลังงาน โดยเป็นบ้าน 2 ชั้น ก่อสร้างด้วยไม้คอนวูดทั้งหลัง ซึ่งเป็นวัสดุทดแทนไม้ธรรมชาติที่ผลิตจากคอนกรีต 70% และเยื่อกระดาษอีก 30% แต่มีความแข็งแรงทนทาน

เป็นสวนสาธารณะต้นแบบที่ได้รับรางวัล Thailand Energy Award จากกระทรวงพลังงาน และ ASEAN Energy Award ในปี 2558 ระดับดีเด่นด้านอนุรักษ์พลังงานประเภทอาคารสร้างสรรค์ เพื่อการอนุรักษ์พลังงานอาคารออกแบบ สำหรับภูมิอากาศร้อนชื้น (Tropical Building)

กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อคนทุกวัย

นอกจากนั้นภายใน “สวนมิ่งมงคลฯ” ยังจัดสรรพื้นที่เปิดโล่งสำหรับกิจกรรมวิ่งและออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีกับสนามออกกำลังกาย ท่าน้ำสวนมิ่งมงคลที่สามารถให้อาหารปลาคาร์ป ลานนั่งเล่นในบริเวณโดยรอบ พร้อมรอให้ทุกคนเข้ามาเติมความสดชื่นกับร้านกาแฟในสวน ซึ่งจะเปิดให้บริการในทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น.

สำหรับคนที่สนใจสามารถเดินทางเช็กอินที่ “สวนมิ่งมงคลฯ” ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 06.00-19.00. น. ณ ริมถนนมิตรภาพ บริเวณ กม.125 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

2.กาดพื้นบ้าน จริงใจมาร์เก็ต โดยกลุ่มเซ็นทรัล

แลนด์มาร์กที่น่าสนในเชียงใหม่ “โครงการจริงใจมาร์เก็ต” ในย่านจริงใจเซ็นทรัล ศูนย์รวมที่สุดของผลผลิตเกษตรอินทรีย์ หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ร้านไอเดียสร้างสรรค์ และร้านอาหารประจำถิ่น ที่มีแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมตอบโจทย์ท่องเที่ยววิถีชุมชนยั่งยืน เพราะมีการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก การเลือกจำหน่ายสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การรีไซเคิล การคัดแยกขยะ เป็นต้น

พิกัดโครงการจริงใจมาร์เก็ต-ในย่านจริงใจเซ็นทรัล เดินทางง่ายตั้งอยู่บนถนนอัษฎาธร อำเภอเมือง ตำบลป่าตัน จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากประตูท่าแพเพียง 5 นาที และห่างจากสนามบินเชียงใหม่เพียง 10 นาที ภายในโครงการประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ 1.จริงใจมาร์เก็ต 2.จริงใจวิลเลจ 3.จริงใจแกลเลอรี

ตลาดจริงใจ

1. จริงใจมาร์เก็ต มีไฮไลต์ ดังนี้

1.1 ตลาดจริงใจ : ตลาดนัดเลื่องชื่อที่ครอบคลุมอาหาร, ศิลปะ, งานออกแบบ รวมทั้งงานฝีมือ ภายใต้แนวคิดรักษ์โลก ให้เลือกชม ชิม ช็อปอย่างเพลิดเพลิน ตั้งแต่เช้าถึงบ่าย เปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 06.30-15.00 น.

1.2 คาเฟ่ ร้านอาหารโฮมเมด ร้านค้าไอเดีย และชุมชนงานคราฟต์ : เป็นคอมมิวนิตี้ของผู้มีใจรักด้านงานคราฟต์ รวมทั้งลานกิจกรรมของครอบครัวให้มาใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น เวิร์กช็อปงานประดิษฐ์ เป็นต้น เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.30-21.00 น. วันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 06.30-22.00 น. (เวลาเปิด-ปิดแตกต่างกันในแต่ละร้านค้า)

2. จริงใจวิลเลจ

คอมมิวนิตี้สเปซที่ยังคงเอกลักษณ์บางส่วนของสถาปัตยกรรมล้านนา รวบรวมร้านค้าและบริการมากมาย เช่น ร้านอาหารและคาเฟ่แนวสุดชิกที่มีรูปแบบการตกแต่งเฉพาะตัว อาทิ The Baristro at Jing Jai Market, ร้านส้มตำเฮ้าส์ หรือร้านขายสินค้ากรีนไอเดียอย่าง Box Journey ซึ่งเป็นร้านบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก, บ้านเล็กลมัย ร้านกระเป๋าสานทำมือ เป็นต้น รวมถึงการสนับสนุนให้ศิลปินกราฟิตี้ชื่อดังทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้ใช้พื้นที่ในการสร้างสรรค์งานศิลปะในเทศกาล Style Walls ครั้งแรกของไทย

3. จริงใจแกลเลอรี

พื้นที่จัดแสดงงานศิลป์ที่นำเสนอผลงานศิลปะหลากหลายแขนง ทั้งศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ โดยมีการจัดนิทรรศการหมุนเวียนให้ผู้มาเยือนได้ชมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการสนับสนุนและส่งเสริมศิลปินไทยคลื่นลูกใหม่สู่เวทีโลกที่ทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าถึงและสัมผัสได้ พร้อมเป็นพื้นที่ในการให้ความรู้และเปิดประสบการณ์ศิลปะเพื่อทุกคน

