นิติวิทย์ แจงแนวทางและมาตรฐาน ‘การชันสูตรศพที่เสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ’ หลังเกิดคดี ‘แอม ไซยาไนด์’
The Bangkok Insight
อัพเดต 30 เม.ย. 2566 เวลา 02.59 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2566 เวลา 02.59 น. • The Bangkok Insightนิติวิทย์ แจงแนวทางและมาตรฐาน "การชันสูตรศพที่เสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ" หลังเกิดคดี "แอม ไซยาไนด์" เปิดกว้างให้ญาติขอรับการตรวจชันสูตรฟรี หากติดใจสาเหตุการเสียชีวิต
ตราที่มีข่าว กรณี "แอม ไซยาไนด์" นพ.ศราวุฒิ สุจริตธรรม โฆษกสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ (สนว.) กล่าวว่า นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มอบหมายให้ โฆษก สนว. แจงแนวทางและมาตรฐานการชันสูตรศพที่เสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ โดยการปฏิบัติงานเป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติงานของราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย โดยจะมีการผ่าศพตรวจโดยละเอียด
รวมถึงการส่งตรวจ ชีววัตถุต่าง ๆ เช่น เลือด น้ำวุ้นลูกตา อาหารในกระเพาะอาหาร ปัสสาวะ เพื่อหาสารหรือยาที่อาจจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต อีกทั้งยังเปิดกว้างให้ญาติผู้เสียชีวิตที่ติดใจสาเหตุการตาย สามารถติดต่อขอรับการตรวจชันสูตรซ้ำได้
ชันสูตรพลิกศพตายโดยผิดธรรมชาติ 5กรณี
สำหรับแนวทางและมาตรฐานการชันสูตรศพของสถาบันนิติวิทยาศาตร์นั้น การชันสูตรพลิกศพจะเริ่มตั้งแต่การตรวจสถานที่เกิดเหตุโดยแพทย์และพนักงานสอบสวนโดยเป็นไปตามกฎหมาย ป วิ อาญา มาตรา 150 ที่ได้กำหนดให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ กับแพทย์ทางนิติเวชศาสตร์ซึ่งได้รับวุฒิบัตร หรือได้รับหนังสืออนุมัติจากแพทยสภา ทำการชันสูตรพลิกศพโดยเร็ว
โดยตาม ป วิ อาญา มาตรา 148 ได้กำหนดให้มีการชันสูตรพลิกศพที่ตายโดยผิดธรรมชาติ อันได้แก่
- ฆ่าตัวตาย
- ถูกผู้อื่นทำให้ตาย
- ถูกสัตว์ทำร้ายตาย
- ตายโดยอุบัติเหตุ
- ตายโดยยังมิปรากฏเหตุ และรวมถึงการตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน
แนวทางการปฏิบัติงานให้แพทย์แจ้งชันสูตรเพิ่มเติม 11กรณี
นพ.ศราวุฒิ กล่าวว่า ปัจจุบันการปฏิบัติงานดังกล่าวข้างต้นของสถาบันนิติวิทยาศาตร์ ได้มีการจัดทำมาตรฐานการชันสูตรศพ และได้รับการประกันคุณภาพจากราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย โดยการตรวจศพได้มีการกระทำโดยแพทย์นิติเวชและเป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติงานของราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย ที่ได้กำกับโดยคณะอนุกรรมการกำหนดมาตรฐานทางนิติเวชศาสตร์ โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
โดยตามแนวทางการปฏิบัติงานได้กำหนดให้แพทย์ต้องแจ้งพนักงานสอบสวนให้ส่งทั้งศพหรือบางส่วนไปชันสูตรเพิ่มเติมในกรณีดังต่อไปนี้
- ไม่สามารถระบุว่าผู้ตายเป็นใคร และการผ่าศพอาจช่วยในการระบุ
- ศพที่เป็นโครงกระดูก หรือศพที่ไหม้เกรียม
- การตายที่เกิดจากหรืออาจเกิดจากถูกผู้อื่นทำให้ตาย
- การตายที่เกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่
- การตายผิดธรรมชาติ ในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่
- การตายในเด็กที่ไม่คาดคิดและไม่สามารถอธิบายได้
- การตายที่เกิดจากสารพิษ
- การตายที่เกี่ยวข้องกับการจราจร
- การตายที่เกิดจากการบาดเจ็บจากการทำงาน ไฟฟ้าดูด การจมน้ำโดยไม่มีผู้พบเห็น
- ไม่สามารถระบุ หรือสันนิษฐานสาเหตุการตายได้
- มีผู้ใดผู้หนึ่ง สงสัยในสาเหตุการตายหรือพฤติการณ์การตาย หรืออาจมีปัญหาเกี่ยวกับการได้รับผลประโยชน์ของผู้ตาย
โฆษกสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ซึ่งกรณีที่ผู้เสียชีวิตได้รับการชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ และเข้าข่ายในลักษณะดังกล่าวข้างต้น ศพจะได้รับการเคลื่อนย้ายมายังห้องผ่าชันสูตรศพ โดยจะมีการผ่าศพตรวจโดยละเอียด รวมถึงการส่งตรวจ ชีววัตถุต่าง ๆ เช่น เลือด น้ำวุ้นลูกตา อาหารในกระเพาะอาหาร ปัสสาวะ เพื่อหาสารหรือยาที่อาจจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ทั้งนี้เป็นไปมาตรฐานการชันสูตรศพ ซึ่งได้การรับรองจากราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์
เปิดกว้างให้ญาติขอรับการตรวจชันสูตรฟรี หากติดใจสาเหตุการเสียชีวิต
ทั้งนี้ตาม พรบ.การให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ.2559 มาตรา 5(4) ได้เปิดกว้างให้ญาติผู้เสียชีวิตที่ติดใจสาเหตุการตาย สามารถติดต่อขอรับการตรวจชันสูตรซ้ำได้ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น โปร่งใส อำนวยความยุติธรรม และเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรมที่ได้มุ่งเน้นถึงกระบวนการที่ทำให้เกิดความยุติธรรมในสังคม
อ่านข่าวเพิ่มเติม