โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Behind the Screen: ความรักหลังจอเซ็กซ์ครีเอเตอร์

The MATTER

อัพเดต 13 ก.พ. 2565 เวลา 04.03 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2565 เวลา 04.00 น. • Gender

สำหรับคู่รัก ความรักกับเซ็กซ์ สัมพันธ์กันแค่ไหน?

คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า ใต้ความสัมพันธ์ในฐานะคนรักย่อมมีเรื่องเพศสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย เราต่างทำความรู้จักกับความชอบ ไม่ชอบ หรือเรื่องของรสนิยมของคู่รัก จนบางคนอาจถึงขั้นที่ว่า กิจกรรมทางเพศเองก็เป็นปัจจัยชี้ขาดว่าการคบกันจะราบรื่นหรือขาดสะบั้น

เรื่องตลกร้ายคือแม้เซ็กซ์จะมีบทบาทต่อความสัมพันธ์ แต่เรื่องราวเหล่านี้กลับเป็นเรื่องที่ ‘พูดไม่ได้’ ของใครหลายคน

เช่นนั้นสำหรับคู่รักกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่ใช่เพียงพร้อมเล่าเรื่องเซ็กซ์ของตัวเองให้กับคนรอบข้างฟัง แต่ยังต่อยอดชีวิตรักและความปรารถนาไปยังโลกของการผลิตผลงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ (sex content) ไม่ว่าจะเป็นการขายภาพแสดงเรือนร่าง การถ่ายภาพนิ่ง หรือบันทึกวิดีโอระหว่างที่ตนเองมีเพศสัมพันธ์กับคู่ของตนลงโลกออนไลน์ พวกเขาและเธอเหล่านั้นคิดเห็นอย่างไรกับโชว์กระบวนการแสดงความรักบนเตียงให้คนอื่นเข้าชม

พวกเขาสามารถแยกชีวิตรัก ชีวิตเซ็กซ์ และชีวิตการทำงานผ่านเซ็กซ์ออกจากกันได้หรือไม่?

จริงไหมที่ความรักและเซ็กซ์ต้องเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันเสมอนิรันดร์?

หรือแม้กระทั่งว่าหากเรามีแฟนแล้ว เราสามารถไปสร้าง sex content กับคนอื่นได้หรือเปล่า?

เราพูดคุยกับคู่รักที่ประกอบอาชีพ sex creator ไปด้วยกัน ในเรื่องราวของความรัก ความหลากหลายทางเพศ รสนิยมทางเพศ และเซ็กซ์

เพื่อพิสูจน์ว่าแท้จริงแล้วความรักและ sex creator เป็นเช่นไร จะต้องหวือหวา ร้อนแรง มีสีสันน่าระทึกใจดั่งภาพจำที่ถูกหล่อหลอมมาหรือไม่

อาร์มและกี้ในห้องพักภายในโรงแรมใจกลางเมือง หนึ่งในสถานที่ทำคอนเทนต์ที่พวกเขามักเลือกหา

แยกเซ็กซ์ออกจากรัก

ในพื้นที่ที่หลายคนเชื่อว่าใต้ความสัมพันธ์ของคู่รัก ก็ยังควรซ่อนความปรารถนาไว้เป็นความลับ เรื่องของเซ็กซ์จำเป็นต้องปกปิดและห้ามเปิดเผย เรามีโอกาสได้ทำความรู้จักกับคู่รักที่กำลังท้าทายขนบเหล่านั้น ปลดเปลือยตัวตนและชีวิตเซ็กซ์ให้ผู้คนได้รับรู้บนโลกออนไลน์

อาร์ม (25 ปี) และกี้ (23 ปี) คือคู่รักที่เผยแพร่ sex content ผ่านแอพพลิเคชันทวิตเตอร์ @Smsmsmooth และเว็บไซต์ OnlyFans ในชื่อ Sweetie smooth เขาและเธอพบเจอกันผ่านแอพฯทินเดอร์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ต่อด้วยการเรียนรู้และพัฒนาความสัมพันธ์ตามลำดับ จนเมื่อต่างคนต่างมั่นใจว่ามีความรู้สึกที่พิเศษต่อกันและเข้ากันได้ดี จึงตัดสินใจคบกันในที่สุด

“อย่าชิงสุกก่อนห่าม” “รักนวลสงวนตัว” “เซ็กซ์เป็นเรื่องของคนรักกันเท่านั้น” และ “ควรเก็บพรหมจรรย์เอาไว้หลังแต่งงาน”

เห็นได้ว่ามันมีวลีจำนวนมากที่สะท้อนทัศนคติของคนในยุคหนึ่งต่อเรื่องความรักและเซ็กซ์ จนราวกับว่า 2 เรื่องเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน และต้องมาพร้อมกันเสมอ

จะแยกเรื่องของเซ็กซ์ออกจากความรักไม่ได้?

ทว่าอาร์มและกี้ไม่ได้มองเรื่องความรักและเซ็กซ์แบบ ‘แพ็กคู่’ ที่ต้องมาด้วยกันเสมอ เพราะทั้ง 2 คนยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์กันตั้งแต่ก่อนที่จะตกลงคบกันอย่างเป็นทางการ

และมันก็เป็นเรื่องปกติในโลกปัจจุบันที่เราควรจะแยกเรื่องของความรักกับเซ็กซ์ออกจากกันได้

**การที่เราตกลงมีเซ็กซ์กับใครคนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องสถานะระหว่างคนสองคน หรือต้องเป็นแฟนหรือคู่รักเท่านั้น

อาร์มเสริมมุมมองในเรื่องความรักกับเซ็กซ์ โดยเล่าพื้นหลังการเติบโตให้ฟังว่า โตมาในพื้นที่เขตพัทยา จุดที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจแห่งแหล่งค้าประเวณีของประเทศ สถานที่ที่เซ็กซ์เป็น ‘เรื่องปกติ’ และเป็น ‘ชีวิตประจำวัน’ ทำให้เขาซึมซับและทำความเข้าใจว่าเรื่องของความรักและเรื่องของเซ็กซ์สามารถแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง

ผมว่ามันตั้งอยู่บนหลักการของสังคมและวัฒนธรรมเรามากกว่า ที่แต่งก่อนอยู่ หรือว่าต้องไปขอพ่อขอแม่ก่อนนะ ถึงจะทำอะไร เหมือนวัฒนธรรมเรามันสร้างกรอบมาให้กลายเป็นว่า ความสัมพันธ์และเซ็กซ์ คือส่วนหนึ่งของกันและกัน

สำหรับอาร์มแล้ว การที่คนเราตัดสินใจมีเซ็กซ์เป็นเรื่องของจริตที่ตรงกันมากกว่า มันอาจจะเกิดขึ้นด้วยความรู้สึกง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแค่รู้สึกว่าชอบพอกัน เลยตกลงที่จะมีเซ็กซ์กันก็เป็นได้ และเขาก็เชื่อว่าการศึกษาในปัจจุบันทั้งในและนอกห้องเรียนจะช่วยให้เข้าใจเรื่องของเพศสัมพันธ์และการป้องกันโรคติดต่อได้ดีกว่าที่ผ่านมาในอดีต

