โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

หญ้าเนเปียร์ อาหารสัตว์โปรตีนสูง ช่วยลดต้นทุน ดูแลง่ายโตเร็ว

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 29 ก.พ. 2567 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2567 เวลา 01.30 น.

“หญ้าเนเปียร์” หรือ “หญ้าบาน่า” เป็นหญ้าที่ถูกนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ เมื่อสัตว์กินเข้าไปแล้วจะทำให้เกิดประโยชน์แก่ร่างกายและไม่เป็นพิษต่อสัตว์อีกด้วย เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว แพะ แกะ ปลา ไก่ นิยมนำมาปลูกเพื่อใช้เป็นอาหารหยาบเลี้ยงสัตว์ในฟาร์ม เพื่อช่วยลดต้นทุน

มีคุณค่างทางอาหารสัตว์สูง เป็นหญ้าที่มีโปรตีนสูงอีกด้วย รวมถึงสามารถเติบโตเร็ว ให้ผลผลิตต่อไร่สูง สามารถเก็บเกี่ยวต้นได้ตลอดทั้งปี และเก็บเกี่ยวได้นาน 5-7 ปีต่อการปลูก 1 ครั้ง

ช่วงหน้าแล้งหญ้าเนเปียร์จะโตช้า การนำหญ้าเนเปียร์สดมาบด ปั่น ตากแห้งเก็บไว้ในช่วงหน้าแล้ง จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรที่ส่วนใหญ่ทำกัน โดยใช้เทคนิคเดียวกันกับการปลูกอ้อย เป็นพืชที่ดูแลง่าย ใช้ระยะเวลาให้ผลผลิตประมาณ 45 วัน

ช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสม

สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่โดยทั่วไปควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม

สายพันธุ์หญ้าเนเปียร์

  • หญ้าเนเปียร์ยักษ์

ชื่อสามัญ : King grass

ชื่อวิทยาศาสตร์ : P. purpureum King grass

ต้นประเทศที่นำเข้า : ประเทศอินโดนีเซีย

ปีที่นำเข้า : มกราคม 2533

ผู้นำเข้า : นายชาญชัย มณีดุล

ลักษณะเด่นชัด : ลำต้นสูง แตกกอง่าย ใบและลำต้นมีขน ให้ผลผลิตต่อไร่สูง 10-60 ตันต่อไร่ต่อปี หรือมากกว่า (ตัดหลายรุ่นต่อปี) ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ

  • หญ้าเนเปียร์แคระ

ชื่อสามัญ : Mott Dwarf Elephant Grass

ชื่อวิทยาศาสตร์ : P. purpureum cv. Mott

ต้นประเทศที่นำเข้า : มหาวิทยาลัยแห่งรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา

ปีที่นำเข้า : พฤศจิกายน 2532

ผู้นำเข้า : นายวิฑูรย์ กำเนิดเพชร

ลักษณะเด่นชัด : ลำต้นเตี้ย แตกกอง่าย เป็นพุ่ม ใบและลำต้นมีขน

  • หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 (พันธุ์ลูกผสม)

ชื่อสามัญ : Pak Chong 1

ชื่อวิทยาศาสตร์ : P. purpureum x pennisetum americanum

พันธุ์ดั้งเดิม : หญ้าเนเปียร์ยักษ์ และหญ้าไข่มุก

หน่วยงานพัฒนาสายพันธุ์ : ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ โคราช กรมปศุสัตว์

ลักษณะเด่นชัด : ลำต้นสูงใหญ่ เหมือนเนเปียร์ยักษ์ ลำต้นอวบ และออกเขียวอ่อน ใบ และลำต้นไม่มีขน ลดการคันขณะเก็บเกี่ยว ให้ผลผลิตเหมือนกับหญ้าเนปียร์ยักษ์ ผลผลิตต่อไร่สูง 10-60 ตันต่อไร่ต่อปี หรือมากกว่า (ตัดหลายรุ่นต่อปี) ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ

หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 เป็นหญ้าระหว่างหญ้าเนเปียร์ยักษ์ และหญ้าไข่มุก ซึ่งในปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก และนิยมอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ ลำต้นมีอายุหลายปี ลำต้นมีความสูงได้มากกว่า 4 เมตร ลำต้นมีระบบรากแข็งแรง สามารถดูดนํ้า และปุ๋ยได้ดี

