โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮุนเซน 2024 : โรดแม็ปสร้างชาติฉบับเตโซ!?

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 ม.ค. 2567 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2567 เวลา 06.51 น.

พอเปิดศักราชใหม่ สมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชาก็ทำให้ฉันอกสั่นขวัญแขวนแทนคนเขมร แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกซะหน่อย แต่ก็เป็นครั้งที่ฉันนึกภาพไม่ออกว่า ต่อไปจากนี้ จะทำอย่างไรดีหนอกับชีวิตที่อยู่เหลืออยู่ ที่กัมพูชา

ต้องขอเล่าว่า วัณณ์ โมลีวัณณ์ เป็นคนหนึ่งที่ทิ้งพนมเปญ-เมืองที่เขาสร้างขึ้นด้วยตัวเองมากมาย ในสถาปัตยกรรมยุค’60 สถาปนิกผู้สร้างเมืองหลวงกัมพูชา ทว่า กลับใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับถิ่นอื่นมากกว่าพนมเปญที่ตนสร้างขึ้น โดยฉากสุดท้ายในลมหายใจของเขาคือเสียมเรียบ

พระบาทพระนโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์กัมพูชาเป็นอีกบุคคลที่ไม่ต่างจากโมลีวัณณ์ขุนพลคู่ใจ กล่าวคือ ตรุงไปเสด็จสวรรคตที่อื่นไม่ใช่มาตุภูมิของตน นั่นคือกรุงปักกิ่ง

พนมเปญคือทุกอย่างที่ทั้งสองคนสร้างขึ้นมาในยุค’60 ทุกวันนี้แทบไม่เหลือสิ่งซากใดให้จดจำ แล้วตอนนี้ มันก็กำลังระบาดไปถึงเมืองตากอากาศอย่าง “พนมโบกอร์” ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นเมืองแห่งอีลิต ที่มีแต่เจ้านายชั้นสูงพำนักอาศัย

ก่อนที่พระบาทนโรดม สีหนุ จะขึ้นครองราชย์/1941 พนมโบกอร์ก็เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์พระองค์ก่อนคือ พระบาทสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์ ผู้ซึ่งกล่าวกันว่าทรงล้มป่วยและตรอมพระทัยที่นี่-พนมโบกอร์ ในทันทีที่ทราบว่า พระตะบอง เสียมเรียบ และศรีโสภณ กลับไปขึ้นตรงกับสยามอีกครั้งหลังฝรั่งเศสแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

แล้วดูเถอะ ผ่านไปไม่กี่ทศวรรษในระบอบสมเด็จ ผู้ปกครองประเทศ ตอนนี้ พนมโบกอร์กำลังจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นเมืองตากอากาศในฉบับฮุนเซน

ใดๆ นั้น อัญเจียฯ รู้สึกเหมือนกับว่า โลกใบนี้มีแต่ความว่างเปล่า เอาแน่ใดๆ ไม่ได้ อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้น พนมโบกอร์นั้น สุดแสนจะยิ่งใหญ่ในสายตาชาวเขมรและนักล่า

พนมโบกอร์ คือสิ่งที่พิสูจน์ของเหล่าผู้ครองนครเสมอมา ตั้งแต่นักล่าอาณานิคมฝรั่งเศสอินโดจีน ไปจนถึงเชื้อพระวงศ์กษัตริย์ และสมบัติท้ายขณะนี้ที่ตกมาถึงมือคือ สมเด็จเดโชฮุน เซน!

ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา/2023 เมื่อเป็นที่เด็ดขาดว่าสมเด็จฮุน เซน ได้ถ่ายผ่านการเมืองแก่ทายาทนายฮุน มาแนต และไม่เพียงทั้งตำแหน่งบรรดาศักดิ์, ผู้นำพรรคและนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ฮุน เซน ยังได้ลงนามมอบอสังหาริมทรัพย์ หรือ “อจลนาตร็อบ” ที่แพงที่สุดของสีหนุวิลล์และเกาะตรงข้าม แก่บรรดาศรีสะใภ้ ภรรยาของลูกชาย ในที่นี้มีลูกสาวคนโตด้วย

แต่ที่ไม่มีใครคาดคิด คือการที่เตโชเสน กล้ามอบที่ดินผืนงามราวกว่า 600 ไร่ของพนมโบกอร์ อันเคยเป็นวนอุทยานเก่าสมัยอินโดจีน และเป็นแหล่งป่าอุดมสมบูรณ์บนเขตภูเขาที่ยื่นออกไปชายฝั่งทะเล และเป็นเขตธรรมชาติแห่งเดียวของกัมพูชาที่ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก

สมบัติโดยรวมที่ว่านี้ ตั้งแต่ฝรั่งเศสถอนไปสมัยอินโดจีน พนมโบกอร์ก็ไม่เคยได้รับการพัฒนาโดยเอกชนรายใด เนื่องจากเป็น“อจลนาตร็อบ” ของกษัตริย์ และต่อมาสมเด็จฮุน เซน เองก็ดูจะมีอำนาจเหนือราชสำนักไปอีก!

