พวงทอง เตือนความจำ คนเดือนตุลาฯในรบ. อย่าเอาตัวรอด ไปร่วมสร้างนิยายคบคิด ทำปวศ.ซ้ำรอย
พวงทอง เตือนคนเดือนตุลาฯ อย่าลืมตัว ‘เคยเป็นแกนนำ‘ มองเห็นบรรยากาศ ‘ความกลัว’ จับพิรุธ สร้างนิยายสมคบคิด? ปรักปรำผู้เรียกร้องนิรโทษปชช.
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ลานประชาชน รัฐสภา เกียกาย กรุงเทพฯ เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน 23 องค์กร จัดกิจกรรม “ส่งรักให้ถึงสภา ถามหาความยุติธรรม เพื่อนิรโทษกรรมประชาชน” โดยจะมีการส่งมอบร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน พร้อมรายชื่อสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว ให้กับประธานรัฐสภาและหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค หลังร่วมรณรงค์เป็นเวลา 14 วัน
บรรยากาศเวลา 16.15 น. มีวงเสวนา ปัญหาและผลกระทบจากการดำเนินคดีการเมือง โดย รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ตัวแทนศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, และเพื่อนของนายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือ เก็ท กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ผู้ต้องหา ม.112
จากสถานการณ์ที่ผ่านมา และการเมืองตอนนี้ คิดว่าในสภาฯ จะมีความเห็นอย่างไรกับ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชนฉบับนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ?
ด้าน รศ.ดร.พวงทอง กล่าวว่า เรารู้กันอยู่ว่าพ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ฉบับนี้ รวบรวมคดีหลากหลาย ตั้งแต่ปี 2548 เรื่อยมา ตั้งแต่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คดีของคนเสื้อแดงปี 2553 การเผา ม.112 ม.116 หลายคนอาจะพ้นโทษไปแล้ว การคุมขังยุติลงแล้ว ถามว่าเขาหมดปัญหา หลังพ้นจากการถูกจองจำหรือยัง
“การคุมขังคนที่เป็นคนที่รักในครอบครัว ก็เหมือนคุมขังคนอื่นๆ ไปด้วย ถูกจองจำอยู่กับปัญหา กับความทุกข์นี้ สำหรับนักโทษที่สิ้นสุดอายุความแล้ว เขาจะมีประวัติติดตัว ไม่สามารถทำงานราชการได้แน่ๆ บางทีบริษัท ห้างร้านจำนวนมาก จะถามว่า คุณเคยติดคุกมาก่อนหรือต้องโทษคดีอาญา มาก่อนหรือไม่ ซี่งรวมทั้ง ม.112 116 ภัยความมั่นคงต่างๆ แม่แต่งานเป็นไรเดอร์ส่งอาหารก็ทำไม่ได้ เขามีความยากลำบากอย่างมาก ในการหางานทำ เคยเจอ น.ศ. ป.โท ธรรมศาสตร์ ความฝันอยากเป็นอาจารย์ แต่เป็นไม่ได้ เพราะถูกตัดสิน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อปี 2553 ซึ่งมีคนโดน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นพันคน จะตัดสินภายในวันเดียว ตำรวจส่งฟ้องทันที
มีตราบาปติดอยู่ในประวัติของเขา คนเหล่านี้เราต้องเคลียร์ประวัติให้เขาด้วย เขาทำอะไรร้ายแรง เขย่าความมั่นคงของรัฐหรือไม่ ความจริงรัฐ ใช้อาวุธ ปราบปรามผู้คนอย่างอยู่หมัด ในปี 2553 รวมถึงคนเสื้อแดงและเสื้อเหลือง” รศ.ดร.พวงทอง กล่าว
รศ.ดร.พวงทอง กล่าวต่อว่า เขาต้องการให้ล้างประวัติเหล่านี้ออกไปด้วย เพราะการทำธุรกรรม ทำธุรกิจ กู้ยืมเงินธนาคารไม่สามารถทำได้ จะย้ายไปต่างประเทศก็ไปไม่ได้ ทำไม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ไม่ผ่านสักที เพราะมี ม.112 อยู่ ซึ่งในทรรศนะเราไม่ได้ร้ายแรง หรือทำร้ายร่างกายใคร แต่ในทรรศนะของผู้มีอำนาจ กลับกลายเป็นคดีที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับพวกเขา
“มันเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่ประนีประนอมไม่ได้ เพราะฐานคิดไปสั่นคลอนฐานระบอบอำนาจในระยะยาว เพราะหากยอมรับ คือยอมรับให้ฝ่ายประชาธิปไตยมีพื้นที่สแดงออก รัฐไทยยอมรับไม่ได้ สิ่งที่ทำคือปราบปราม จับกุมคุมขัง ไล่ล่าคนที่หนีออกจากประเทศไปแล้ว ถ้าอยากเป็นอิสระ ให้ยอมรับว่าผิด ซึ่งนั่นไม่ใช่การประนีประนอม แต่คือการทำให้ยอมรับว่า แพ้ ยอมรับผิด”