ด้านกี้ ได้เล่าให้ฟังถึงความแตกต่างระหว่างเซ็กซ์ก่อนคบและหลังคบกัน

“หลังคบจะลงลึกในเรื่องของความรู้สึกมากกว่า ช่วงแรกที่เรามีอะไรกันตอนที่ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน มันก็เหมือน one night stand เซ็กซ์ตอนแรกจะผูกพันน้อยกว่าที่เราเป็นแฟนกันแล้ว มันไม่ได้ลึกซึ้งขนาดที่ว่าตอนที่เราคบกันแล้วเรามีอะไรกัน เราจะ make love กันมากกว่า ความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมากกว่า”

**อาร์มยังมองว่าในปัจจุบันเรื่องของความสัมพันธ์อาจไม่จำเป็นต้องมีการพูดถึงเรื่องสถานะแฟนหรือคนรักเสียด้วยซ้ำ แต่เป็นเรื่องของความสบายใจในเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน หรือช่วยกันประคับประคองผ่านเวลาหนึ่งๆ ไปมากกว่า เพราะมีตัวอย่างจำนวนมากที่เขาพบเจอมา เป็นกรณีที่เป็นแฟนกันแต่ไม่ได้ให้ความรักความห่วงใยกันเลย กลับกันมีอีกหลายคนที่ไม่ได้มีการติดป้ายสถานะ แต่ก็พร้อมดูแลกันเป็นอย่างดี

คือทุกวันนี้ชีวิตมันลำบากนะ มันกดดันเรา เราไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าคนที่เข้าใจเรา หรือเป็นพื้นที่หนึ่งที่เรารู้สึกว่า เราสามารถชาร์จแบตแล้วไปได้ต่อ มันอาจจะแค่นั้นก็ได้


วงจรนรกที่ไม่อยากให้เจอ

ความรักของทั้งคู่ดำเนินต่อเนื่องล่วงเลยมาถึงช่วงเวลาที่กี้เรียนจบชั้นปริญญาตรีในช่วงปี พ.ศ.2564 และยังไม่ได้ตัดสินใจจริงจังเรื่องสายงานอาชีพ ประกอบเข้ากับต้องยอมรับว่าเรื่องภาวะโรคระบาด COVID-19 ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักและไม่สามารถวางแผนที่ชัดเจนได้ ด้วยคำแนะนำจากคนรอบตัวกี้จึงเริ่มก้าวเข้าสู่วงการ sex creator ในแพลตฟอร์มมาแรงที่ได้รับความนิยมสำหรับการลงผลงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศอย่างเว็บไซต์ OnlyFans ก่อน

แต่ด้วยผลตอบรับที่ไม่น่าพอใจมากนัก กี้จึงลองเปลี่ยนแนวทางของเนื้อหาจากการทำผลงานคนเดียว เป็นการชักชวนอาร์มมาเริ่มต้นอาชีพคู่รักที่ผลิต sex content ในช่วงเมษายนปีเดียวกัน

เช่นนั้นความรู้สึกของอาร์มเป็นอย่างไร ในวันที่คู่รักของเขาชักชวนเผยแพร่ชีวิตรักบนเตียงลงโลกออนไลน์?

เขาให้คำตอบด้วยท่าทีสบายๆ ว่าเขาไม่ได้คิดว่านั่นเป็นคำชวนที่แปลกประหลาด เพราะนอกจากเรื่องบริบทของสังคมกลุ่มเพื่อนที่มีทัศนคติเปิดกว้างในเรื่องทางเพศ ไม่ได้มองว่าเซ็กซ์เป็นเรื่องที่ต้องปกปิดหรือเก็บซ่อนเอาไว้แล้ว มันยังรวมถึงเรื่องที่ตัวอาร์มเองมีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับแพลตฟอร์มนี้พอสมควร รู้จักโครงสร้างของการผลิตผลงาน วิธีการทำงานและทำเงิน และด้วยความที่อาชีพของอาร์มเกี่ยวข้องกับการโฆษณา เขารับทราบอยู่แล้วว่าทั้งตัวเขาเองและกี้สามารถสร้างกำไรผ่าน sex content เหล่านั้นได้

และยังรวมไปถึงเรื่องความปรารถนาดีที่อยากให้กี้ได้รับประสบการณ์ชีวิตที่ดีกว่า

ถ้าวงจรต่อไปที่กี้จะเจอก็คือการทำงาน 5 วัน วันละ 8 ชั่วโมง ตื่นเช้ากลับเย็น เบียดกันในรถไฟฟ้าและอื่นๆ เริ่มที่ออกไปเช่าอพาร์ตเมนต์ที่ห้วยขวาง สุทธิสาร รัชดา ทุกคนเป็นแบบนี้ในชีวิตกรุงเทพฯ แล้วค่อยขยับไปอยู่คอนโดฯ ถ้าร่วงก็อยู่ที่เดิม มันเป็นลูปนรก ผมรู้สึกว่า เออ.. มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราสามารถให้เขาสร้างอะไรบ้างอย่างที่หล่อเลี้ยงตัวเองได้ มันไม่ใช่แค่การเหมือนเสี่ยให้เงิน แต่มันเป็นการให้วิชาติดตัวและสามารถสร้างเงินได้ตลอดไป ต่อให้เขาไม่ได้อยู่กับเราแล้ว เขาก็จะไม่มีวันอดตายแน่นอน”

โดยทางกี้มีแผนธุรกิจร่วมกับเพื่อนในการสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเอง โดยใช้รายได้จากช่องทาง OnlyFans เป็นต้นทุนในการทำงาน

ผมคิดแค่ว่าเขาน่าจะได้อะไรดีกว่าที่ผมเจอ ถ้าลูปนรกนั้นผมเคยเจอแล้ว ผมไม่อยากให้คนของผมเจอ เท่านั้นเอง

การทะเลาะกันคือเรื่องปกติ

เพื่อนร่วมงานดีคือลาภอันประเสริฐ แล้วนับตั้งแต่เวลาที่หนึ่งคู่รักตัดสินใจเพิ่มรูปแบบความสัมพันธ์มิติที่สองอย่างการเป็นผู้ทำงานร่วมกัน เขาและเธอเผชิญความยากลำบากระหว่างทาง รวมถึงเคยทะเลาะกันเพราะเรื่องการทำงานเป็นเซ็กซ์ครีเอเตอร์ร่วมกันหรือไม่

แล้วเช่นนั้นพวกเขาผ่านมันไปได้อย่างไร?