ฮุน เซน เลยมอบเป็นสัมปทานแก่เอกชนเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแมชซิ่งกัมพูชาแห่งใหม่ของกำโปด นับเป็นสมบัติ “ผลัดกันชม” ของชนชั้นเจ้านายจริงๆ สำหรับพนมโบกอร์

อย่าว่าแต่ที่พักร้อนตากอากาศของอีลิตแขมร์เลย แม้แต่เมืองพระนครหรือ “องกอร์” ที่ขึ้นทะเบียนยูเนสโกเป็นมรดกโลกแล้ว เตโชเสนก็ “เซ็งลี้” ได้

สมกับวาทะ “ประเทศเล็ก แต่ใจใหญ่!” ตามที่สมเด็จฮุน เซน กล่าวตอนพิธีเปิดซีเกมส์ กรุงพนมเปญ แต่พอเห็นภาพดาวเทียมเท่านั้น เราในฐานะคนนอกก็ยังขวัญหายแทนชาวเขมรไม่ได้

เพราะตั้งอยู่หัวมุมริม “บาราย” ปราสาทนครวัดเลยทีเดียวที่มอบให้เอกชนดูแล และแถมเอกชนรายที่ได้สัปทานรายนั้น ยังมีสัญชาติจีนซึ่งมีส่วนร่วมบริหารสนามบินเสียมเรียบแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดใช้การไม่นานมานี้

นับเป็น “ดีลพิเศษ” ที่โนสนโนแคร์ว่า ยูเนสโกอาจถอดมรดกโลกหรือไม่?

และความน่าอับอายที่ตามมาตั้งแต่ตุลาคม คือองค์กรอัปสราที่สมเด็จฮุน เซน ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อบริหารอุทยานประวัติศาสตร์ ได้กวาดต้อนเอาผู้คนที่ตั้งถิ่นฐานบริเวณเมืองพระนครทั้งหมดออกจากพื้นที่ที่รัฐจัดให้ไปอยู่ห่างออกไปราว 20 กิโลเมตรซึ่งไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีพ บางครัวเรือนต้องประสบอุทกภัยล้มตายเสียหายในทรัพย์สิน

ซ้ำร้ายกว่านั้น รัฐบาลเขมรและองค์กรอัปสราอ้างว่าทำตามนโยบายของยูเนสโกที่ไม่ต้องการให้ประชาชนอาศัยในละแวกอุทยานทั้งหมด!

ประชาชนราวกว่า 10,000 ครัวเรือน จึงจำยอมรับเงินชดเชยไม่กี่พันบาทที่ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ อีกสิ่งปลูกสร้าง ซ้ำพวกเขายังไม่มีสิทธิ์โยกย้ายทรัพย์สิน/อจลนาตร็อบใดๆ ที่เคยตั้งรกรากมาเป็นชั่วอายุคน ในเขตนครวัด-นครทม

และนี่คือ บันทึกการอพยพครั้งใหญ่ในการตั้งถิ่นฐานประชาชนร่วม 50,000 ชีวิตของเมืองเสียมเรียบ!

เป็นสิ่งที่ขึ้นตรงกับระบอบปกครองของฮุนเซน ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนัก “เล่นแร่แปรทุบาย” ทรัพย์สินของแผ่นดินมากมาย แม้แต่ปราสาทนครวัด ก็ยังสามารถนำมาแปรเป็น “อจลนาตร็อบ” ในแบบฉบับของตน?

ถูกแล้ว นี่คือที่สุดของบรรดาผู้นำเขมรทั้งหมดที่มีในประวัติศาสตร์แคมโบเดียปัจจุบัน

และอาจนับได้ว่า อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “ระบอบฮุนเซน” คือผู้พิชิตแห่งการโลกเมืองเขมรยุคใหม่ในทุกภาคส่วนของศตวรรษที่ 21

และเป็นวิถีการธำรงประเทศในแบบที่เรียกกันว่า “อาณานิคมยุคใหม่!”