“ดิฉัน อยากเรียกร้องให้ฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตย มีสติ ปัญญา ความกล้าหาญมากกว่านี้ ไม่ใช่เอาตัวรอดเพียงเพื่อให้ตัวเองอยู่ในอำนาจ” รศ.ดร.พวงทองกล่าว
รศ.ดร.พวงทอง กล่าวต่อว่า ช่วงนี้ในโซเชียลมีเดีย พูดถึง 6 ตุลาคม 2519 กันมาก มีความรู้สึกว่า จะเข้าสู่ 6 ตุลาฯ สิ่งหนึ่งที่เห็นคือบรรยากาศความกลัวที่เกิดขึ้น
“เรากำลังเดินหน้าไปสู่ภาวะ อึมครึม มืด และคงใช้ความรุนแรงมากขึ้นทุกทีหรือไม่ ด้านหนึ่งเกิดจากกรณีทะลุวัง การพูดของบรรดาแกนนำ นางแบกของอีกฝ่ายหนึ่ง ที่พยายามกล่าวหาปรักปรำ ขบวนการประชาธิปไตย เมื่อวานนี้ มีนางแบกเขียนในทวิตเตอร์ ใจความว่าขณะนี้เราอยู่ในยุครัฐบาลประชาธิปไตย ไม่เกิด 6 ตุลาหรอก มีแต่นักวิชาการกลุ่มหนึ่งชี้นำ
คำพูดในลักษณะ คือการปรักปรำ ว่าฝ่ายที่เรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรม เป็นพวกสุดโต่งใช่ไหม หรือพูดง่ายๆ คือพรรคก้าวไกลใช่ไหม ที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของเยาชน อยากให้เกิด 6 ตุลาฯ เพื่อสร้างพื้นที่ให้ตัวเอง คิดอย่างนี้ใช่หรือไม่ นี่คือการปรักปรำ
“คุณภูมิธรรม เวชยชัย ก็พูดในนัยยะนี้ การพูดในลักษณะนี้ดำเนินมาสักพักแล้ว เราคงไม่เกิด 6 ตุลาในระยะอันใกล้ แต่เป็นการปูทางไปสู่การปราบปรามประชาชน พวกคุณนั่นแหละที่พยายามสร้างนิยายสมคบคิดขึ้น ปูทางให้กับการจับกุมคุมขังคน จนนำไปสู่การยุบพรรคก้าวไกลในระยะอันใกล้ใช่หรือไม่ รวมถึงเพื่อไทยไม่ต้องรับผิดชอบ พ.ร.บ.นิโทษกรรม ที่มี ม.112 ด้วยใช่หรือไม่” รศ.ดร.พวงทอง กล่าวว่า
รศ.ดร.พวงทอง กล่าวต่อว่า ในกรณี 6 ตุลาฯ บุคคลที่ถูกโจมตีใส่ร้าย คือ ป.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อธิการบดี มธ.ในขณะนั้น อยู่ในภาวะอันตราย ตัดสินใจเดินทางออกจากประเทศเร่งด่วน ในวันที่ 6 ตุลา แต่ก็มีบุคคลไปทำร้ายที่สนามบิน
“อยากเตือนคนเดือนตุลา คุณภูมิธรรม เวชยชัย หมอมิ้ง (นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช) หมอเลี้ยบ (สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี) อยากเตือนว่า อย่าลืมประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ของพวกท่านเอง ในปี 2519 พวกท่านเป็นแกนนำในขบวนการนักศึกษา เมื่อเกิด 6 ตุลา พวกท่านหนีเข้าป่า จับอาวุธกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เพราะถูกกล่าวหาจากฝ่ายขวาจัด ว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ท่านยอมรับไหมว่า ครั้งหนึ่งเคยถูกกล่าวหาว่า ล้มเจ้า” รศ.ดร.พวงทอง กล่าว
รศ.ดร.พวงทองกล่าวอีกว่า ถ้าไม่มีการตัดสินใจ หรือนโยบายอนุญาตให้คนที่เข้าป่า กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ ลบประวัติว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นพวกคอมมิวนิสต์
“ถ้าไม่มีการประนีประนอม พวกคุณก็จะไม่มีอนาคตทางการเมืองอย่างเช่นทุกวันนี้ คุณอาจต้องจับอาวุธปืน ต่อสู้กับรัฐต่อไป ถ้าไม่มีการประนีประนอมทางการเมืองไทย ในทศวรรษ 30 ก็จะสูญเสียบุคลากรที่มีค่าจำนวนมาก ทำไมไม่เป็นแบบอย่าง คืนอิสรภาพในคนรุ่นหลังบ้าง
พวกคุณก็เคยเป็นเยาวชน ที่มีความหวัง ความฝัน ทำให้สังคมไทยดีขึ้น เยาวชนที่คิดคุกอยู่ขณะนี้ ก็เป็นเหมือนพวกคุณ พวกคุณเคยได้ประโยชน์มาแล้ว ในการประนีประนอมทางการเมือง”
“ดิฉันสงสัยจริงๆ ว่าเวลาจัดงาน 6 ตุลา จัดด้วยจิตวิญญาณแบบไหน เพื่อนของคุณเขาสมควรถูกฆ่าแล้ว เพราะเป็นพวกสุดโต่งหรือเปล่า หรือนั่นคือความยุติธรรม ?” รศ.ดร.พวงทอง กล่าว
รศ.ดร.พวงทอง กล่าวอีกว่า ถ้าได้ยินและพร้อมสนับสนุน เชื่อว่า ประชาชนก็พร้อม จะสนับสนุน ถ้าเราขยายเวลาออกไป หรือรณรงค์เก็บรายชื่อใหม่ ก็เชื่อว่า จะได้เกิน 100,000 ชื่อ แต่ต่างจากตอนยื่นรัฐธรรมนูญ ถึงแสนชื่อเร็วมาก คิดว่า มีบรรยากาศแห่งความกลัว ต้องดูว่าแกนนำเพื่อไทย จะเอาอย่างไรในเรื่องนี้ อยากเห็นคนรุ่นใหม่ มีเสรีภาพอีกครั้ง
เมื่อถามว่า หากมี พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะส่งผลดีได้อย่างไรบ้าง ?
