โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ธุรกิจรถเช่า’ โตรับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น คาดปี’66 มูลค่าตลาดแตะ 5.1 หมื่นล้าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 ก.พ. 2566 เวลา 05.06 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2566 เวลา 05.06 น.

‘ธุรกิจรถเช่า’ โตรับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น คาดปี’66 มูลค่าตลาดแตะ 5.1 หมื่นล้าน แนะผู้ประกอบการบุกออนไลน์เสริมธุรกิจ

เมื่อวันที่23 กุมภาพันธ์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือttb analytics ระบุว่า คาดว่าปี2566 มูลค่าตลาดรถเช่าของไทยจะอยู่ที่5.1 หมื่นล้านบาทหรือขยายตัว10.2% เมื่อเทียบกับปี2565 ขยายตัว19.6% โดยแยกแนวโน้มแหล่งรายได้ของธุรกิจรถเช่า อาทิ1.รถเช่าระยะสั้น(ระยะเวลาเช่าน้อยกว่า1 ปี) คาดว่าจะขยายตัว33.5% อยู่ที่1.13 หมื่นล้านบาท2. รถเช่าระยะยาว(ระยะเวลาเช่า1-5 ปี) คาดว่าจะขยายตัว5.0% อยู่ที่4.0 หมื่นล้านบาท

เนื่องจากทิศทางเศรษฐกิจไทยดีขึ้น คาดว่าปี2566 เศรษฐกิจขยายตัว3.6% ส่งผลให้การบริโภคเอกชน และการท่องเที่ยวกลับมาเพิ่มความต้องการรถเช่าระยะยาวเติบโต อย่างไรก็ตาม รายได้จากรถเช่าระยะยาวเริ่มทรงตัว ทำให้ผู้ประกอบการรถเช่ารายใหญ่หันไปเพิ่มสัดส่วนรายได้จากรถเช่าระยะสั้นมากขึ้น และ3.แนวโน้มรายได้จากการจำหน่ายรถใช้แล้วเครื่องยนต์สันดาป(ICE) ลดลง เนื่องจากความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) มากขึ้นและส่งผลกระทบทำให้รถยนต์ใช้แล้วเครื่องยนต์สันดาปมีราคาตกลง

โดยช่วง5 ปี(2558-2562) ก่อนเกิดโรคโควิด มูลค่าตลาดรถเช่าเติบโตเฉลี่ย8.0% ต่อปี หลังเกิดโควิดช่วงปี2563-2564 มูลค่าตลาดของธุรกิจรถเช่าระยะสั้นและระยะยาวลดลง8.9% และ2.9% ตามลำดับ ทำให้รายได้ของผู้ประกอบการรถเช่าลดลง โดยรายได้จากรถเช่าระยะสั้นที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวโดยตรงลดลงถึง80% จากระดับรายได้ก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิดในปี2562

ศูนย์วิเคราะห์ ระบุว่า กิจการรถเช่าไทยกระจายอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวมากถึง75% แต่รายได้กว่า77% อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร บ่งชี้ถึงการแข่งขันที่สูง โดยเฉพาะรถเช่าระยะยาว จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ผู้ประกอบการรถเช่าในประเทศไทยมีจำนวน1,186 ราย โดยผู้ประกอบการกระจายตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ35% ภูเก็ต7% ชลบุรี7% เชียงใหม่6% สุราษฎร์ธานี5% นนทบุรี4% สมุทรปราการ4% ปทุมธานี3% และระยอง3% ตามลำดับ

ซึ่งจะเห็นว่ากว่า75% ของผู้ประกอบการรถเช่ากระจายอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยว แต่หากพิจารณาในแง่ของรายได้จะพบว่าพื้นที่ที่มีรายได้จากรถเช่าสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ77% สมุทรปราการ12% ชลบุรี3% ปทุมธานี2% และนนทบุรี1% เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่ซึ่งมีบริการรถเช่าทั้งแบบรถเช่าระยะยาวให้แก่ลูกค้าบริษัท และแบบรถเช่าระยะสั้นให้แก่ลูกค้าที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ ทำให้มีมูลค่าตลาดจากธุรกิจสูงดังนั้น การแข่งขันในพื้นที่ก็สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

ศูนย์วิเคราะห์ ระบุว่า สำหรับภาวะการแข่งขันธุรกิจรถเช่าในปัจจุบันพบว่ามีการแข่งขันสูงเนื่องจากดีมานด์รถเช่าระยะยาวและรถเช่าระยะสั้นค่อนข้างมีอยู่อย่างจำกัด โดยธุรกิจรถเช่าในระยะ3-5 ปีข้างหน้ามีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย5-8% ต่อปี ผู้ประกอบการรถเช่ารายเดิมและผู้แข่งขันรายใหม่ทั้งจากค่ายรถยนต์ที่เริ่มต่อยอดทำธุรกิจรถเช่า และผู้ลงทุนรายย่อยที่นำรถมาปล่อยเช่าผ่านแพลตฟอร์มรถเช่ารายย่อย พร้อมทั้งแนะผู้ประกอบการรถเช่ารุกทำการตลาดรถเช่าออนไลน์ของตนเองร่วมกับการบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น

เช่น รถเช่าระยะสั้น ก่อนให้บริการรถเช่าควรอยู่ในสภาพใหม่และสะอาด ลูกค้าสามารถเลือกสถานที่รับและส่งรถเช่าได้ ณ จุดนัดหมายที่ลูกค้าสะดวก ฯลฯ รถเช่าระยะยาว มีการตรวจสอบและบริการการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ให้เช่าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความประทับใจในการบริการให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีกและบอกต่อแก่ลูกค้าคนอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างความสามารถทางการแข่งขันทำให้ธุรกิจรถเช่าของผู้ประกอบการเติบโตได้ภายใต้สภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...