โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

แพ้อาหารเรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

TODAY

อัพเดต 21 เม.ย. 2565 เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2565 เวลา 03.21 น. • workpointTODAY

กรมการแพทย์แนะแพ้อาหารเรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม ที่เกิดขึ้นหลังรับประทานอาหารและยา ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นสาเหตุ พร้อมแนะวิธีการป้องกันและรักษาที่ถูกวิธี

จากกรณีหญิงคนนึงไปกินอาหารแล้วเกิดอาการแพ้รุนแรง หลังสั่งสปาเก็ตตี้แซลมอนมากิน และบอกพนักงานไปว่าตนเองแพ้กุ้ง แต่เจอหางกุ้งในอาการทำให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงมีอาการผื่นคัน หน้าบวม ปากบวม ทางเดินหายใจก็จะบวม จนหายใจติดขัด มีอาการแน่นหน้าอก หมดสติ ถ้ารักษาไม่ทันจะเสียชีวิตได้

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า อาหารเป็นสาเหตุของอาการแพ้ได้บ่อย ในเด็กพบว่าอาหารที่เป็นสาเหตุของการแพ้ได้บ่อย คือ นม ถั่ว แป้งสาลี และไข่ ส่วนผู้ใหญ่มักพบว่าแพ้อาหารทะเลเป็นหลัก นอกจากนี้สารปรุงแต่งรสในอาหารพบว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้อย่างที่เป็นข่าว อาการที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากการแพ้สารอื่นๆที่เป็นส่วนผสมในอาหาร

ด้านพญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการปากบวมเจ่อหลังจากรับประทานอาหารหรือยาเป็นอาการที่บ่งบอกถึงอาการแพ้ซึ่งมักเกิดในช่วงเวลาสั้นๆ ภายใน 1-2 ชั่วโมง หลังจากรับประทานอาหารหรือยา อาการที่พบได้ เช่น คันรอบปาก ปากบวมเจ่อ มีผื่นคันตามร่างกาย หรือเรียกอีกอย่างว่า ผื่นลมพิษ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจเกิดเยื่อบุทางเดินหายใจบวม ทำให้มีอาการแน่นหน้าอก หายใจติดขัด ความดันต่ำ และถึงแก่ชีวิตได้

ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า การป้องกันและการรักษาที่ถูกวิธี คือผู้ที่มีอาการแพ้หลังรับประทานอาหารและยา ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นปัจจัยกระตุ้น หากไม่แน่ใจควรมาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

การแพ้อาหารคืออะไร

การแพอ้าหารเป็นกลไกของระบบภูมิต้านทาน คือ หลังจากได้รับอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งร่างกายได้มีการสร้างภูมิต้านทานชนิด อี (Immunoglobulin E: IgE) ออกมาและจะแสดงอาการเมื่อมีการรับประทานอาหารชนิดนั้นไปอีกครั้ง โดยอาหารนั้นจะไปกระตุน IgE ทำให้มีการหลั่งสารเคมีอย่างสารฮีสตามีนที่ทำให้เกิดอาการแพ้แสดงออกมาในส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ความสามารถในการสร้าง IgE นั้น อาจเกิดจากสาเหตุ ดังนี้

1. สาเหตุจากพันธุกรรม

2. ปัจจยัทางสรีระและสุขภาพตอนที่รับประทานอาหารชนิดนั้น (ผู้ที่เป็นภูมิแพอยู่แล้วมีโอกาสแพ้อาหารได้มากกว่าคนทั่วไป)

นอกจากนี้อาจเกิดได้จากการออกกำลังกายหลังจากเพิ่งรับประทานอาหาร สาเหตุนี้ยังไม่ทราบกลไกของการแพ้อย่างแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่า เป็นเพราะร่างกายถูกกระตุ้นมากขึ้นจากการออกกำลังกาย ทำให้มีการหลังสารฮีสตามีนออกมาก็จะเริ่มมีอาการคัน รู้สึกเบาศีรษะ หรือหอบ ซึ่งอาจรุนแรงจนถึงแก่ชีวติได้ จึงควรเว้นระยะ ระหว่างการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

ลักษณะอาการแพ้อาหาร

1. อาการเฉียบพลัน จะเกิดขึ้นนหลงัรับประทานอาหารนั้นไป 2-3 นาที ถึง 1 ชั่วโมง อาหารส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดอาการแพ้อย่างเฉียบพลันคือ อาหารทะเล หลังรับประทานไปแล้วก็อาจจะเกิดการคีนคอ ปาก จมูก ตา และมีอาการปากบวม หนังตาบวม ลมพิษพุพอง คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วงแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก หมดสติ เป็นต่น เมื่อพบผู้เกิดอาการเช่นนี้ให้รีบนำส่ง
โรงพยาบาลทันทีเพราะอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวติได้

2.อาการที่เกิดอย่างช้าๆ จะเกิดึ้นหลังรับประทานอาหารนั้นเข้าไปนานกว่า 1-24 ชั่วโมง อาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ อย่างช้าๆ ได้แก่ ไข่ นม ข้าวสาลี เป็นต้น อาจจะมีการคลื่นไส้อาเจียน อุจจาระร่วง ลมพิษพุพอง ปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดศีรษะ เป็นต้น

https://www.facebook.com/Thararat.Puangchompoo/posts/10216469073838649

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...