รศ.ดร.พวงทอง ระบุว่า ปี 2553 คนที่ถูกฆ่า ก็ตายฟรี ไม่สามารถเอาใครมาดำเนินคดีได้ มีการใช้กระบวนการต่างๆ ทำให้คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ หลุดพ้นคดีไป โดยที่ไม่มีการไต่ส่วนเกิดขึ้น ขณะที่ฝ่ายประชาชนเองก็มีคนที่บาดเจ็บ ถูกคุมขังตั้งแต่คดีและเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อั้งยี่ มีอาวุธ และอีกจำนวนมาก เช่น คดีเผาศาลากลางจังหวัด สูงสุด 32 ปี มีการลดโทษ ทั้งที่คนเหล่านี้ควรออกจากคุกตั้งแต่ปี 2556 จาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ผลักดันโดยเพื่อไทย ในขณะนั้น แต่พรรคเพื่อไทยไปเล่นแร่แปรธาตุ ยัดคนเหล่านั้น เข้าไปใน พ.ร.บ.ก็เลยเจ๊งทั้งหมด เกิดการรัฐประหาร นำมาสู่ระบอบ คสช.อีก 8 ปี
“คนที่ติดคุกนานๆ กระทบไปหมด บางครอบครัวเสียบ้านที่ผ่อนชำระอยู่ ต้องไปปลูกกระต๊อบในนาที่ของคนอื่น ลูกสาวถูกข่มขืน ใครรับผิดชอบ นี่คือเอฟเฟกต์ ที่มองไม่เห็น แค่ผ่อนสิ่งที่หนักอึ้ง ผูกอยู่ที่คอ ให้หลุดออกเสียที แต่ปัจจุบันยังไม่เกิด”
รศ.ดร.พวงทอง กล่าวต่อว่า เวลาเราพูดถึง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม คนที่ได้ประโยชน์ มีเยอะมาก ไม่ใช่การลอยนวลพ้นผิด ถ้ากระบวนการยุติธรรมเอาผิดกับคนเหล่านั้นได้ ก็ดำเนินคดีไป แต่กระบวนการมีปัญหาใหญ่ตั้งคำถามเสมอ อย่างการตัดสินใน 1 วัน หรือการเผาศาลากลางวันจังหวัด เจ้าหน้าที่ และคนเสื้อแดง ที่ยืนยันว่าเข้าไปดับไฟ แต่ความเห็นนี้ไม่มีน้ำหนัก เพราะมีอคติหรือไม่ หลักฐานจำนวนมากที่รับไว้ เป็นภาพถ่ายที่กำกวมมาก จึงเป็นเหตุผลที่ต้องนิรโทษกรรมประชาชน เพราะเราไม่เชื่อในกระบวนการ นี่คือเหตุผลสำคัญในการเรียกร้อง
รศ.ดร.พวงทองกล่าวต่อว่า มีด้านที่เห็นว่าการพูดถึง ม.112 ขยายมากขึ้น ทั้งในสภา และสื่อ จากที่ก่อนหน้านี้ไม่มีเลย ในขณะที่ประชาชนตื่นตัว ยังมีกลุ่มคนยืนกรานว่าต้องเป็นเหมือนเดิมทุกอย่าง
จากนั้น บรรยากาศเวลา 17.50 น. วงสามัญชนร่วมบรรเลงดนตรี อาทิ บทเพลงของสามัญชน คิดถึงบ้าน เพื่อส่งกำลังใจให้ผู้ต้องการเมือง โดยมีประชาชนไปจนถึงนักเรียน ร่วมชู 3 นิ้ว และโยกย้ายตามทำนองด้วยความคึกครื้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พวงทอง เตือนความจำ คนเดือนตุลาฯในรบ. อย่าเอาตัวรอด ไปร่วมสร้างนิยายคบคิด ทำปวศ.ซ้ำรอย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th