โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SRT Royal Blossom ทดลองวิ่งขบวนรถไฟท่องเที่ยวดัดแปลงจากรถไฟ ‘ฮามานาสุ’ ของญี่ปุ่น สวยงาม กว้างขวาง หรูหรา และรองรับผู้พิการ เตรียมเปิดให้บริการกลางปี 67

The Structure

อัพเดต 16 มี.ค. 2567 เวลา 19.19 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2567 เวลา 12.19 น. • The Structure

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2567 ขบวนรถไฟท่องเที่ยว SRT Royal Blossom ได้เดินทางมาถึงสถานีนครลำปาง เป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะจอดเพื่ออวดโฉมที่ลำปาง ก่อนที่จะเดินทางกลับสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์เพื่อการตรวจเช็คสภาพ และก่อนการนำไปใช้งานจริงต่อไป โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบในช่วงกลางปี 2567

สำหรับขบวนรถไฟ SRT Royal Blossomนี้เป็นการนำตู้รถไฟเก่าจากประเทศญี่ปุ่น “ฮามานาสุ” ซึ่งเคยให้บริการการเดินทางระหว่างเมืองซัปโปโร – กับอาโอโมริ ซึ่งเป็นพื้นที่หนาวของญี่ปุ่น จำนวนทั้ง 10 คัน ซึ่งผลิตเมื่อปี พ.ศ. 2531 และถูกใช้งานจนถึงวันที่ 21 มี.ค. 2559กลับมาดัดแปลงแก้ไขใหม่

ภายนอกตู้ถูกทาด้วยสีแดงเชอรี่ คาดทอง ส่วนภายนอกตัวรถ ได้มีการทำสีใหม่ให้เป็นเฉดสีแดงคาดลายสีทอง ซึ่งเป็นสีของกลีบดอกไม้ ที่มีความสวยงาม และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของขบวนรถไฟท่องเที่ยวชุดนี้

ส่วนด้านหน้าและด้านข้างตัวรถจะมีสัญลักษณ์เป็นโลโก้ “STATE RAILWAY OF THAILAND ROYAL BLOSSOM SINCE – 2022 คู่กับดอกราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำรัชกาลที่ 10 ถูกวางบนหน้าปัดนาฬิกา ตัวเลขโรมัน และเข็มนาฬิกาชี้ไปที่ตัวเลข 13 เป็นการเปรียบเทียบถึงการเดินทางครั้งใหม่ของ Hamanasu จนเป็น SRT Royal Blossom ซึ่งจะสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขและความพิเศษที่จะเกิดขึ้นกับการเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟในประเทศไทย

สำหรับตู้โดยสารทั้ง 5 คัน แบ่งออกเป็น

– Group Car จำนวน 1 คัน โดยดัดแปลงให้เป็นห้องโดยสารแบบกลุ่มส่วนตัว จำนวน 4 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องสามารถรองรับได้ 4-6 คน สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้กว่า 180 องศา ประตูเซนเซอร์ มีทางเดินที่กว้างขวาง สะดวกสบายรองรับรถวีลแชร์

– รถโดยสาร Passenger Car จำนวน 3 คัน โดยดัดแปลงเป็นห้องโดยสารแบบรวม มีทั้งหมด 48 ที่นั่ง/คัน โดยที่นั่งมีทั้งแบบหันหน้าเข้าหาหน้าต่างเพื่อชมวิว หรือปรับเบาะหันหน้าเข้าหากันเพื่อทำกิจกรรมในกลุ่มเพื่อนได้ พร้อมทั้งช่องเสียบสาย USB ทุกที่นั่ง นอกจากนี้ ยังมีอีก 8 ที่นั่งที่แยกออกมาสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

– รถโดยสาร Leisure Car จำนวน 1 คัน โดยดัดแปลงให้เป็นรถเสบียง สำหรับให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม ภายในออกแบบเคาน์เตอร์บาร์ให้อยู่ตรงกลางทำให้ผู้โดยสารสามารถเดินด้านข้างได้ทั้ง 2 ด้าน มีพื้นที่กว้างขวางสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ และกระจกมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษสามารถนั่งชมวิวทิวทัศน์ได้อย่างสบาย

ส่วนขบวนรถที่เหลืออีก 5 คันนั้นอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการปรับปรุง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...