โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

55 ปี กฟผ. บน 5 เส้นทางภารกิจแห่งความยั่งยืน

TODAY

อัพเดต 01 พ.ค. 2567 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2567 เวลา 03.09 น. • workpointTODAY

โลกอนาคตที่หลายสิ่งเกิดขึ้นกับโลกใบนี้เกินกว่าจะคาดการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด หรือแม้กระทั่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากภาวะโลกรวน ล้วนเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกประเทศตระหนัก และให้ความสำคัญกับคำว่า ‘ความยั่งยืน’ มากขึ้น เช่นเดียวกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ที่สั่งสมความเชี่ยวชาญการดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไทยมาถึง 55 ปี เพื่อส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนไทย

ก้าวแรกบนเส้นทางภารกิจ สู่ก้าวที่มั่นคงของระบบไฟฟ้าไทย

ภารกิจอันสำคัญยิ่งนับตั้งแต่การไฟฟ้ายันฮี การไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ และการลิกไนท์ รวมกันเป็น ‘การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย’ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2512 คือ บทบาท ‘ผู้ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ’ โดยเร่งรัดพัฒนาแหล่งผลิตไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าในแต่ละภูมิภาค โดยผสมผสานทั้งไฟฟ้าพลังน้ำและพลังความร้อนตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ด้วยกำลังการผลิตติดตั้งเริ่มต้นเพียง 908 เมกะวัตต์ จวบจนปัจจุบัน กฟผ. มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 16,261 เมกะวัตต์ คิดเป็น 32.75% ของกำลังผลิตตามสัญญาทั้งหมดของประเทศ และพัฒนาโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าเชื่อมโยงทั่วถึงทั้งประเทศกว่า 39,000 วงจร-กิโลเมตร และสถานีไฟฟ้าแรงสูงรวม 237 สถานี พร้อมปูทางมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตและรองรับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของพลังงานหมุนเวียน

ฟันเฟืองสำคัญต่อภารกิจขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ

ทุกครั้งที่ประเทศไทยต้องเผชิญวิกฤตนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กฟผ. ถือเป็นหนึ่งกลไกสำคัญของรัฐที่ช่วยบรรเทาวิกฤตและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ตั้งแต่วิกฤตราคาน้ำมันในปี 2516 และ 2522 กฟผ. ได้เสาะแสวงหาแหล่งพลังงานต่าง ๆ และเป็นผู้นำในการเจรจาขอรับซื้อก๊าซธรรมชาติที่สำรวจพบในอ่าวไทยเพื่อนำมาผลิตไฟฟ้า ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในยุคต่อมา

จุดเริ่มต้นการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติที่โรงไฟฟ้าบางปะกง

เช่นเดียวกับในช่วงปี 2565 ทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤตราคาพลังงานจากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน กฟผ. ได้ร่วมฝ่าฟันวิกฤตพลังงานนำเชื้อเพลิงต้นทุนต่ำมาผลิตไฟฟ้า โดยปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4 ที่ปลดออกจากระบบเมื่อปี 2562 ให้กลับมาเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้อีกครั้ง รวมทั้งเลื่อนการปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 8 ออกไป เพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิง LNG ราคาแพงจากต่างประเทศ และรับภาระค่าเชื้อเพลิงบางส่วนแทนประชาชนไปก่อนตาม นโยบายของรัฐบาลเพื่อบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน

กฟผ. นำเข้า LNG สำหรับผลิตไฟฟ้าตามนโยบายเปิดเสรีก๊าซธรรมชาต

นอกจากนี้ กฟผ. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เป็นกลไกดำเนินธุรกิจแทนรัฐ โดยนำส่งกำไรเป็นรายได้ของรัฐเพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศ และรักษาเสถียรภาพด้านการเงินการคลังของประเทศ รวมถึงสนองนโยบายต่าง ๆ ของรัฐ อาทิการเป็นผู้นำเข้า LNG รายที่ 2 ของประเทศ เพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าตามนโยบายการเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติ ตลอดจนการร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ลงทุนโครงการ LNG Receiving Terminal หนองแฟบ จ.ระยอง เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงาน และผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย LNG ในภูมิภาคอาเซียน