ก็ต้องยอมรับว่ามีบ้าง ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว แต่เราคุยกัน ทุกอย่างต้องคุยกัน กี้ยอมรับ

การทะเลาะหรือมีเรื่องผิดใจกันเป็นสิ่งที่ทั้งคู่บอกกับเราว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอในความสัมพันธ์ของคนรัก ซึ่งมันอาจจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยอย่างเช่นว่าอีกฝ่ายไม่รับสายเวลาโทรหา หรือที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วคือทะเลาะกันใหญ่โตถึงขั้นที่เคยประกาศลงในแพลตฟอร์ม OnlyFans ว่าทั้งคู่จะหยุดผลิต sex content

จนอาร์มเปรียบว่าพวกเขา 2 คนเหมือนไฟกับน้ำมัน มีจุดสะกิดให้เกิดประกายไฟจนก่ออันตรายได้ตลอด แต่ก็ยังคงยืนยันว่ายังไม่มีความคิดที่จะปล่อยมือกันอย่างแน่นอน

แล้วในช่วงเวลาที่ทั้งสองคนมีเรื่องผิดใจกัน อาร์มกับกี้มีวิธีการรับมืออย่างไรกับการผลิต sex content ที่ตามตารางที่แจ้งให้กับผู้ติดตามทราบว่าจะมีการลงผลงานใหม่ทุกสัปดาห์

บางทีผมหงุดหงิดก็ไม่ทำ ก็เลยบอกให้เขาไปทำอย่างอื่นแทน คนเขาอยากดูเธอ เธอก็ทำไป ผมก็มาทำงานโปรโมต

เพราะบทบาทของอาร์มนอกจากจะออกหน้าใน sex creator เขายังมีหน้าที่ในส่วนของการตัดต่อวิดีโอ รวมถึงรับผิดชอบในการนำความรู้ทางการโฆษณามาปรับใช้เพื่อขยายกลุ่มลูกค้า

อาร์มเปิดใจว่าในบางครั้งทั้งเขาและกี้เองก็ไม่มีความสุขกับเซ็กซ์ในวิดีโอนั้นแม้แต่น้อย มีความรู้สึกเบื่อในกิจกรรมเซ็กซ์ หรือว่าบางครั้งอาร์มถึงขั้นต้องใช้ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศเพื่อให้การทำงานในครั้งนั้นผ่านไปในที่สุด และพวกเขาก็เลือกที่จะรดน้ำและเติมเต็มต้นรักด้วยวิธีการอื่น

ทดแทนด้วยการพาเขาไปกินข้าวอร่อยๆ บางทีเราก็มีเซ็กซ์กันจริงๆ โดยที่เราไม่ต้องทำงานบ้าง มันก็แยกกัน มันเลยบอกว่าธุรกิจคือก็ต้องทำตามที่ลูกค้าต้องการ ถ้าเป็นในเรื่องของความสัมพันธ์ มันก็ต้องรักษาเอาไว้ แล้วก็ต้องแบ่งกันดีๆ บางทีเซ็กซ์ที่เรามีกันดีกว่าที่อยู่ในคลิปเยอะมาก เพราะผมไม่ได้ถือกล้อง ผมโฟกัสแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า


ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร สำหรับทั้งคู่การปกป้องกันและกันเป็นเรื่องสำคัญ

 

เพราะรักคือการร่วมทั้งสุขและทุกข์

นอกเหนือไปจากเรื่องของความรักและความขัดแย้ง การใช้ชีวิตคู่ของพวกเขายังรวมถึงเรื่องของการเป็นแรงสนับสนุนของกันและกัน คอยประคับประคองในวันที่อารมณ์อ่อนไหว อาร์มแอบกระซิบบอกกับเราว่าการเปลี่ยนทัศนคติทางเพศหรือว่าเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องของฝั่งกี้เป็นเรื่องที่ท้าทายพอสมควร

เพราะต่อให้ทั้งอาร์มและกี้เปิดกว้างในเรื่องทางเพศแค่ไหน แต่การเปิดเผยให้สาธารณชนเห็นก็ยังทำให้เกิดความกลัวอยู่บ้าง อย่างตอนแรกที่กี้ตัดสินใจลง sex content ใน OnlyFans เธอเองก็ยังคิดว่าไม่อยากเปิดเผยหน้าของตัวเองในวิดีโอเหล่านั้น

ตอนแรกเริ่มจากการทำคลิปแบบไม่เปิดหน้า เพราะว่ากลัวคนรอบข้างรู้ กลัวทุกสิ่งทุกอย่างรู้ แต่อาร์มก็บอกว่า เนี่ยมันเจนเนอเรชันไหนแล้ว มันเป็นยุคที่คนเราต้องเดินต่อให้คนรุ่นใหม่ได้เดินต่อ ประมาณนี้ แล้วเราอยู่กับเขาเยอะ เราจะซึมซับความคิดเขามา แล้วก็เริ่มเปลี่ยนตัวเองไปด้วย กี้เล่าความในใจ

อย่างไรก็ตาม แม้ในท้ายที่สุดกี้จะก้าวข้ามความกลัวในเรื่องของการรับรู้จากคนรอบข้างมาได้ แต่เรื่องติดค้างที่กี้เคยกลัวก็ขยับเข้ามาทักทายจนได้

เธอเองก็เคยเสียน้ำตาในวันที่มีคนรู้จักบังเอิญมาพบกับคลิปเซ็กซ์ของเธอกับอาร์ม ซ้ำแล้วยังมีการใช้คำพูดในเชิงเสียดสีกับอาชีพที่เธอกำลังประกอบอยู่ จนอาร์มต้องออกโรงปกป้องความรักของตนเอง

คนที่เข้ามาด่ากี้ บางทีก็เป็นคนที่เขารักด้วย บางทีก็เป็นคนที่เขานับถือ แต่ว่าผมไม่เคยนับถือคนพวกนั้นเลย แล้วผมก็ด่าด้วยซ้ำ ผมไม่แคร์ ผมแคร์แค่คนของผม

ด้วยความเชื่อของอาร์มที่ว่า คนเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำร้ายจิตใจของกี้เช่นนี้ หากคนเหล่านั้นเป็นคนที่หวังดี จริงใจ และอยากมอบมิตรภาพที่ดีให้กับกี้จริง พวกเขาจะเลือกพยายามเข้าใจในตัวตนและทัศนคติของกี้ต่อเรื่องทางเพศ รวมถึงสนับสนุนให้กี้ได้ทำในสิ่งที่เธอสนุกและมีความสุขกับมัน ไม่ใช่การเดินดุ่มเข้ามาดุด่าว่ากล่าว

นอกจากนี้อาร์มยังนิยามความรักและช่วงเวลาที่ร่วมสุขและแบ่งทุกข์กับกี้ด้วยกันมา ไม่ต่างจากกฎการโคจรของดวงดาว

ผมเป็นคนที่ชอบอวกาศมาก จะดูเกี่ยวกับอวกาศทุกคืน ถึงขั้นว่าดาว J172B อะไรอย่างนี้ ดูเยอะ ดูบ้าคลั่ง ถึงเราเลิกกันบ่อยมาก ทะเลาะกันบ่อย แต่ทำไมเรายังอยู่ด้วยกัน ผมบอกว่ากี้เป็นเหมือนดาวในระบบจักรวาลของผม ต่อให้มันจะโคจรออกไปไกลแล้ว แต่ยังไงมันก็จะกลับมาหากัน ต่อให้ผมจะปวดหัวกับเขาแค่ไหน เขาก็ยังคงเป็นดาวที่อยู่รอบๆ ตัวผม เขาไม่มีทางออกไปจากระบบจักรวาล กาแลกซีผมได้แน่นอน

เราเริ่มซึมซัมเรื่องราวทั้งในด้านความรักและเซ็กซ์ของคู่รัก sex creator ไปทีละน้อย หากสิ่งหนึ่งที่ต้องย้ำเตือนเอาไว้เสมอคือเรื่องของความรักไม่ใช่เรื่องคนคนต่างเพศเท่านั้น ความรักและเซ็กซ์ของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศเองก็ยังเป็นอีกหนึ่งมิติที่น้อยคนนักจะเข้าใจพวกเขาอย่างแท้จริง