3.เส้นทางสำรวจ เที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยสิงห์ เอสเตท

เส้นทางสำรวจ Nature Trail ภายในบริเวณโรงแรมสันติบุรี สมุย แบ่งออกเป็น 3 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางที่ 1 : เส้นทางเดินสำรวจนกและแมลงน้ำ เป็นเส้นทางในรูปแบบของการสำรวจนก ต้นไม้ และแมลงน้ำในคลองที่ไหลผ่านรีสอร์ต โดยมีจุดสำรวจ 13 จุด เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจในพื้นที่

เส้นทางที่ 2 : เส้นทางเดินสำรวจแมลงน้ำและไลเคน โอบล้อมด้วยไม้พุ่มชนิดต่าง ๆ โดยเป็นเส้นทางการเรียนรู้เรื่องแมลงและแมงมุมกลุ่มต่าง ๆ เป็นหลัก และกำหนดให้มีจุดสำรวจ 13 จุด

เส้นทางที่ 3 : เส้นทางเดินสำรวจสัตว์ชายหาดและนกน้ำ เส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังบริเวณหาดของรีสอร์ต เน้นการเชื่อมโยงพื้นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในโซนแห้งไปถึงบริเวณชายหาด และกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบนิเวศชายหาด

สำหรับโครงการที่โรงแรมทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ มีการสำรวจพบนกรวม 63 ชนิด จากสิ่งมีชีวิตทั้งหมด 229 ชนิด มีการแบ่งเส้นทางสำรวจออกเป็น 3 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางที่ 1 : เส้นทางวิ่ง/จักรยาน สำรวจพันธุ์ไม้ป่าชายเลนนกนานาชนิดทั้งช่วงเช้าและเย็น รวมถึงเวลากลางคืน ซึ่งสามารถศึกษาสิ่งมีชีวิตที่หากินตอนกลางคืนได้ มีโอกาสพบสัตว์ในกลุ่มแมลง แมงมุม และสัตว์เลื้อยคลานที่หายากได้

เส้นทางที่ 2 : เส้นพายเรือคายัค (2 กิโลเมตร) เน้นกลุ่มนกทะเล ปู และหอยบริเวณป่าชายเลน รวมถึงฝูงปลาวัยอ่อน และการศึกษาลักษณะโครงสร้างของต้นโกงกาง

เส้นทางที่ 3 : เส้นพายเรือคยัก (1 กิโลเมตร) สำรวจปลานานาชนิด ทั้งฝูงปลาวัยอ่อน ปลาไหลมอเรย์ลายหินอ่อน ปลาจิ้มฟันจระเข้ โดยเฉพาะปลาอมไข่ตาสีฟ้า (orbiculate cardinal fish) ที่รายงานพบเป็นครั้งแรกที่บริเวณป่าชายเลนโละบาเกาจากการสำรวจครั้งนี้

4.เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยว โดยเอ็กโก กรุ๊ป

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ “เอ็กโก กรุ๊ป” จัดตั้ง “มูลนิธิไทยรักษ์ป่า” โดยร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ป่าต้นน้ำสำคัญต่าง ๆ ของประเทศ

สำหรับล่าสุดปรับปรุง “เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยว” ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ มีระยะทางประมาณ 2.6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 2-2.5 ชั่วโมง ด้วยลักษณะที่เป็นป่าดิบเขา และป่าต้นน้ำ มีความอุดมสมบูรณ์หลากหลายไปด้วยพรรณไม้ ทั้งยังเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าสงวนอย่างชะนีมือขาว และมีน้ำตกผาดอกเสี้ยวเป็นจุดเด่นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติแห่งนี้ จนกลายเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

เสน่ห์ของการเดินทางชมธรรมชาติของเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยวคือการได้เรียนรู้ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตในการดูแลอนุรักษ์ป่า ของชาวปกาเกอะญอ ที่บ้านแม่กลางหลวง หมู่บ้านอ่างกาน้อย ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โดยมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าการตั้งถิ่นฐานของบ้านแม่กลางหลวง

ในอดีตเส้นทางนี้ใช้ประโยชน์เป็นแนวกันไฟ ขนผลผลิตทางการเกษตร และใช้เดินติดต่อไปมาหาสู่กันภายในชุมชน ต่อมาในปี 2562 เส้นทางศึกษาธรรมชาติแห่งนี้ดำเนินการปรับปรุงเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ทางธรรมชาติที่สำคัญ และเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ แก่ประชาชน รวมถึงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนด้วย

เป็นพื้นที่ที่ “คนอยู่กับป่า” อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาระบบสื่อความหมาย 14 จุดในเส้นทาง เพื่อเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้ คุณค่า และความสัมพันธ์ของสรรพชีวิตในผืนป่า ตลอดจนพัฒนาระบบสื่อความหมายออนไลน์ และวิดีโอเยี่ยมชมเสมือนจริง 360 องศา

เพื่อให้ผู้สนใจสามารถสัมผัสธรรมชาติในเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยวได้ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยมุ่งหวังว่านักท่องเที่ยวและประชาชนจะตระหนัก และเห็นความสำคัญของการพึ่งพากันระหว่างมนุษย์และระบบนิเวศ จนเกิดเป็นจิตสำนึกในการปกป้อง และร่วมดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...