โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รองผู้ว่าฯ กทม. ขออาสาเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันกฎหมายควบคุมอาคาร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 มี.ค. 2566 เวลา 12.04 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2566 เวลา 07.57 น.

รองผู้ว่าฯ กทม. ขออาสาเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ยกเครื่องกฎหมายควบคุมอาคาร ชี้ควรให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

วันที่ 17 มีนาคม 2566 นโยบายปรับปรุงข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับผังเมืองและการควบคุมอาคารให้ทันสมัยเป็น 1 ใน 216+ นโยบายที่ประกาศตั้งช่วงหาเสียงเลือกตั้งของทีมชัชชาติ นับจากวันเข้ารับตำแหน่งของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนที่ 17 เป็นเวลา 9 เดือนเศษ ประชาชาติธุรกิจ” ได้รับโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “นายวิศณุ ทรัพย์สมพล” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ดูแลเรื่องนี้ ถึงแนวคิดและเป้าหมายของนโยบาย

ทำไมนโยบายเรื่องนี้จึงมีความสำคัญ

คงต้องเริ่มอธิบายโดยพื้นหลังของผมที่เคยดูแลสำนักงานทรัพย์สินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาก่อน ดังนั้นในมุมมองหนึ่งของผมคือเรื่องการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับพวกกฎหมายควบคุมอาคารทั้งหลาย ผมขอเรียกรวม ๆ อยู่แล้ว

โดยเฉพาะช่วงที่มีแนวคิดในการพัฒนาตึกแถวย่านบรรทัดทองของจุฬาฯ เราพบปัญหาอย่างมาก เนื่องจากกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร บอกว่าในการปรับปรุงอาคารจะต้องทำตามกฎหมายควบคุมอาคารฉบับใหม่ที่มีการกำหนดที่จอดรถ ระยะร่น ซึ่งตึกแถวย่านนั้นไม่สามารถทำได้

ตอนนั้นเราเป็นหน่วยงานของรัฐ เราจึงแค่ทำไม่ได้ แต่ถ้าสมมุติเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่จะมีการปรับปรุงอาคารเป็นโฮสเทล มันก็ต้องใช้วิธีฝ่าฝืนกฎหมายแล้วสมยอมในการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนหรือเราเรียกว่าส่วย เป็นต้น

ตรงนี้คือปัญหาที่ผมเจอกับตัวเอง และนอกจากนั้นก็จะมีปัญหาที่เราพูดคุยกันในเวทีเสวนาต่าง ๆ ตอนผมอยู่ที่จุฬาฯเราก็ได้แค่ตั้งคำถามว่าทำไมไม่มีการแก้ไขเหล่านี้เลย แต่ในวันนี้ผมได้รับโอกาสมาอยู่ในตำแหน่งที่มีศักยภาพในการทำงานเหล่านี้ได้แล้ว ผมจึงขอใช้ตำแหน่งนี้เพื่อเป็น “หัวหมู่ทะลวงฟัน” พวกกฎหมายเหล่านี้ และอีกส่วนหนึ่งคือการปรับปรุงกฎหมายเพื่อสร้างเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนด้วย

มาเริ่มกันที่ส่วนแรกคือกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอาคารเหล่านี้

ในเรื่องกฎหมายที่มีเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอาคาร ตอนนี้ผมได้มีการพูดคุยกับที่ปรึกษาเพื่อมาทำโครงการนี้แล้ว โดยแบ่งขั้นตอนเป็น 3 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรกเราจะต้องสำรวจปัญหาให้ครบถ้วนก่อน โดยการสำรวจปัญหาเหล่านี้จะมาจาก ส่วนแรกคือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องภายนอกกรุงเทพมหานคร เช่น สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมวิชาชีพอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง Developer และอื่น ๆ ว่าในการพัฒนาโครงการติดปัญหาส่วนไหนบ้างอย่างไร

ส่วนที่สองจะเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกรุงเทพมหานครเอง คือ บรรดาตำแหน่งต่าง ๆ ที่มีส่วนในการอนุมัติใช้ใบอนุญาตก่อสร้าง หรือที่เกี่ยวข้องว่าจากการทำงานพบเห็นปัญหาอย่างไรบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาผมเคยคุยกับบุคลากรจากสำนักโยธาถึงเรื่องนี้ เขาชี้ให้เห็นปัญหาได้ แต่ประเด็นคือเขาไม่สามารถแก้กฎหมายเองได้

ส่วนที่สามจะมาจากพวกกรณีพิพาทต่าง ๆ ว่าเรามีกรณีพิพาทในอดีตอย่างไรบ้าง และข้อพิพาทต่าง ๆ ต้องนำข้อพิพาทที่ยุติแล้วมาถอดบทเรียนควบคู่ไปด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไร และข้อพิพาทเหล่านั้นมันมาจากปัญหาอะไรกันแน่

เมื่อขั้นตอนการหาปัญหาแล้วเสร็จก็ต้องมีการมาจำแนกแต่ละปัญหาอย่างเป็นระบบ ว่าอันไหนเป็นปัญหาในทางกฎหมาย กฎหมายระดับใด ฉบับใด ปัญหาใดเป็นปัญหาในเชิงดุลพินิจ หากเป็นปัญหาเชิงดุลพินิจแก้ได้ง่าย ๆ เลยคือ เราก็ออกคำสั่งให้เป็นเช็กลิสต์กำกับการใช้ดุลพินิจ