การสำรวจจึงเริ่มลึกเข้าไปหากลุ่มผู้ผลิตผลงานที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยการพูดคุยกับคู่รักชายรักชายอย่างเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ @teddyzkris ที่เริ่มต้นเข้าสู่โลกของการผลิตผลงานทางเพศภายหลังจากวิกฤติเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของอาชีพท่ามกลางโรคระบาดเช่นกัน


คริสและซนในวันที่ทั้งคู่อยู่ที่บ้านพักย่านชานเมืองกรุงเทพฯ พร้อมสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ตัวป่วน

ในวันที่รายได้ไม่ดุลกับรายจ่าย

จริงๆ จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์เราค่อนข้างฮาร์ดคอร์กันอยู่แล้ว

คริส (31 ปี) เริ่มเล่าว่ารู้จักกับซน (26 ปี) คนรักที่คบหาดูใจกันมามากกว่า 2 ปีได้อย่างไร พวกเขาเจอกันครั้งแรกในงานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง เมื่อจบงานก็ได้เดินทางกลับบ้านพร้อมกัน หลังจากนั้นก็มีการสานต่อความสัมพันธ์ในลักษณะของความสัมพันธ์แบบเปิด (open relationship) คือพูดคุยแต่ไม่ได้ผูกมัด ยังพร้อมเปิดรับความสัมพันธ์ใหม่ๆ จนในวันหนึ่งที่ความรู้สึกสุกงอมจึงตัดสินใจคบกัน

ปัจจุบัน ทั้ง 2 คนอาศัยอยู่ร่วมกันในบ้านฝั่งครอบครัวของคริสแถบชานเมืองกรุงเทพฯ ซนเล่าให้ฟังอย่างติดตลกว่าเหตุผลที่ย้ายมาอยู่ในบ้านหลังนี้เพราะว่าโดนหลอกมาเลี้ยงสุนัขไซบีเรียนจอมพลัง

พูดตรงๆ โดนหลอกมา ด้วยความที่เป็นรักข้าวใหม่ปลามัน เราชอบเขาเราอยากอยู่ใกล้เขา อะไรอย่างนี้ แล้วที่ทำงานมีสาขาใหม่จะมาเปิดแถวนี้ เราก็เฮ้ย พี่คริสสาขานี้มันใกล้บ้านไหม เขาบอกใกล้ นั่งรถต่อเดียวถึง โอเค งั้นเดี๋ยวย้ายมาสาขานี้เพื่อให้ได้อยู่ใกล้กัน ปรากฏว่ามาถึงปั๊บ อู้ว รถเมล์ต่อที่หนึ่ง สอง สาม สรุปโดนหลอกมาเลี้ยงหมา

พวกเขาเริ่มต้นอาชีพ sex creator ที่ลงผลงานใน OnlyFans (https://onlyfans.com/darknesssday) มาราวปีกว่า โดยมีจุดเปลี่ยนคือระหว่างการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 คริสเล็งเห็นถึงความไม่มั่นคงในอาชีพและรายได้ของตัวเอง เขาเลยจำเป็นต้องเริ่มหาอาชีพเสริมอื่นเข้ามาเพื่อรองรับ เช่นลองอบขนมขาย แต่อย่างไรก็ตามรายได้ของตนเองนั้นก็ยังไม่เพียงพอกับรายจ่ายในแต่ละเดือนที่ยังคงในตัวเลขระดับเดิม สวนทางกับรายได้ที่ลดน้อยลง

บอกตรงๆ เลยว่าเพราะเงิน เพราะว่าตัวพนักงานบริษัทไม่ค่อยเสถียรแล้ว ช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่บริษัทเก่าก็ไม่ค่อยดี เราก็เหมือนกับต้องมีอาชีพเสริมขึ้นมา ก็เลยลองทำหลายๆ อย่าง เช่น อบขนมขาย แต่ว่ามันไม่พอที่จะดุลกับรายจ่ายที่เราจะต้องจ่ายทุกเดือน มันก็เลยกลายเป็นว่า มันมีวิธีนี้แหละที่เราสามารถทำได้ แล้วก็คุยกันมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว

ซนเล่าเสริมว่าในส่วนของฝั่งการงานอาชีพของเขานั้นไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 เท่ากับฝั่งคริส แต่ต่อให้ทางบริษัทยังสามารถให้การสนับสนุนได้สม่ำเสมอ ในฐานะของคนที่ใช้ชีวิตร่วมใต้ชายคาเดียวกัน เมื่อฝ่ายหนึ่งมีรายได้ที่ลดลง มันก็ย่อมที่จะส่งผลต่อรายได้รวมของทั้งคู่อยู่ดี ซนที่เปิดกว้างในเรื่องทางเพศอยู่แล้ว และการประกอบอาชีพนี้ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนจึงพร้อมเดินจับมือกับคริสเข้าสู่เส้นทางของ sex creator โดยไม่ลังเล


เปลือยกาย เปิดตัวตน

ก่อนที่จะเข้าสู่คำถามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องชีวิตในฐานะนักผลิต sex content เราถามเกริ่นเกี่ยวกับหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์และทัศนคติทางเพศ ด้วยช่วงอายุของทั้งคู่ที่เรียกได้ว่าเติบโตมาในยุคที่การ ‘เปิดตัว’ ยังเป็นเรื่องที่ยากลำบาก และไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมเท่าไหร่นัก พวกเขาผ่านเรื่องอะไรมาบ้างกว่าที่จะได้ใช้ชีวิตเช่นปัจจุบัน

คริสเล่าความหลังของตนเองก่อนว่าเริ่มรู้ในช่วงมัธยมปีที่ 3 ที่เรียกได้ว่าสังคมยังไม่ยอมรับกับความหลากหลายทางเพศ พอทางบ้านรู้ก็พยายามที่จะเปลี่ยนให้เขาเปลี่ยนไปคบกับผู้หญิง แต่คริสก็ทำไม่ได้

ก็โดนไล่ออกจากบ้าน ด้วยความที่ให้ออกเราก็ออก ขนของออกไปอยู่บ้านเพื่อน ไม่คุยกับพ่อเป็นปี

หลังตัดสินใจออกจากบ้าน คริสก็เริ่มทำงานเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนในชั้นมัธยมปีที่ 4 พิสูจน์ตัวเองด้วยการไม่พึ่งพาความช่วยเหลือจากทางบ้าน กว่าทางครอบครัวจะเริ่มรับในอัตลักษณ์ทางเพศของคริส และเริ่มกลับมาคุยกันก็ใช้เวลาเป็นปี

ส่วนเรื่องราวการก้าวผ่านสังคมที่ยังปิดกั้นในเรื่องเพศของซน อาจบอกได้ว่ามีความราบรื่นมากกว่าคริสหลายเท่า เขาเปิดเผยตัวตนให้ทางบ้านรับรู้ในช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 ผ่านแผนการที่คิดมาอย่างจริงจังและแยบยลว่าจะพาคุณแม่ไปชมภาพยนตร์เรื่อง ‘สตรีเหล็ก’ แล้วจะตะล่อมถามว่าถ้าซนมีอัตลักษณ์ทางเพศเช่นเดียวกับตัวละคร เธอจะว่าอย่างไร