และนี่คืออีกโครงการที่น่ามหัศจรรย์ ต่ออนาคตอุทยานประวัติศาสตร์แห่งยุคกลางที่เคยรุ่งเรืองอารยธรรมแห่งภูมิภาคนี้ ภายใต้การกำกับโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและรัฐบาลกัมพูชาและมหาอำนาจจีนที่เผยให้เห็นถึงการเข้ามามีส่วนบริหารนครเสียมเรียบตั้งแต่สนามบินและภาคท่องเที่ยวที่เกี่ยวกันเป็นแพ็กเกจตั้งแต่ปราสาทเขาพระวิหารลงมาถึงเหนือที่ราบทะเลสาบใหญ่

และที่ต้องวิตกเพิ่มขึ้นอีกเมื่อไม่แน่ใจว่า กัมพูชากำลังเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาคนี้หรือไม่ โดยเฉพาะกรณีโครงการขุดคลองแม่น้ำโขง “ฟูนันเตโช” เชื่อมต่อกับ ม.บาสักและอ่าวเรียมของกำโปด อันเป็นที่รู้กันว่ามีท่าเรือน้ำลึก

นี่คือจุดเชื่อมต่อ “ยุทธศาสตร์ทางทะเล” แห่งใหม่ของประธานสี จิ้นผิง กับระบอบสมเด็จ จนเวียดนามต้องร้องขอเขมรรอบนี้ให้ทบทวนโครงการฟูนันเตโช ที่ยังไม่ได้ศึกษาผลกระทบเส้นทางน้ำแม่โขงในอนาคตและวิถีชีวิตผู้คนรอบๆ แม่น้ำสายนี้

อย่างที่กล่าวว่า ผู้นำสมเด็จแห่งประเทศนี้กำลังสร้างนิยามใหม่ให้กัมพูชาอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน และมีแนวโน้มว่าอิทธิพลในโครงการตั้งแต่เหนือจรดใต้, พระวิหาร-เสียมเรียบ-กำโปด กำลังจะส่งสัญญาณบางด้านแห่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าอกสั่นขวัญแขวนหรือเปล่า?

สำหรับ “ประเทศเล็กแต่แบะโดงทม” ของสมเด็จฮุน เซน ในฐานะผู้นำเขมรคนแรก ที่พร้อมจะเล่นเป็นตัวสำคัญในภูมิภาคแห่งนี้ ซ้ำมีความยิ่งใหญ่ ดูจะเหนือกว่าทุกระบอบที่ผ่านมา ไม่ว่าลอนนอล, เขมรแดง หรือแม้แต่ระบอบสีหนุ!

และอาจทะลุเหนือผู้นำทั้งหมดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้!

สมเด็จฮุน เซน กำลังทะลุเป้าหมายนำพาประเทศไปสู่ความทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน ตามที่ตนต้องการอย่างน่าทึ่งในความสำเร็จ

ขณะเดียวกัน ยิ่งอ้างในความพยายามเช่นนั้นมากขึ้นเท่าไหร่ ความมั่นคั่งใน “อจลนาตร็อบ” ของเครือข่ายฮุน เซน ก็ยิ่งจะมากขึ้นไปด้วย ไม่ต่างจากทำให้ประเทศเป็นเหมือนอาณาจักรแห่งการลงทุนในทุกๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทุนขาวหรือทุนดำ ทุนทางการทหารหรือทุนลับลวงพรางที่ผลต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้านและขยับถึงภูมิภาค

และนี่คือลักษณะอันพิเศษของผู้นำเขมร ที่กระทำต่อประเทศและพลเมืองของตน จนถึงขั้นถูกเปรียบว่าไม่ต่างจากสมัยพลพต ยุคที่ยกย่องระบบ “นารวม” และมุ่งทำลาย “อจลนาตร็อบ” ส่วนบุคคลอย่างสุดโต่ง แต่ก็จบลงด้วยตราบาปของประวัติศาสตร์กัมพูชาที่ไม่น่าจดจำ?

แล้วระบอบที่ทำทุกอย่างอันตรงข้ามกับพลพตอย่างฮุน เซน เขาควรถูกจดจำในทางใด?

ขอ “แบะโดงทม” จงนำทางไป!?

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฮุนเซน 2024 : โรดแม็ปสร้างชาติฉบับเตโซ!?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...