โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"Joyce Sin" YouTuber ชาวจีน-อเมริกัน กับตัวตนใหม่ในเวอร์ชันโปรดที่ค้นพบในกรุงเทพฯ!

Dek-D.com

อัพเดต 15 ธ.ค. 2566 เวลา 04.14 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2566 เวลา 04.12 น. • DEK-D.com
วันนี้เราจะข้ามกำแพงภาษาพามารู้จักกับพี่จอยซ์ ยูทูปเบอร์ชาวจีนอเมริกาที่มาไกลจากเมืองเซาท์ดาโกตา ประเทศสหรัฐอเมริกา ออกเดินทางหาความสนุกให้ตัวเองไปเรื่อยจนมาเจอกับกรุงเทพฯ ที่เธอเอ่ยปากว่าเป็นที่ที่ทำให้เธอได้เจอกับเวอร์ชันที่ชอบมาก ๆ ของตัวเอง

. . . . . . . . .

เราต่างมีตัวตนที่เป็นเวอร์ชันโปรดของตัวเอง อาจจะเจอแล้วหรือยังไม่เจอแต่เราก็ยังมีเวลาค้นหาไปเรื่อย ๆ วันนี้เราจะข้ามกำแพงภาษาพามารู้จักกับ "Joyce Sin" พี่จอยซ์ยูทูบเบอร์ชาวอเมริกันเชื้อสายจีนที่มาไกลจากเมืองเซาท์ดาโกตา ประเทศสหรัฐอเมริกาออกเดินทางหาความสนุกให้ตัวเองไปเรื่อยจนมาเจอกับกรุงเทพฯ ที่เธอเอ่ยปากว่าเป็นที่ที่ทำให้เธอได้เจอกับเวอร์ชันที่ชอบมาก ๆ ของตัวเอง

. . . . . . . . .

แนะนำตัวกันหน่อย

พี่พัด : แนะนำตัวกับชาว SparkD หน่อยค่ะ

พี่จอยซ์ :สวัสดีค่ะ ชื่อจอยซ์ เป็นคนจีน-อเมริกัน อายุ 24 ปี ตอนนี้เรียนภาษาไทยอยู่ที่กรุงเทพฯ ค่ะ

พี่จอยซ์ เล่าว่าเธอมาอยู่ไทยตั้งแต่พฤษภาคม 2566 ตอนนี้ตัวเองเรียนภาษาไทยกับโรงเรียนสอนภาษา 6 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ นอกจากนี้ก็มีออกไปถ่ายคลิปข้างนอกลงช่อง YouTube (ช่อง Joyce Sin) และTikTok (Joyce Sin) ของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ช่อง YouTube ของพี่จอยซ์ก็มียอดติดตามทั้งหมดถึง 46.9 k เลยทีเดียว และตอนที่สัมภาษณ์กัน ถึงเราจะสนทนาเป็นภาษาอังกฤษแต่ก็มีถามถึงสกิลภาษาไทยด้วยซึ่งพี่จอยซ์ก็สปีคไทยให้ฟัง บอกเลยว่าเก่งสุด ๆ

ซีรีส์วาย หมุดหมายแรกที่ทำให้ตัดสินใจมาไทย

พี่พัด : ได้ข่าวว่าชอบซีรีส์วาย เริ่มชอบได้ยังไง?

พี่จอยซ์ : เรื่องแรกที่เริ่มดูคือเรื่อง “คู่กัน” ที่คู่ไบร์ทวินแสดง ช่วงเมษาฯ ปี 2020 ตอนนี้เป็นช่วงโควิดพอดีแล้วมันก็ฮิตมาก หลังจากนั้นก็มาเริ่มฟังเพลงไทย แล้วก็ตัดสินใจมาอยู่ไทยตอนพฤษภาฯ ปี 2023

พี่พัด : งั้นซีรีส์วายก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มาไทยเลยใช่ไหม?

พี่จอยซ์ :ใช่ เป็นส่วนหนึ่ง ประมาณ 20%

พี่พัด : งั้นอีก 80% ล่ะ

พี่จอยซ์ : จริง ๆ มาไทยครั้งแรกเลยคือเดือนพฤศจิกาฯ ปี 2022 แล้วก็กลับบ้านที่อเมริกาไปได้ 3 เดือนแล้วก็รู้สึกว่าเราต้องกลับไปไทยอีกรอบ ก็เลยไปเที่ยวที่สักพักแล้วก็จบที่มาไทย ที่ทำให้รู้สึกว่าต้องกลับมาเลยคือเราชอบตัวตนของเราตอนอยู่