อ้าว ก็เป็นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

นั่นคือคำตอบของคุณแม่ ที่ทำเอาแผนการที่วางเอาไว้อย่างดีของซนล้มไม่เป็นท่า

เมื่อได้ทำความรู้จักกับตัวตนของพวกเขาได้พอสมควรแล้ว คำถามถัดมาคือการที่พวกเขามาเปิดเนื้อหนังมังสาทุกสัดส่วนลงในแพลตฟอร์มออนไลน์ มีความรู้สึกเช่นไรบ้าง

จริงๆ แล้วอะ พื้นฐานเบื้องต้นเคยมีรูปหลุดอยู่แล้วในทวิตเตอร์ คือเราส่งรูปไปให้เอเจนซีดู แล้วเขาบอกว่าถ่ายแบบนี้ให้หน่อยสิ พี่จะพาไปถ่ายโฆษณานู่นนี่นั่น อะไรอย่างนี้ เราก็ได้โฆษณาตัวนั้นนะ แต่รูปก็อยู่บนออนไลน์มาตลอด

คริสเริ่มเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับ ‘รูปหลุด’ ที่น่าตกใจให้เราฟัง โดยเขาเล่าขยายว่าด้วยความที่ตอนนั้นยังอยู่ในชั้นมัธยมปลายจึงไม่ได้มีความคิดระแวดระวังและยอมถ่ายรูปให้ตามที่เอเจนซีขอ จนมาได้รับรู้ว่ารูปของเขาแพร่กระจายอยู่บนช่องทางออนไลน์โดยไม่มีวันลบทำลายทั้งหมดได้ตลอดกาล และจากเหตุการณ์นั้นก็ส่งผลให้คริสแพนิกกับการโชว์อวัยวะไปช่วงหนึ่ง รวมถึงความกลัวและกังวลที่เกาะกินตลอดเวลาว่ารูปหลุดเหล่านั้นอาจโผล่กลับมาหลอกหลอนเขาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่หลังจากนั้นแล้วคริสก็เลือกที่จะยอมรับ และปล่อยให้ชีวิตดำเนินต่อไป

คริสยังให้ข้อสังเกตว่าความเป็น ‘เพศสภาพชาย’ ทำให้ผลตอบรับของรูปหลุดนั้นเป็นไปในเชิงบวกมากกว่า

“ถ้าระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ผู้ชายจะโดนน้อยกว่า มันไม่ได้เป็นแบบ เอ๊ย เป็นกะหรี่หรือเปล่า แต่เหมือนกับอันนี้มันค่อนข้างที่ไปในเชิงบวก ในแง่ของด้านมืด ในแง่ของ อุ๊ย หล่ออะ ใหญ่ด้วย อะไรอย่างนี้ มันก็เลยกลายเป็นว่ามันไม่มีภาพลบขนาดนั้น มันแค่หลุดออกไป

**ด้วยปัจจัยเรื่องรูปหลุด และคริสเองภายหลังจากที่เลือกเดินหน้าใช้ชีวิตต่อก็มีการลงรูปถ่ายในเชิงเปิดให้เห็นเนื้อตัวร่างกาย เช่น ใส่กางเกงว่ายน้ำอยู่เรื่อยๆ สำหรับคริสแล้วการโชว์เรือนร่างของตัวเองบนแพลตฟอร์มออนไลน์จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่

แล้วพวกเขามีประสบการณ์ในเรื่องของ sex video หรือไม่ เคยถ่ายเก็บเอาไว้ก่อนหน้าหรือเปล่า เพราะอะไรจึงถ่ายไว้

ซนให้ข้อมูลตามจริง

คือก่อนหน้านี้คือเราก็มีการถ่ายอยู่แล้ว แต่แค่ว่าเราไม่ได้เอาไปลงสื่อ เก็บไว้ดูเอง เราไม่เคยหลุดด้วย ..ส่วนตัวชอบ คือเราเห็นในคลิป อันนี้ความคิดส่วนตัวนะ พอเราเห็นว่ามันเป็นอย่างนี้ เราก็อยากเห็นตัวเองเป็นแบบนั้นอีกที

ด้วยความคุ้นชินกับการเผยเรือนร่างลงบนโลกออนไลน์ของคริส และความชอบในเรื่องเพศของซน เมื่อประกอบเข้ากันแล้วเป็นส่วนผสมที่ลงตัว จึงนำไปสู่การเริ่มต้นอาชีพเสริมอย่าง sex creator โดยไม่มีเรื่องผิดใจกัน**


เปลี่ยนพาร์ตเนอร์เพื่อเพิ่มกลุ่มผู้ชม

อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งคริสและซนจะมีมีทัศนคติในเรื่องความรักและเพศสัมพันธ์ที่ใกล้เคียงกัน พวกเขาก็เสริมว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ที่ทุกอย่างจะราบรื่นไปเสียทั้งหมด

โดยกรณีของพวกเขาที่อยู่ในตลาดของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ นำเสนอ sex content ในลักษณะที่ตัวแสดงนำเป็นผู้ชายทั้งหมด หรือเซ็กซ์ระหว่างกลุ่มชายรักชาย ด้วยจุดประสงค์ในการขยายตลาดของผู้ชมหรือแฟนคลับ การร่วมมือกัน หรือที่เรียกติดปากว่าการ ‘คอลแลบ(collaboration)’ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนพาร์ตเนอร์หรือผู้แสดงในคลิปใน sex clip หรือ sex content เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไป

ยกตัวอย่างเช่นในกรณีของคริสและซน ผลงานที่เผยแพร่จะไม่ใช่เซ็กซ์ระหว่างพวกเขาสองคนทั้งหมด สมมติว่าใน 1 เดือนพวกเขาจะลง sex content ทั้งหมด 4 คลิป คริสกับซนอาจแสดงร่วมกันเพียงคลิปวิดีโอเดียว ส่วนที่เหลืออีก 3 คลิปจะไปร่วมแสดงหรือคอลแลปกับกับ sex creator รายอื่น คริสอาจไปแสดงกับ sex creator นามสมมุติเอ ในขณะที่ซนไปร่วมกับ sex creator นามสมมุติบี เพื่อเปิดช่องทางให้แฟนคลับหรือผู้ติดตามของ sex creator แต่ละคนมีโอกาสทำความรู้จักนักแสดงรายอื่น ถ้าถูกใจก็จะไปติดตามเพิ่มเติม เป็นการเพิ่มช่องทางการหารายได้

และเป็นเรื่องปกติของแสดงที่มีการเปลี่ยนสลับพาร์ตเนอร์ ในฐานะคนรักย่อมตามมาด้วยความหึงหวงหรือไม่พอใจ

**หึง เอาจริง ความเป็นแฟนกันอะ ส่วนตัวคือก็เป็นคนที่ชอบมีเซ็กซ์ มุมหนึ่งคือทำไมเราไม่มีล่ะ อะไรอย่างนี้ ซนเปิดเผยกับเรา

ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีกรณีตัวอย่างที่ฉายผ่านทางสื่อสาธารณะ เพื่อท้าทายขนบเรื่อง ‘รักเดียวใจเดียว และมีเซ็กซ์กับคนเดียว’ อย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อย้อนกลับไปกล่าวถึงคติเรื่อง ‘ผัวเดียวเมียเดียว’ ที่ยังคงติดแน่นอยู่ในสังคมไทย เมื่อเป็นคู่รักหรือคู่สามีภรรยากันแล้วก็ต้องมีเพศสัมพันธ์เฉพาะกับคู่ผัวตัวเมีย แล้วการคอลเลบเช่นนี้ ส่งผลดีหรือผลเสียอย่างไรกับความรักของทั้ง 2 คน