เส้นทางแห่งความเชี่ยวชาญ สู่การเสริมแกร่งธุรกิจพลังงาน

เมื่อโครงสร้างระบบไฟฟ้าของประเทศปรับเปลี่ยน ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนเข้ามามีบทบาทในการผลิตไฟฟ้ามากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ กฟผ. จะนำความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน ทั้งงานเดินเครื่องและบำรุงรักษา(Operation and Maintenance: O&M) โรงไฟฟ้าหลากหลายประเภทมาช่วยพัฒนาและเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับโรงไฟฟ้าพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าเอกชนในประเทศและต่างประเทศ ผ่านงานบริการ O&M เพื่อให้ทุก ๆ โรงไฟฟ้า ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่อง ทำให้ระบบไฟฟ้าของประเทศมีความมั่นคง เพียงพอ และมีเสถียรภาพมากขึ้น สร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนให้กับภาคธุรกิจ ทำให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

บุกเบิกพลังงานแห่งอนาคต สร้างบริบทใหม่แห่งความยั่งยืน

เมื่อพลังงานสะอาดคือคำตอบของ “พลังงานแห่งอนาคต” ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด กฟผ. ได้พัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน “โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ” (Hydro-Floating Solar Hybrid) ในพื้นที่ 9 เขื่อนของ กฟผ. รวมกำลังการผลิต 2,725 เมกะวัตต์ โดยผสมผสานพลังงานแสงอาทิตย์ พลังน้ำ และแบตเตอรี่ ทำให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ รวมทั้งพัฒนาโครงข่ายระบบไฟฟ้าให้ทันสมัย (Grid Modernization) รองรับการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียน และแสวงหาเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ ๆ อาทิ การผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงไฮโดรเจน โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กเพื่อเป็นแหล่งพลังงานสะอาดให้กับประเทศในอนาคต

โรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี

นอกจากนี้ กฟผ. ยังร่วมส่งเสริมระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดยเร่งขยายการให้บริการสถานีชาร์จ EleX by EGAT และสถานีพันธมิตรในเครือข่าย EleXA แล้วกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการให้บริการออกแบบและติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร (one-stop service) สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้อีวี และสนับสนุนให้การมาถึงของยุคยานยนต์ไฟฟ้าเกิดได้รวดเร็วขึ้น

ปลูก DNA ความยั่งยืน ร่วมขับเคลื่อนภารกิจสร้างโลกสีเขียว

การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องควบคู่ไปกับการ ‘ใช้อย่างรู้คุณค่า’ การจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า (Demand Side Management: DSM) จึงเกิดขึ้นเพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าอย่างรู้คุณค่า ประหยัด และมีประสิทธิภาพ ผ่านฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งได้พัฒนายกระดับเพิ่มเกณฑ์ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ละเอียดและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศภายใต้โครงการปลูกป่าที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2537 โดยมุ่งเน้นการปลูกป่าต้นน้ำและป่าชายเลนอย่างมีคุณภาพ พร้อมต่อยอดสู่โครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วม เป้าหมาย 1 ล้านไร่ ภายในระยะเวลา 10 ปี (ปี 2565-2574) สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ในการดูแลบำรุงรักษาป่าที่ปลูกให้เติบโตอย่างยั่งยืน คาดว่าตลอดระยะเวลาของโครงการฯ จะสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 23.6 ล้านตัน

จากจุดเริ่มต้น…ผ่านมากว่าครึ่งศตวรรษ กฟผ. ยังคงเดินหน้าภารกิจผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขของคนไทย พร้อมกับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) เพื่อส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนไทยสืบไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...