เรารู้สึกว่าเราเป็นคนที่ชิลขึ้น ไม่ต้องคอยเป็นใครบางคนตลอดเวลา เราเป็นตัวเองได้เลยแล้วรู้สึกว่ายอมรับตัวตนแบบนี้ของเรา

พอพี่จอยซ์ตอบว่าเขาชอบตัวตนที่เขาได้เป็นที่ไทย เราก็นึกสงสัยว่าแล้วเมื่อก่อนเขาเป็นยังไง พี่จอยซ์ก็เล่าว่าเมื่อก่อนเขาเป็นคนที่ค่อนข้างซีเรียสแล้วก็ดุประมาณหนึ่งเป็นเพราะสังคมที่อเมริกาด้วยแต่พอมาไทยแล้วเขาก็รู้สึกว่าปล่อยชิลขึ้น อาจจะเป็นเพราะคนที่ไทยดูใจเย็น สบายๆ สำหรับเขา พี่จอยซ์เลยรู้สึกว่าได้ผ่อนคลายตัวเองไปด้วย

พี่พัด : เห็นว่าที่ไปเที่ยวก่อนมาไทยคือไปไต้หวันมาก่อนด้วย? อะไรที่เป็นตัวตัดสินใจให้อยากไปไหนสักที่?

พี่จอยซ์ :ไปมาหลายที่เลย ไปไต้หวันมา 1 เดือน ไปญี่ปุ่น 2 อาทิตย์ แล้วก็ฮ่องกงอีก 1 เดือน แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่าประเทศไทยชอบที่สุดที่ไปมา มันรู้สึกแตกต่าง ที่อื่นก็แฮปปี้นะแต่รู้สึกแฮปปี้กับที่ไทยที่สุด เป็นเรื่องวัฒนธรรมด้วย เราถูกชะตากับที่ไทยที่สุด

พี่พัด :อะไรที่ทำให้คิดว่าทำให้สบายใจกับที่ไทย ต้องกลับมาไทย

พี่จอยซ์ :ตอนที่ไปฮ่องกง เราไปเที่ยวที่นู่นประมาณเดือนหนึ่งแล้วรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมดูเครียดจัง ยิ่งในเมืองยิ่งรู้สึกเครียด เขาดูมีวัฒนธรรมไฮโซ ทุกอย่างมันดูขึ้นกับเงินไปหมดสำหรับเรา ซึ่งเรามองว่ามันไม่ควรเป็นเป็นแบบนั้น แล้วก็เรื่องคน เรารู้สึกว่าเขาค่อนข้างช่างตัดสิน (judging) คือทุกคนมีความช่างตัดสินในตัวเองนั่นแหละ แต่ที่ฮ่องกงแอบรู้สึกว่ามากกว่าที่อื่นหน่อย เช่นที่เราเจอคือ เขาจะมองเราตลอดไม่ว่าเราจะดูสวยรึเปล่า มันรู้สึกเหมือนโดนตัดสินกลาย ๆ เราเลยรู้สึกว่าถึงเวลาแล้ว อยากกลับไปที่ไทย แล้วตอนที่เครื่องลงที่สุวรรณภูมิมันก็รู้สึกแฮปปี้เลย

เรื่องราวการออกมาอยู่ต่างถิ่นด้วยตัวคนเดียว

พี่พัด : ยากไหม การที่ต้องมาอยู่ประเทศที่ไม่ใช่บ้านเกิดตัวเอง

พี่จอยซ์ :เรามาจากอเมริกา ที่ไทยค่อนข้างต่างจากที่นู่นเลย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกันที่รู้สึกเหมือนได้อยู่บ้าน บางทีจะเป็นเพราะผู้คนที่น่าสนใจแล้วก็ต้อนรับเรามาก ๆ เรารู้สึกว่าแหละที่ของเรา

พี่พัด :มาอยู่ไทยคนเดียวแบบนี้ เหงาไหม? หาเพื่อนยังไง?

พี่จอยซ์ :เคยเหงานะ แต่เราก็เริ่มรับมือกับความเหงาได้เรื่อย ๆ เริ่มออกไปเจอคนใหม่ ออกไปเจอเพื่อนเวลาเหงาแต่สุดท้ายกลับมาอยู่ห้องก็ต้องอยู่คนเดียวอยู่ดี

“เรารู้สึกว่าการรับมือที่จะอยู่กับความเหงาก็เป็นการเติบโตรูปแบบหนึ่ง”

ส่วนเพื่อนก็จากทางออนไลน์เลย เพื่อนสนิทบางคนก็รู้จักกันผ่านอินสตราแกรม เขาทักมา เราก็ทำความรู้จักกัน

พี่พัด : เคยลังเลบ้างไหมกับการตัดสินใจที่จะไปอยู่ประเทศใหม่?