ในเรื่องนี้ทั้งคริสและซนเองก็ยังคงให้ความเห็นในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันคือเรื่องของเพศสัมพันธ์นั้นไม่ใช่เรื่องเดียวกับเรื่องของความรักเสมอไป โดยซนได้เผยมุมมองว่า ด้วยสภาพของสังคมของกลุ่มชายรักชายที่เขามีปฏิสัมพันธ์ด้วย เรื่องของเซ็กซ์ไม่ได้อยู่ในลักษณะความสัมพันธ์แบบ 1 ต่อ 1 หรือพูดอีกนัยคือไม่จำเป็นต้องมีเซ็กซ์กับคู่รักของตนเองคนเดียวเท่านั้น เซ็กซ์เป็นหนึ่งกิจกรรมที่คน 2 คนที่ไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนหรือคู่รักมาทำร่วมกัน ขอเพียงแค่เราทำด้วยกันแล้วเรามีความสุขกันทั้งสองฝ่าย ส่วนเรื่องความรักเป็นเรื่องที่แยกต่างหากออกไป

สิ่งสำคัญที่การที่ต่างคนต่างทำความเข้าใจและยอมรับในธรรมชาติของตัวเอง ว่าต้องการสิ่งใด

เพราะฉะนั้นการที่เราเปิดเผยไปเลยว่า เราจะมีทางเลือกอื่นเข้ามาด้วย มันทำให้ความรักของคนสองคนมันค่อนข้างที่จะมั่นคงกว่าการที่เราไปแอบ คริสทิ้งท้ายในหัวข้อนี้


กิจกรรมแสนเรียบง่ายในช่วงเย็น จบลงด้วยการเดินเล่นไปในหมู่บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่

รัก เซ็กซ์ งาน การรีวิว

ด้วยช่วงวัยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอสมควรส่งผลให้ทั้งคริสและซนนั้นสามารถแยกส่วนของความรัก ‘เซ็กซ์ที่แทนความรัก’ และ ‘เซ็กซ์ที่เป็นงาน’ ออกจากกันได้อย่างชัดเจน

พวกเขาอธิบายอย่างชัดเจนว่า sex video ของพวกเขาที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มต่างๆ นั้นเป็นส่วนที่แยกออกไปจากความรักโดยสิ้นเชิง เป็นการทำงานในอีกรูปแบบหนึ่งที่มีเพื่อนร่วมงานคือคู่รักของตนเอง

ซนเล่าบทบาทบนเตียงในโลกกลุ่มชายรักชายหรือเกย์ให้เราฟังเพื่อเป็นการขยายรายละเอียด อย่างเช่น ในกรณีบทบาทของคนคนหนึ่งก็อาจมีรสนิยมเรื่องเพศที่แยกได้หลายรูปแบบ บางคนอาจมีรสนิยมเป็นเพียงฝ่ายรุก (top) บางคนอาจจะเป็นเพียงฝ่ายรับ (bottom)  หรือบางคนสามารถเป็นได้ทั้งฝ่ายรุกและฝ่ายรับ (both)

อย่างในกรณีของคริสที่สามารถรับบทบาทได้ทั้งฝ่ายรุกและฝ่ายรับ บางทีก็ได้รับบทในส่วนของฝ่ายรับติดต่อกัน 3 ครั้งในการแสดง ซึ่งซนบอกก็บอกว่ามันก็เคยมีความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แต่เป็นความรู้สึกที่ไม่อยากอยู่ใกล้คริส อยากขอพักหรือว่าขอห่าง แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้ได้

**ส่วนคริสเองก็เข้าใจว่าในบางครั้งอารมณ์อ่อนไหวเหล่านี้ก็อาจเกิดขึ้นได้ เขาก็จะเป็นคนง้อ คอยถามว่าซนเป็นอย่างไรบ้าง หรือว่าอย่างถ้าผลิต sex video ร่วมกันแล้วรู้สึกไม่พอใจกับงาน ก็ต้องมาถอดบทเรียนหรือจับเข่าคุยกันไม่ต่างจากการทำงานในชีวิตประจำวัน

พอมีปัญหาปั๊บอยากให้รีวิวกันเลย แบบคลิปนี้ไปเที่ยวกับที่นครนายก ขับรถกลับล่ะ เธอคลิปนี้ไม่สนุกเนอะ เออ ไม่สนุกอะ แล้วก็เราก็ทำไมอะ ก็เธอขี้น้อยใจ ก็เออใช่ เราก็จะคุยกันเลยว่า ปัญหาที่ผ่านมาคืออะไร แล้วเราก็จะไม่ทำอีก

ด้วยวุฒิภาวะทำให้พวกเขามีความเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจโลกมากขึ้น เมื่อมองกลับไปแล้วซนเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ชีวิตทั้งหมดที่ผ่านมาทำให้การทำงานของพวกเขาสองคนในฐานะ sex creator ราบรื่น เมื่อมีปัญหาก็นำมาพูดคุยเพื่อแก้ไขเรื่องผิดใจกัน และการทำงานในส่วนนี้คงไม่สามารถดำเนินมาได้ถึงขั้นนี้หากพวกเขายังคงเป็นเด็กวัยแรกรุ่นที่มองว่ารักคือทุกอย่าง และเซ็กซ์ไม่สามารถแยกออกจากความรักได้

เหมือนกับเราใช้ความรักในพาร์ตของชีวิตประจำวัน ส่วนพาร์ตของเซ็กซ์มันขึ้นอยู่กับว่าเซ็กซ์ครั้งนี้มันไปทำเพื่ออะไร เรามองเป้าหมายปลายทางมากกว่า ว่าอ้อ นี่คือเซ็กซ์พักผ่อนนะ หรือว่าเซ็กซ์ครั้งนี้คือไปทำผลงาน ถ้าย้อนกลับไปว่าถ้าตอนนี้เราเป็นเด็กอายุ 15-16 ตอนนี้คิดไม่ได้แน่นอน เราทำอย่างนี้ไม่ได้ รักคือรัก เซ็กซ์คือรัก ทุกอย่างคือรัก ฉันหวงฉันหึงไม่ได้ ถ้ามีคนอื่นมาฉันต้องได้มากกว่า คริสระบุ**


เมฟและอีฟพูดคุยกันที่ริมแม่น้ำท้ายวัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

แตกต่างที่เติมเต็ม

เรื่องราวการเจริญเติบโตของโลกแห่งความรักของชายรักชายที่มีการขยับไปข้างหน้า นำมาสู่การตั้งคำถามว่าในเวลาที่ประเทศไทยกำลังเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ

แล้วความรักของผู้หญิงที่มีรสนิยมทางเพศชอบผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นเลสเบียนหรือทอมดี้ ระดับการยอมรับในสังคมต่อ ‘ตัวตน’ อยู่กลุ่มความรักนี้อยู่ในขั้นไหน พวกเขาและเธอคิดอย่างไรกับเซ็กซ์ระหว่างคนที่มีรสนิยมทางเพศชอบผู้หญิง

เราจึงเดินทางไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อขอสัมภาษณ์อีกหนึ่งคู่รักที่เปิด ‘แอคล็อก‘ บนทวิตเตอร์ โดยผู้ผลิตผลงานจะจำกัดการเข้าถึงของเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศเอาไว้ให้เพียงกลุ่มคนที่จ่ายเงินให้กับทางผู้ผลิตเท่านั้น

เรานัดพบกับคู่รักทอม-ดี้ อย่างเมฟ (29 ปี) เจ้าของทวิตเตอร์ @iammev7 และอีฟ (22 ปี) แห่งทวิตเตอร์ @letsplaywitheve ในพื้นที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร หนึ่งในวัดสำคัญของ จ.พระนครศรีอยุธยา อีฟให้ข้อมูลกับเราเอาไว้แล้วว่าโดยทั่วไปกิจกรรมที่ทั้ง 2 คนมักจะใช้ร่วมกันในวันหยุดคือการเข้าวัด สวดมนต์ ไหว้พระ และนี่เป็นวัดที่ทั้งคู่มักแวะเวียนมาเติมเต็มความอิ่มเอมให้กับจิตวิญญาณเสมอ

คู่รักมาในชุดเสื้อผ้าธีมเน้นสีดำแซมด้วยลายดอกไม้ สีผมเป็นประกายเหลือบเขียวในโทนที่คล้ายกัน เขาและเธอเล่าประวัติตัวเองให้ฟังคร่าวๆ ว่าเจอกันผ่านทางทวิตเตอร์ โดยการติดตาม hashtag ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้หญิงที่มีรสนิยมทางเพศรูปแบบเดียวกัน จนตอนนี้ก็คบกันมาได้ประมาณ 1 ปี

ปัจจุบันอีฟกำลังอยู่ระหว่างเตรียมตัวสอบในสนามสอบหนึ่งซึ่งเป็นใบเบิกทางสู่อาชีพในอนาคต ส่วนเมฟออกจากงานมาทำแอคล็อกเต็มตัว

จากข้อมูลที่ได้รับระหว่างการสัมภาษณ์คู่รัก 2 คู่ที่ผ่านมา ทำให้เราตั้งประเด็นหนึ่งว่าการที่เมฟและอีฟลงมาอยู่ในสนามของ sex content นั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องของการแพร่ระบาด COVID-19

อีฟเล่าเรื่องพื้นฐานของบ้านให้ฟังเล็กน้อยว่า ปกติแล้วคุณพ่อเป็นเสาหลักเดียวในเรื่องของการหารายได้ และช่วง COVID-19 ก็กระทบกับการทำงานเป็นอย่างมาก อีฟที่เรียนจบมาแล้วเลยลองหารายได้ทางอื่นเพื่อส่งเสริมตัวเอง ด้วยความที่ทั้งคู่เองก็คุ้นเคยกับการทำงานของแอพฯ ทวิตเตอร์อยู่แล้ว ประกอบกับความชอบส่วนตัวในเรื่องทางเพศ จึงก้าวข้ามมาสู่โลกของ sex creator โดยในช่วงที่ผ่านมา สามารถนำรายได้จากตรงนี้ในการส่งตัวเองเรียนและสอบจนจบ

ส่วนฝั่งเมฟเหตุผลหลักคือเรื่องของสังคมการทำงานที่มีความกดดันสูง ธรรมชาติของตัวงานที่ไม่มีวันหยุด ตี 1 ก็ยังต้องตื่นมารับโทรศัพท์ รวมถึงช่วง COVID-19 ที่จำเป็นต้องทำงานจากบ้าน (work from home) เมื่อลองมาเป็น sex creator ทำให้เมฟพบว่าตัวเองมีความสุขมากขึ้นและมีเวลาให้ตัวเองมากกว่าเดิม เขาจึงตัดสินใจลาออก

คือเมฟทำงานกับบริษัทของญี่ปุ่น ความกดดันสูงมาก แล้วตัวของเมฟอะ อยู่ในระดับซูเปอร์ไวเซอร์ คือความกดดันหนัก เรารับแรงตรงนั้นไม่ไหว บวกกับตอนนี้เราไม่ได้มีความเดือดร้อนอะไรเลย ไม่มีหนี้สินอะไร คืออยู่สบาย ก็เลยออกจากงานตรงนี้ ก็มาทำงานด้านนี้เต็มตัวเลย**


แหวนคู่ของเมฟและอีฟ เครื่องประดับประจำกายที่สวมใส่เป็นประจำ

ความรักที่ไม่ได้รับการยอมรับ

อีฟเล่าให้ฟังว่าเริ่มรู้เพศวิถี หรือรสนิยมทางเพศของตนเองภายหลังจากช่วงจบชั้นมัธยมปีที่ 6 แล้วมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเพื่อนร่วมงานที่เป็นทอม จึงได้คำตอบว่าเพราะอะไรในช่วงก่อนหน้าที่คบกับผู้ชายแล้วจึงรู้สึกว่ามีระยะห่างในความสัมพันธ์ แต่ความรู้สึกเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นเมื่อได้อยู่กับเพื่อนร่วมงานคนนั้น เธอเลยค้นพบรสนิยมทางเพศและนิยามอัตลักษณ์ทางเพศของตัวเองว่าคือดี้นับแต่นั้นมา

ด้วยความที่เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง เป็นคนที่เป็นตัวของตัวเองมาตลอดอยู่แล้ว ไม่ค่อยเอาความคิดหรือคำพูดของคนอื่นมาเป็นคิดเท่าไหร่ ก็คือพอหลังจากคบกับคนแรก พ่อแม่ก็รู้ค่ะ หลังจากนั้นก็ห้ามนะ แต่อีฟไม่ได้สนใจ คือนี่ชีวิตเรา คือในวันหนึ่งที่เขาไม่อยู่กันแล้ว อีฟก็ต้องเลือกอยู่กับคนที่อีฟสบายใจมากที่สุด จะให้ยังคับให้ไปแต่งงานหรือไปคบกับใครทีไม่พร้อมจะอยู่ด้วยก็ไม่ได้

ส่วนเมฟนั้นอธิบายว่าสำหรับตนแล้วส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากเรื่องการเลี้ยงในสไตล์เด็กผู้ชายของทางบ้าน รวมไปถึงกิจกรรมนอกห้องเรียนในฐานะนักกีฬาที่ห้อมล้อมไปด้วยผู้ชาย รวมถึงเริ่มมีความรู้สึกพิเศษกับผู้หญิงด้วยกัน หากในช่วงที่เมฟยังเด็กอยู่นั้นต้องยอมรับว่าอัตลักษณ์ทางเพศ ‘ทอม’ ยังไม่ใช่เรื่องที่คนรู้จักและเข้าใจเท่าไหร่นัก จนมาเข้าใจตัวตนของตัวเองในช่วงมัธยมปีที่ 3

แม้การเล่าความหลังให้เราฟังนั้นดูราบรื่น

หากระหว่างทั้งมันไม่ได้ง่ายเช่นนั้น

เมฟอ้างถึงการยอมรับในครอบครัว ว่าทางคุณแม่นั้นมีความเข้าใจในอัตลักษณ์ทางเพศของตนเอง แม้จะไม่สามารถเรียกได้ว่าเข้าใจทั้งหมดเพราะสุดท้ายแล้วมันก็ยังมาพร้อมกับวลีคลาสสิกอย่างเช่น ‘เป็นอะไรก็ได้ ขอให้ลูกเป็นคนดี’ หรือว่าในท้ายที่สุดแล้วชีวิตที่ผ่านมาของเมฟก็ยังตกอยู่ใต้ความห่วงของคุณแม่ และยังอยู่ใต้เงื่อนไขการพิสูจน์ตัวตนเสมอมา