เป็นหญ้าที่เจริญเติบโตเร็ว โดยเฉพาะน้ำเสียจากอุตสาหกรรมการเกษตรต่างๆ อาทิ น้ำเสียจากโรงงานแปรรูปมันสำปะหลัง เมื่อให้แก่ หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 พบว่า ลำต้น และใบตอบสนองได้ดีมาก จึงเป็นประโยชน์อีกทางที่จะนำน้ำเสียมากำจัด และใช้ประโยชน์ได้มาก

การปลูกหญ้าเนเปียร์

การเตรียมดิน

เริ่มไถพื้นเมื่อฝนตกครั้งแรก ขณะที่ดินมีความชื้นเหมาะสม เพื่อเปิดหน้าดินและทำลายวัชพืช เป็นคำแนะนำจากกรมปศุสัตว์ หลังจากนั้นปล่อยทิ้งไว้ 3-4 สัปดาห์จากนั้นไถพรวนอีก 1-2 ครั้ง เพื่อย่อยดินให้ละเอียดและร่วนซุยมากขึ้น

การเตรียมท่อนพันธุ์

ท่อนพันธุ์หญ้าเนเปียร์ เตรียมโดยนำต้นหญ้าที่มีอายุ 4-6 เดือนมาตัดเป็นท่อนสั้นๆ แต่ละท่อนมีข้อติดอยู่ 1-2 ข้อ หรือตัดท่อนพันธุ์ยาวทั้งต้น นำไปใช้ปลูกได้โดยตรง หญ้าเนเปียร์ 1 ไร่ สามารถใช้ตัดเป็นท่อนพันธุ์ สำหรับปลูกในพื้นที่ ประมาณ 10-20 ไร่

วิธีการปลูก

ปลูกด้วยท่อนพันธุ์ ปลูกหลุมละ 2 ท่อนให้ข้ออยู่ใต้ดินลึก 1-2 นิ้ว ระยะปลูก 75×75 เซนติเมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ ใช้ท่อนพันธุ์ 300-600 กิโลกรัม หรือใช้วิธีที่เกษตรกรแนะนำ คือ นำท่อนพันธุ์ขนาดยาว 20 เซนติเมตร ปลูกให้มีลักษณะตั้งเอียง อยู่ที่ 45 องศา ปลูกให้มีระยะห่างระหว่างต้นอยู่ที่ 40-50 เซนติเมตร และระยะห่างระหว่างแถว 1.20 เมตร คล้ายๆ กับปลูกอ้อย คอยหมั่นดูดินในแปลง ถ้าดินแห้งก็ใส่น้ำเข้าแปลง พอหญ้าเนเปียร์ได้อายุ 2 เดือน ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 ประมาณ 3 กระสอบ ในพื้นที่ 5 ไร่ จากนั้นรอต่อไปอีก 2 เดือน หญ้าเนเปียร์ชุดแรกก็จะโตพร้อมให้ตัดขายได้

การใส่ปุ๋ย

ก่อนปลูกควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นปุ๋ยรองพื้น และควรใส่ปุ๋ยคอกร่วมด้วย ควรใส่ปุ๋ยยูเรีย (40-0-0) อัตรา 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ หลังการตัดทุกครั้ง

การให้น้ำ

ควรมีการให้น้ำช่วงฤดูแล้ง และในระยะช่วงฝนทิ้งช่วง วิธีการให้น้ำสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ปล่อยน้ำเข้าแปลงพอให้ดินชุ่มชื้นทุก 1-2 สัปดาห์ หรือใช้ระบบสปริงเกลอร์ทุก 3-5 วัน

การใช้ประโยชน์ทางอาหารสัตว์

  • หญ้าสด

ควรเก็บเกี่ยวเนเปียร์เป็นครั้งแรกหลังปลูก 2-4 เดือน เมื่อมีความสูง 1-1.2 เมตร หลังจากนั้นควรเก็บเกี่ยวหญ้าในช่วง 6-8 สัปดาห์ที่ความสูงเท่ากัน หญ้าเนเปียร์ที่ได้รับการจัดการอย่างดีสามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกเดือนในสภาพแวดล้อมที่ร้อนและชื้น หรือทุกๆ 2 เดือนในพื้นที่แห้งแล้ง

  • ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์

ควรเล็มหญ้าอย่างหนักเพื่อให้ใบและยอดอ่อนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุดสำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้อง การแทะเล็มช่วงสัปดาห์ที่ 6-9 ที่ความสูงประมาณ 90 เซนติเมตร จะให้การใช้ประโยชน์ที่ดี สามารถให้ปุ๋ยไนโตรเจนได้หลังจากการแทะเล็มหรือการตัดหญ้า

  • หญ้าแห้ง

ควรตัดหญ้าในระยะการเจริญเติบโต เนื่องจากลำต้นจะหยาบเกินไปเมื่อต้นแก่ ในไต้หวันหญ้าเนเปียร์ใช้ในการผลิตเม็ดหญ้าแห้งที่ใช้เป็นอาหารสัตว์สำรอง

  • หญ้าหมัก

หญ้าเนเปียร์สามารถนำไปหมักเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ เช่น หมักด้วยกากน้ำตาล หรือมันสำปะหลังเพื่อปรับปรุงคุณภาพการย่อยได้

วิธีการหมัก

– ตัดหญ้าที่อายุประมาณ 30-45 วัน

– หั่นหญ้าให้มีขนาดเล็กลงด้วยเครื่องบดและตัดหญ้า ให้มีความยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร

– บรรจุลงในถุง หรือกระสอบพลาสติกที่ใช้แล้ว อัดให้แน่นพร้อมกับปิดปากถุงให้สนิท

– ถ้าหากใช้กระสอบพลาสติกสาน ให้หุ้มด้วยด้านนอกพลาสติกบางใสอีกชั้น เพื่อป้องกันอากาศจากภายนอก เมื่อหมักได้ 3 สัปดาห์ สามารถนำมาใช้เลี้ยงสัตว์ได้

– ไม่ควรเก็บไว้นานเกินไป เพราะถุงหรือกระสอบอาจถูกแมลงกัดแทะจนเสียหายได้

ลักษณะเด่นของหญ้าเนเปียร์

– เติบโตเร็ว ให้ผลผลิตต่อไร่สูง

– ลำต้นและใบมีน้ำตาล และโปรตีนสูง รวมถึงโภชนาการอื่นๆ สูงด้วย

– ลำต้นและใบมีความอ่อนนุ่ม ใบไม่มีขนและไม่มีคม ทำให้สัตว์ชอบกิน

– ตอบสนองต่อน้ำและปุ๋ยได้ดี

– ลำต้นแตกกอ และเติบโตเร็ว

– ลำต้นและใบแก่ช้า

– ทนต่อสภาพแล้งได้

– เติบโตได้ดี แม้ในฤดูหนาว

– ฤดูหนาวสามารถเติบโตได้ดี ลำต้นไม่หยุดชะงัก

– มีระยะออกดอกสั้น ไม่ติดเมล็ด

– ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี และเก็บเกี่ยวได้นานถึง 5-7 ปี หลังจากการปลูก

– มีปริมาณน้ำตาลในใบและลำต้นสูง

– ไม่มีโรคและแมลงรบกวน

– เหมาะกับฟาร์มหรือเกษตรเลี้ยงโค กระบือ ที่มีพื้นที่น้อย

หญ้าเนเปียร์ เป็นพืชพลังงานสีเขียว ในกลุ่มเชื้อเพลิงชีวภาพมีโครงสร้างสารอาหารเหมาะต่อการเติบโตของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดก๊าซ มีศักยภาพนำมาผลิตก๊าซชีวภาพสำหรับผลิตไฟฟ้า เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตพลังงานทดแทนเทียบเท่าประมาณ 10,000 MW เนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะตัวโดดเด่น เพราะสามารถปลูกและให้ผลผลิตได้ในพื้นที่แห้งแล้ง หรือในดินเลวที่ไม่สามารถปลูกพืชไร่เศรษฐกิจชนิดอื่นๆ ได้ดี

ขอบคุณข้อมูลจาก : Thai farmers library / รักบ้านเกิด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หญ้าเนเปียร์ อาหารสัตว์โปรตีนสูง ช่วยลดต้นทุน ดูแลง่ายโตเร็ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...