พี่จอยซ์ : ไม่นะ ไม่เคยเลย เพราะเรารู้ว่าเราอยากลองทำอะไร หลายคนทำไม่ได้เพราะติดเรื่องการเงิน แต่เรารู้ตัวว่าเราค่อนข้างมี Privilege เรื่องการเงิน ทางที่บ้านเราก็ซัพพอร์ทเราเรื่องนี้ ทั้งเรื่องการเงินและการทำ YouTube ซึ่งเรารู้สึกดีใจมาก

พอถามถึงว่าเคยเจออะไรที่รู้สึกว่าทำให้อยู่ยากที่ไทยบ้างไหม พี่จอยซ์ก็ตอบว่า มีเรื่องการข้ามถนนนี่แหละเพื่อนแบบแค่เดินไปเลย เราก็แบบ เฮ้ยแล้วถ้ารถเขาไม่หยุดให้อะ ช็อคนิดหน่อย

ที่อยู่เปลี่ยน ภาษาเปลี่ยน วัฒนธรรมเปลี่ยน

พี่พัด : แล้วกับภาษาไทย ถึงจุดไหนที่คิดว่าอยากเรียน? จากซีรีส์เหรอ?

พี่จอยซ์ :ก็จากซีรีส์ จริง ๆ ตอนแรกก็ไม่เคยฟังเพลงไทยเลยจนมาดูซีรีส์แล้วก็รู้ว่า อืม น่าสนใจจัง ตอนแรกฟังดูคล้าย ๆ ภาษาเวียดนามเลย แต่หลัง ๆ ก็เริ่มแยกได้ แล้วก็รู้สึกว่า ภาษาไทยสนุกจังมีระดับเสียงสูงต่ำตอนแรกเราก็ไม่ได้จริงจังนะ แค่ฟังเพลง ดูซีรีส์ แต่สุดท้ายก็มาจบที่ลงเรียนเลยก็เลยจริงจังขึ้น

พอมานั่งนึกภาษาไทยกับอังกฤษค่อนข้างแตกต่างกันเลยทั้งวิธีเขียน การผสมคำ ก็เลยถามพี่จอยซ์ว่าสำหรับเขาการเรียนไทยยากไหม เขาก็บอกว่าด้วยความที่เขารู้ภาษาจีนอยู่แล้วพอมาไทยก็เลยไม่ยากมากขนาดนั้น ก็พยายามจำรูปพยัญชนะ สระไปจริง ๆ ไทยแอบง่ายกว่าจีนด้วยเพราะเป็นตัว ๆ แล้วมาผสมกัน แต่ภาษาจีนแต่ละตัวอักษรมีความหมายในตัวไปเลย การเรียนภาษาไทยสำหรับพี่จอยซ์เขาเปรียบเหมือนเป็นการต่อจิ๊กซอว์ ที่เอามาต่อ ๆ กันแล้วก็ได้เป็นคำที่มีความหมายออกมา

Passion กับการทำ YouTube

พี่พัด : เริ่มทำ YouTube ได้ยังไง?

พี่จอยซ์ :เริ่มลงครั้งแรกเลยคือตอนมิถุนาฯ ปี 2017 แต่ก็ไม่ค่อยได้ลงจนมาปี 2020 ที่เริ่มทำคลิปรีแอคชั่นซีรีส์วาย แล้วก็หลังจากย้ายมาไทยเราก็ทำ VLOG แต่ในอนาคตก็อยากทำคลิปท่องเที่ยว อย่างพวกทริคต่างๆให้คนต่างชาติตอนที่เที่ยว จริง ๆ ตอนแรกอยากทำคลิปให้คนต่างชาติดูแต่ตอนนี้คนไทยดูช่องเยอะมาก แบบครึ่งหนึ่งเลย

พี่พัด :เคยอยากเลิกทำ YouTube มั้ย

พี่จอยซ์ : ไม่เคยคิดเรื่องจะเลิกทำเลย เคยแต่ลังเลบ้างนิดหน่อยว่านี่มันคือทางของเราจริงไหมนะ แต่ก็รู้สึกว่ายังไงเราก็ต้องทำแหละ ยังไงสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่เราอย่างจะทำมาตั้งแต่ม.ต้น (Middle School) เราก็เลยทำไปเถอะ

“เราคิดว่าถ้าคนเราอยากจะทำอะไรหรือมีแพสชั่นกับอะไรเราต้องทำไปเรื่อยๆ แล้วเดี๋ยวเราจะทำมันได้ดีเอง”

เราไม่คิดว่าถ้าเราไปทำอย่างอื่นแล้วเราจะทำได้ดีเท่าสิ่งเราที่ชอบ คือถ้าเราทำสิ่งที่เราชอบไปเรื่อย ๆ (Keep doing it) เราจะทำมันได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เอง

พี่พัด : คีย์เวิร์ดเลย คือทำไปเรื่อยๆ (Keep doing it)ใช่ไหม?