ปัญหาจากกฎหมายล่ะ

ปัญหาในเชิงกฎหมายตรงนี้เราจะต้องเข้าใจก่อนว่ากฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมอาคาร การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในระดับ พ.ร.บ.จะมีอยู่ 2 ฉบับด้วยกัน คือ พ.ร.บ.ผังเมือง และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และในระดับรองลงมาก็มีทั้งกฎกระทรวงและข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

ส่วนของระดับพระราชบัญญัติปัญหาที่พบค่อนข้างน้อย อันนี้ส่วนตัวผมนะครับ เพราะมันเป็นการควบคุมในเชิงหลักการ แต่ในระดับกฎกระทรวงทั้งหลายเราจะพบปัญหาเยอะมาก เนื่องจากมันเป็นการออกข้อบังคับอย่างเดียวกันใช้ทั่วประเทศ

ตัวอย่างที่ผมยกข้างต้นคือเรื่องระยะร่นกับที่จอดรถ คือไม่ว่าคุณจะสร้างที่กรุงเทพมหานคร หรือที่ต่างจังหวัด ราคาที่ดินตารางวาละ 1 ล้านบาท หรือ 1 ร้อยบาท ระยะร่นเท่ากัน ที่จอดรถเท่ากัน ซึ่งมันไม่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่แต่ละพื้นที่ ซึ่งตามความเห็นของผมมันจะต้องมีการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่แต่ละพื้นที่แทน

พอเราจำแนกปัญหาจากกฎหมายแล้ว เราก็จะมาแก้ไขถ้าส่วนไหนที่สามารถแก้ไขได้ คือพวกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครต่าง ๆ หากส่วนไหนแก้ไขไม่ได้ ผมจะไปเป็น “หัวหมู่ทะลวงฟัน” ไปขอแก้ไขที่กระทรวงมหาดไทยให้

การปรับปรุงกฎหมายเพื่อเมืองน่าอยู่

กฎหมายควบคุมอาคารผมขอเรียกรวม ๆ แบบนี้นะ เกี่ยวอะไรกับเมืองน่าอยู่ ผมยกตัวอย่างแบบนี้ กรณีแรก สะพานลอย หม้อแปลงไฟฟ้า บันไดเลื่อนจากสถานีรถไฟฟ้า เป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่ไม่มีใครอยากให้อยู่หน้าบ้านตัวเอง ยิ่งตึกแถวเล็ก ๆ ยิ่งแล้วใหญ่ เช่น บริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ที่หาที่เอาสะพานลอยลงไม่ได้เลย ถ้าไม่บังคับแล้วจ่ายค่าทดแทนอะไรตามระเบียบไป ถ้าค่าทดแทนไม่พอต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันอีก

หากพวกนี้ไปอยู่ในที่ของเอกชน สาธารณะได้ข้อดีแน่ ๆ คือ เราได้รับประโยชน์จากการใช้สอย และพอมันไม่อยู่บนทางเท้าเราก็เดินสะดวกสบายขึ้น แต่เอกชนก็ต้องมีแรงจูงใจที่จะให้สิ่งเหล่านี้ไปอยู่ ผมมีคุยนอกรอบกับหลายเจ้า เขาบอกว่าเอามาลงได้ แต่ให้คำนวณเป็นพื้นที่สีเขียวซับน้ำให้เขา เขาพร้อมให้ลงในพื้นที่เขา อะไรแบบนี้ก็ต้องมีการศึกษากันไป

อีกกรณีหนึ่งต่อเนื่องจากพื้นที่สีเขียวซับน้ำ พูดแบบนี้จะเข้าใจยาก มันคือพื้นที่ที่เอกชนทำเป็นสวนหย่อมทั้งหลาย เพราะว่ากฎหมายกำหนดให้มีพื้นที่ว่างที่เป็นพื้นดินไม่มีคอนกรีตคลุมเป็นอัตราส่วนไว้ ซึ่งไม่เยอะเท่าไหร่หรอก เราจึงเห็นสวนเป็นเส้น ๆ อะไรพวกนี้

ถ้าหากเราสร้างแรงจูงใจมากพอให้เอกชนเอาพื้นที่สีเขียวซับน้ำพวกนี้มารวมกันเป็นที่เดียว เช่น มีคอนโดฯ 2 โครงการติดกัน มีพื้นที่สีเขียวซับน้ำคนละ 10 ตารางวา ถ้าเอามารวมกันเป็น 20 ตารางวา ถ้า 4 แปลงเราจะมี 40 ตารางวา เราก็จะได้สวนสาธารณะเล็ก ๆ (Pocket Park) แต่เราต้องมีแรงจูงใจให้มากพอให้เอกชน

เราจะเห็นรูปร่างของการยกเครื่องกฎหมายควบคุมอาคารเมื่อไหร่

ตอนนี้กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างการจัดทำผังเมืองฉบับใหม่ ซึ่งจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างให้เห็นช่วงปลายปีนี้ ดังนั้นผมอยากให้ปลายปีนี้เป็นการยกเครื่องกฎหมายควบคุมอาคารทั้งหมด ทั้งผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ข้อบัญญัติควบคุมอาคาร กฎกระทรวงควบคุมอาคาร ดังนั้นคาดว่าปลายปีนี้เราจะได้เห็นเค้าโครงรูปร่างของกฎหมายควบคุมอาคารฉบับใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...