โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แกะไส้ใน หนี้ต่อจีดีพีจีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 287.8% กับนัยทางเศรษฐกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ก.พ. 2567 เวลา 05.23 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2567 เวลา 07.08 น.
ภาพโดย Florence Lo/ REUTERS

เศรษฐกิจจีนเหมือนยืนอยู่บนปากเหว อยู่ในภาวะ “แย่” หลายด้าน และยังมีปัจจัยลบรุมเร้าหลายทาง

มีข้อมูลจากรายงานของสถาบันการเงินและการพัฒนาแห่งชาติ (National Institution for Finance and Development : NIFD) ของจีนเผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ในปี 2023 อัตราส่วนหนี้สินต่อจีดีพีของจีนเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 287.8% โดยเพิ่มขึ้นจาก 274.3% ในปี 2022

“อัตราส่วนหนี้ต่อจีดีพี” ที่ว่านี้เป็นอัตราส่วนหนี้สินรวม ทั้งหนี้ภาคครัวเรือน หนี้บริษัทนอกภาคการเงิน และหนี้รัฐ ต่อจีดีพี (macro leverage ratio)

อัตราส่วนหนี้ต่อจีดีพีที่พุ่งขึ้นดูเหมือนจะชวนให้คิดว่า ในจีนมีการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นมาก แต่จะใช่อย่างที่คิดหรือไม่ ?

เมื่อดูในรายละเอียดพบว่า การกู้ยืมของจีนในปี 2023 เพิ่มขึ้นไม่มาก แต่อัตราส่วนหนี้ต่อจีดีพีที่พุ่งสูงเป็นผลมาจากความอ่อนแอของเศรษฐกิจ ทำให้อัตราส่วนหนี้สินโดยรวมเพิ่มขึ้นเร็วแซงหน้าอัตราการขยายตัวของการกู้ยืม

NIFD เองก็ระบุไว้ในรายงานว่า หนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างจำกัดและอัตราส่วนหนี้โดยรวมต่อจีดีพีที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2023 มีสาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ

หนี้สินรวมของทั้งภาคครัวเรือน องค์กร และภาครัฐในปี 2023 เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอช้าลงที่ 9.8% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจากปี 2022 และยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ

อัตราส่วนหนี้สินของครัวเรือนเพิ่มขึ้นจาก 62.2% ในปี 2022 เป็น 63.5% ในปี 2023 ขณะที่อัตราส่วนหนี้ของบริษัทนอกภาคการเงินต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นจาก 161.5% เป็น 168.4% ส่วนอัตราส่วนหนี้ภาครัฐต่อจีดีพีขยายตัวจาก 50.6% เป็น 55.9%

การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่แท้จริง (Real GDP) ของจีนซึ่งตัดผลของอัตราเงินเฟ้อออกแล้วเติบโต 5.2% บรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลจีนตั้งไว้ แต่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศตามราคาปัจจุบัน ณ ปี 2023 (Nominal GDP) โตชะลอลงเหลือ 4.6% จาก 4.8% ในปี 2022 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ และสะท้อนว่ามีแรงกดดันด้านเงินฝืดต่อเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น

สิ่งนี้สะท้อนอะไรที่น่ากังวลบ้าง ?

จาง จื่อเว่ย (Zhang Zhiwei) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของพินพอยต์ แอสเสต แมเนจเมนต์ (Pinpoint Asset Management) วิเคราะห์ว่า ความจริงที่ว่าการเติบโตของ Nominal GDP ต่ำกว่าการเติบโตของ Real GDP นั้นแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่ำกว่าศักยภาพที่สามารถเติบโตได้ ดังนั้น การมีนโยบายการเงินและการคลังที่สนับสนุนมากขึ้น จะช่วยให้จีนฟื้นศักยภาพการเติบโตได้

NIFD ก็ระบุในรายงานว่า การเติบโตของการกู้ยืมที่ต่ำกว่า 10% บ่งชี้ถึงมีดีมานด์เงินทุนน้อยในภาคธุรกิจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริโภคและค่าใช้จ่ายในการลงทุน การเติบโตของหนี้ที่ลดลงอีกจะมีผลกระทบร้ายแรงยิ่งขึ้นต่อเศรษฐกิจ ทางออกเดียวในการควบคุมอัตราส่วนหนี้สิน คือ การเพิ่มดีมานด์ที่มีประสิทธิภาพและผลักดันการเติบโตของ Nominal GDP

NIFD ประเมินว่า หากการกู้ยืมโดยรวมขยายตัว 10% ขณะที่ Nominal GDP เพิ่มขึ้น 5% ในปี 2024 อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อจีดีพีของจีนจะเพิ่มขึ้น 14 จุดเปอร์เซ็นต์ จนมีอัตราส่วนทะลุ 300%

NIFD เรียกร้องให้รัฐมีการสนับสนุนเชิงนโยบายมากขึ้นด้วยเช่นกัน เพื่อกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศและกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ

“รัฐบาลควรกำหนดเป้าหมายการเติบโตของ Nominal GDP ที่ 7% และมุ่งมั่นที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้มากขึ้น หากไม่บรรลุเป้าหมาย การทำเช่นนี้จะพลิกความคาดหวังของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ” NIFD แนะ

อีกทั้งยังแนะถึงการกระตุ้นการเติบโตของ Nominal GDP อย่างลงรายละเอียดว่า รัฐบาลต้องยอมคงระดับการขาดดุลการคลังเอาไว้ในระดับหนึ่ง โดยรัฐบาลกลางกู้ยืมเงินมากขึ้นเพื่อช่วยรัฐบาลท้องถิ่นลดภาระหนี้ อีกทั้งยังเรียกร้องให้มีการลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน ประสานกับนโยบายกระตุ้นทางการคลังเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แกะไส้ใน หนี้ต่อจีดีพีจีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 287.8% กับนัยทางเศรษฐกิจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...