โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

WHO คัดเลือกสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ไทย ผลิตวัคซีนปี’67 ใช้ป้องกันในปท.ซีกโลกใต้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 พ.ย. 2566 เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2566 เวลา 04.46 น.

WHO คัดเลือกสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ของไทย ผลิตวัคซีนประจำปี’67 ใช้ป้องกันในประเทศซีกโลกใต้

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วโลก มักพบการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่ในเขตซีกโลกเหนือระบาดมากในช่วงฤดูหนาว ส่วนซีกโลกใต้ระบาดมากในฤดูฝน พบไข้หวัดใหญ่ A(H3N2), A(H1N1) และ B เป็นสาเหตุของการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล จากผลการวิเคราะห์ลำดับพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จากทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 จนถึงปัจจุบัน พบ A(H1N1) มีสัดส่วน 56.94% A(H3N2) 95.08% และ B 100%

สำหรับประเทศไทยการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยพบไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A(H3N2) มากที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 66.42% รองลงมาคือสายพันธุ์ B 19.32% ในขณะที่สายพันธุ์ A/H1N1 มีสัดส่วน 14.26% สำหรับสายพันธุ์ B ที่พบในประเทศไทยเป็นสายพันธุ์ Victoria ทั้งหมด เช่นเดียวกับที่พบทั่วโลกขณะนี้

ทั้งนี้จากข้อมูลการวิเคราะห์สายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยของ ศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคนิค Whole genome sequencing (WGS) วิเคราะห์ลำดับพันธุกรรมทั้งจีโนม และประเมินความสอดคล้องกับสายพันธุ์วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่กระทรวงสาธารณสุขฉีดให้กับประชาชน พบว่า สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่ตรวจพบในประเทศไทยมีความสอดคล้องกับสายพันธุ์วัคซีนที่ฉีดและสามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้

นพ.ยงยศกล่าวว่า จากการประชุมคัดเลือกสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ เพื่อนำไปใช้ผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ประจำปี 2567 สำหรับประเทศทางซีกโลกใต้ ระหว่างวันที่ 25-28 กันยายน 2566 ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก (WHO) สมาชิกห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วโลก และบริษัทผู้ผลิตวัคซีนได้ คัดเลือกสายพันธุ์เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ โดย 1 ใน 3 สายพันธุ์ เป็นเชื้อที่แยกได้จากระบบเฝ้าระวังเฉพาะพื้นที่ ของประเทศไทย จากความร่วมมือของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค โรงพยาบาลเครือข่ายและศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ได้ดำเนินการเฝ้าระวังสายพันธุ์ การกลายพันธุ์ และการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ ที่ต่างไปจากเดิม การดื้อยาของเชื้อไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก มาอย่างต่อเนื่อง และรายงานผลการเฝ้าระวังทุกสัปดาห์ ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ WHO ในฐานะสมาชิกเครือข่าย เพื่อวางมาตรการการควบคุมและป้องกันโรคได้ทันสถานการณ์

“จากการที่สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่ตรวจพบในประเทศไทย ได้รับคัดเลือกให้เป็นองค์ประกอบในวัคซีนป้องกัน
โรคไข้หวัดใหญ่ ประจำปี 2567 เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือและบทบาทที่เข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุขไทย ที่มีต่อความมั่นคงทางสุขภาพของประชากรโลก ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของระบบสาธารณสุข ที่ต้องการให้การควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมการแพร่ระบาดและลดอัตราการป่วย การเสียชีวิตของประชากรไทยและประชากรโลก” นพ.ยงยศ กล่าว

ทั้งนี้ สำนักงานใหญ่องค์การอนามัยโลก โดยฝ่ายวัคซีนและชีววิทยา (WHO’s Department of Immunization, Vaccines and Biologicals, IVB) ได้คัดเลือก 2 ประเทศ เป็นต้นแบบแผนงานวัคซีนไข้หวัดใหญ่ คือ ประเทศไทย และ สาธารณรัฐเคนยา เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ของประเทศในการใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เพื่อประโยชน์ต่อผู้กำหนดนโยบายการใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลของประเทศต่างๆ รวมทั้งการพัฒนาและการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

วันเดียวกัน ที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จ.นนทบุรี นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นประธาน ร่วมกับ Dr.Jos Vandelaer ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย เปิดการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์บริหารวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สถาบันวัคซีนแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลก เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินงานแผนงานวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งได้ข้อสรุปการเรียนรู้สำหรับองค์การอนามัยโลกใช้แนะนำประเทศต่างๆ ในการกำหนดนโยบายให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ต่อไป

นพ.โสภณ กล่าวว่า โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยมีการระบาดในฤดูกาลฝน และปีนี้มีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 28 ตุลาคม 2566 มีรายงานผู้ป่วย 355,936 ราย เสียชีวิต 21 ราย สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ชนิด A เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น มาตรการในการป้องกันและควบคุมโรคที่สำคัญ และช่วยลดความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ โดยตั้งแต่ ปี 2547 เป็นต้นมา รัฐบาลจัดหาวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลให้กับกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม และบุคลากรทางการแพทย์ โดยจะดำเนินการฉีดในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคมของทุกปี อย่างไรก็ตาม หากมีการพัฒนาประสิทธิภาพของวัคซีนให้สามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันได้นานมากขึ้น และครอบคลุมสายพันธุ์ที่มีการระบาด ย่อมส่งผลดีทั้งต่อประชาชน บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และเกิดความเชื่อมั่นในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...