โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เจ้าพ่อกู่ช้าง” ตำนานช้างมีฤทธิ์เดช พลายคู่บารมีพระนางจามเทวี

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 มี.ค. 2567 เวลา 04.28 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2567 เวลา 04.28 น.
พิธีบวงสรวงเจดีย์กู่ช้าง (ภาพจาก เว็บไซต์เทศาบาลเมืองลำพูน จังหวัดลำพูล, 17 เมษายน 2562)

เจ้าพ่อกู่ช้างแห่ง ศาลเจ้าพ่อกู่ช้างคือสถูปเจดีย์โบราณที่เชื่อว่าเป็นที่บรรจุซากช้างพลายคู่บารมีของกษัตรีโบราณ พระนางจามเทวี ผู้ปกครองหริภุญชัย รัฐโบราณในดินแดนไทย

ศาลเจ้าพ่อช้างกู่ อยู่ใกล้กับวัดไก่แก้ว ในเขตเทศบาลเมืองลำพูน ห่างจากวัดไก่แก้วไปทางทิศตะวันออกประมาณ 200 เมตร

“กู่ช้าง” คือสถูปที่มีรูปทรงต่างไปจากสถูปทั่ว ๆ ไปในภาคเหนือ เพราะเป็นทรงกลมที่ตั้งอยู่บนฐาน 4 ชั้น องค์สถูปมีลักษณะเป็นทรงกระบอกปลายมน หรือทรงลอมฟาง ก่อด้วยอิฐ สูงจากพื้นดินประมาณ 30 เมตร เหนือสถูปเป็นแท่นคล้ายบัลลังก์เจดีย์

ตำนานเล่าว่า พระนางจามเทวีผู้ปกครองเมืองหริภุญชัย (บ้างสะกด หริภุญไชย) ราว พ.ศ. 1300 ทรงมีช้างคู่บารมีนามว่า “ผู้ก่ำงาเขียว” หรือผู้กล่ำงาเขียว หมายถึง ช้างผิวสีคล้ำ งาสีเขียว เป็นช้างมีฤทธิ์เดช ทั้งเป็นช้างศึกของเจ้าอนันตยศและเจ้ามหันตยศ พระราชโอรสแฝดในพระนางจามเทวี เมื่อครั้งทรงออกศึกทำสงครามต้านกองทัพของขุนหลวงวิรังคะ กษัตริย์ชาวลัวะ แห่งระมิงค์นคร ช้างผู้ก่ำงาเขียวมีฤทธิ์ข่มขวัญข้าศึก เมื่ออยู่ในสงคราม หากหันหน้าไปทางศัตรู ศัตรูจะอ่อนกำลังลงทันที

เมื่อช้างเชือกนี้ล้ม (ตาย) ในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 เหนือ เจ้าอนันตยศและเจ้ามหันตยศได้นำสรีระของช้างใส่ลงในแพให้ไหลล่องไปตามลำน้ำกวง แต่ขณะที่แพช้างล่องไป ทั้งสองพระองค์ทรงเปลี่ยนพระทัย แล้วให้คนนำร่างช้างกลับขึ้นฝั่งมาไว้บริเวณท่าน้ำวัดไก่แก้ว เพื่อจะฝังไว้ที่บริเวณกู่ช้าง

การสร้างสถูปสำหรับฝังช้างผู้ก่ำงาเขียว ใช้เวลาทั้งสิ้น 8 เดือนจึงแล้วเสร็จ จากนั้นบรรจุซากช้างให้หันหน้าขึ้นฟ้า ส่วนงาทั้งสองข้างนำไปใส่ไว้ในสถูปที่ประดิษฐานบนพระบรมอัฐิของพระนางจามเทวี ภายในเจดีย์สุวรรณจังโกฏ หรือกู่กุด วัดจามเทวี

เวลาต่อมา ชาวเมืองลำพูนพากันสร้าง “ศาลเจ้าพ่อกู่ช้าง” ขึ้น เพื่อปกปักรักษาเจดีย์กู่ช้าง และเพื่อสักการะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนและเมืองลำพูน

ช่วงสงกรานต์ คือวันที่ 17 เมษายน ของทุกปี ชาวลำพูนจะจัดพิธีรดน้ำดำหัวและบวงสรวงเจ้าพ่อกู่ช้าง เพื่อขอขมาลาโทษ และขอให้เจ้าพ่อช่วยปกปักรักษาผู้คนให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและอันตรายต่าง ๆ

นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า กู่ช้าง น่าจะเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นสมัยล้านนา ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 21 คล้ายเจดีย์พม่าในศิลปะยุคอาณาจักรศรีเกษตร หรือพยู อาจเป็นไปได้ว่า เจดีย์กู่ช้าง สร้างในสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งล้านนา

ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนกู่ช้างเป็นโบราณสถานเมื่อปี 2523

คาถาไหว้ “เจ้าพ่อกู่ช้าง”

“สาธุอิสังโต สาธุอิสังโต สาธุอิสังโต กะยา กะโร อิกะตัง พระยาขุนจง คงกระพัน เจ้าพระชาช้างฅนผู้ก่ำงาเขียว อิตะกะตัง จะหิตายะ จะสุขายะ ปรมังโส ติ”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กองบรรณาธิการข่าวสด. (2553). เทพ-เทวะ ศักดิ์สิทธ์-สักการะ. กรุงเทพฯ : มติชน.

เทศบาลเมืองลำพูน. โบราณสถานกู่ช้าง กู่ม้า. สืบค้นเมื่อ 12 มีนาคม 2567. (ออนไลน์)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 มีนาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เจ้าพ่อกู่ช้าง” ตำนานช้างมีฤทธิ์เดช พลายคู่บารมีพระนางจามเทวี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...