พี่จอยซ์ : ใช่ ไม่ก็อีกคำนึงคือ Just do it (ทำเลย)

ในคอนเทนท์ของพี่จอยซ์หากใครติดตามก็เห็นว่ามีหลายครั้งเลยที่เขาออกไปสัมภาษณ์คนนั้นคนนี้ ก็เลยถามไปว่าแล้วเขาเคยรู้กังวลบ้างไหมเวลาต้องไปคุยกับคนไม่รู้จัก พี่จอยซ์ก็ตอบว่า เขาพยายามไม่คิดเยอะ เขาออกไปเพื่อไปคุยกับคน ก็คุยซะ ทำไปเลย หลาย ๆ คลิปเลยจะเห็นได้ว่าคลิปออกมาเป็นธรรมชาติมาก อาจเป็นเพราะวิธีคิดที่ว่า just do it ของพี่จอยซ์ก็ได้

พี่พัด :แล้วคิดว่าจะทำ YouTube ไปยาว ๆ เลยมั้ยเอ่ย?

พี่จอยซ์ :อยากทำให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้เลย อาจจะอย่างน้อย ๆ 5 ปี เพราะมันเป็นอะไรที่เราชอบทำ แต่ก็ต้องแอบคิดเรื่องการเงินอะไรแบบนี้ไปด้วยเหมือนกันว่าจะทำอะไร เราจะทำเงินจาก YouTube ได้ไหม แต่ถ้าไม่ได้จริง ๆ เราก็จะทำต่อไปอยู่ดี อีกอย่างที่คิดจะทำ (ถ้าได้วีซ่า) นอกจาก YouTube ก็มีพวกร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า หรือทำบริษัท แต่ตอนนี้อยากโฟกัสแค่การทำ YouTube ให้ดีก่อน

พี่พัด : สุดท้ายนี้มีอะไรอยากบอกคนที่ลังเลกับการจะออกจากคอมฟอร์ตโซนไหม?

พี่จอยซ์ : กลับไปที่โควท (Quote) ของเราเลย เราใช้ชีวิตแบบ

“ถ้าเราอยากได้อะไรในชีวิต เราจะหาทางจนได้ทำมัน”

แล้วถ้าเราไม่ได้อยากไขว่คว้ามันขนาดนั้นก็แปลว่าเราไม่อยากได้มันจริง ๆ แต่ก็นั่นแหละ มันมีปัจจัยหลายอย่างที่มาหยุดเราได้เหมือนกัน อย่างเรื่องการเงิน แต่สมมติเราไม่ได้มีปัญหาเรื่องนั้นก็แปลว่าควรทำมันไปเลย กลับไปที่คำประจำตัวเรา Just do it (ทำเลย)

สำหรับน้องๆ ที่มีอะไรอยากทำแต่กำลังลังเลอยู่ ถ้าเรามีทรัพยากรมากพอ อยากจะบอกตามพี่จอยซ์เลยว่า Just do it ! และ Keep doing it! เราอาจจะได้สังคมที่ใช่กับเราหรืออาจะไม่ใช่แบบที่พี่จอยซ์เจอก็ได้ แต่ทำไปเลย SparkD เชื่อว่าน้องๆ จะไม่เสียใจกับการได้ลงมือทำกับสิ่งที่ชอบแน่นอน ไม่แน่ เราอาจจะได้ตัวตนใหม่ที่เป็นตัวตนในเวอร์ชันโปรดแบบพี่จอยซ์ก็ได้นะ! ส่วนน้อง ๆ คนไหนอยากติดตามพี่จอยซ์ ก็ไปกดฟอลโลวกันได้เลย.. YouTube: Joyce Sin และ Instagram: joycehysin

วันนี้พี่พัดกับพี่นีนี่ SparkD ไปแล้ว EP. หน้าเราจะพาไปรู้จักใคร อย่าลืมติดตามกันที่ SparkD ด้วยนะ :)

. . . . . . . . .

พี่พัด SparkD เขียน/สัมภาษณ์
พี่นีนี่ SparkD ถ่ายภาพ
พี่จอย SparkD กราฟิกดีไซน์
พี่ฟิวส์ พี่แอล SparkD บรรณาธิการ
ขอขอบคุณสถานที่SiamScape

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...