เขายังมีความห่วง ห่วงเมฟทุกอย่าง ทั้งที่เมฟไม่มีอะไรที่น่าห่วงเลยนะคะ เขาห่วงว่าเป็นทอมใครจะดูแล อะไรอย่างนี้ คือเขาไม่ได้พูดว่าเขาไม่ยอมรับ เขาไม่ได้แสดงออกโดยตรง แต่มันจะมาในรูปแบบว่าเขาห่วง เราแค่ต้องพิสูจน์ตัวเอง คำว่าเขาห่วงคือการที่ใจลึกๆ ยังไม่ค่อยน่าไว้ใจกับการที่ลูกจะคบกับผู้หญิง

**หรือถ้าบอกว่าตอนนี้สังคมไทยเปิดกว้างมากขึ้นแล้ว ความรักของเพศเดียวกันกำลังจะกลายเป็น ‘เรื่องปกติ’ เห็นได้จากการผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดของซีรีส์ชายรักชาย เมฟก็ตั้งข้อสังเกตว่าถึงภาพที่ฉายออกมาภายนอกจะเป็นเช่นนั้น ดูเหมือนว่าสังคมจะเปิดกว้างและยอมรับในสิ่งที่ปัจเจกบุคคลเป็น แต่สุดท้ายแล้วมันก็ยังมาพร้อมกับรูปแบบที่ว่า ‘น่ารักนะ แต่ต้องไม่ใช่ลูกของฉัน’ อยู่ดี

ส่วนที่น่าน้อยใจที่สุด คงไม่พ้นภาพจำของคู่หญิงรักหญิง รวมถึง ‘ความแคบ’ ของความเข้าใจ ที่ยกตัวอย่างบทละครที่ผู้หญิงคนหนึ่งผิดหวังจากความรักกับผู้ชาย ก็เลยเปลี่ยนใจมารักกับผู้หญิง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วความรักของหนึ่งคู่รักไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากความผิดหวังสักนิด

เหมือนกล่อมเกลาว่าที่คบกับผู้หญิงเพราะผิดหวังจากผู้ชายเหรอ หรือคบกับผู้หญิงอยู่ ถ้าเจอกับผู้ชายดีๆ ก็เลือกแต่งงานกับผู้ชาย ซึ่งจริงๆ ความรักของผู้หญิงมันไม่จำเป็นต้องไปผิดหวังจากผู้ชาย อย่างอีฟเคยคบกับผู้ชายมา อีฟก็ไม่ได้ผิดหวังกับผู้ชาย สิ่งเหล่านี้ยังไม่ถูกถ่ายทอดออกไปให้ทุกคนได้เห็นเลย กลับกันกับกลุ่มชายรักชาย เขาได้เห็นความรักกุ๊กกิ๊ก นู่นนี่นั่น ตรงนี้ถึงบอกว่าเป็นวงแคบเอง ไม่ได้กว้างขนาดนั้น

อีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนเกี่ยวกับว่าเรื่องความรักระหว่างผู้หญิงสองคนยังได้รับการยอมรับในวงแคบ คือการที่ทั้งเมฟและอีฟเลือกที่จะปกปิดใบหน้าในผลงานทั้งหมด และไม่เคยแพร่งพรายให้ใครอื่นทราบว่าทำงานด้านนี้ เนื่องด้วยเขาและเธอทราบดีว่า ‘การตอบรับ’ มันรุนแรงเพียงใด


ไม่ใช่เพียงแต่แหวนคู่ ทั้งสองคนยังมีพระที่บูชาคู่กันและห้อยคอติดตัวตลอดเวลา

ทอมก็ขี้อายได้

เมฟเล่าลักษณะนิสัยของตัวเองให้เราฟังว่าถึงจะนิยามอัตลักษณ์ตัวเองคือทอม แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีเพียงมุมมาดแมนเพียงอย่างเดียว เมฟเองมีมุมขี้อายอยู่ไม่น้อย ด้วยวัยที่อยู่ใต้ยุคเจเนอเรชันวาย (Generation Y หรือบุคคลที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2523-2537) เขามองว่าสังคมรอบข้างและผู้ใหญ่หลอมและสอนให้เรื่องทางเพศเป็นเรื่องน่าอาย เรื่องที่ต้องปกปิด และสิ่งนั้นเองก็ส่งผลต่อมายังชุดความคิดของเขา

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งกาย ที่หวงเนื้อหวงตัวมาก ไม่กล้าเผยเรือนร่าง หรือหากโชว์แค่ช่วงไหล่ก็เริ่มรู้สึกเขินแล้ว รวมถึงถ้ากลุ่มเพื่อนออกปากล้อหรือแซวในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อทางเพศ เมฟก็จะเริ่มรู้สึกไปไม่เป็น

และอีฟคือคนที่เข้ามาเปลี่ยนความคิดเหล่านั้นจนสิ้น

เคยไปแคมป์หรือรีสอร์ตกับเพื่อน แล้วเหมือนอาจจะทำกิจกรรมแล้วเสียงดังไปหน่อย อะไรอย่างนี้ ทุกคนคือล้อกันหมด เมฟอยู่ในกลุ่มสิ่งแวดล้อมอย่างนั้น มันทำให้รู้สึกเขินอาย หรืออย่างเวลาเจอกลุ่มเพื่อนอย่างนี้ เพื่อนชอบล้อแนวเรื่องแบบนี้ ได้อีฟนี่ล่ะ ทำให้มันเป็นเรื่องปกติไปเลยสิ ก็พูดไปเลย พูดความจริงไปเลย ก็เลยกล้าขึ้นด้วย

อีฟยกตัวอย่างเสริม

“ก็คือเพื่อนพี่เมฟชอบล้อเรื่องการใช้ดิลโด้ (สิ่งเทียมอวัยวะเพศชาย) โอ๊ย..ใช้แล้วระวังโควิดนะ ใช้กับคนเดิมอะไรอย่างนี้ ก็แบบว่าแล้วทำไมอะ เออ เพื่อนก็เงียบ คือจะไม่ล้างกันหรือไง

เมพยกเครดิตในเรื่องแรงสนับสนุนหลักเพื่อก้าวข้ามกำแพงคำสอนแห่งศีลธรรมอันดีของคนรุ่นเก่าให้กับอีฟทั้งหมด เขายังคงย้ำตลอดการสัมภาษณ์ว่า อีฟคอยปรับเปลี่ยนมุมมอง และคอยย้ำว่าเรื่องทางเพศและเซ็กซ์เป็นเรื่องธรรมชาติของชีวิต

เรื่องอายคือเรามีความไม่มั่นใจในเรื่องร่างตัวเองด้วย มันแค่เขินแค่อายตรงนี้มากกว่า แต่ถ้าเกิดเรื่องเพศ เมฟว่ามันปกติมาก เมฟไม่ได้มองว่ามันเป็นเรื่องที่ควรปิด รู้สึกว่าควรจะเปิดด้วยซ้ำ คือทำให้มันเป็นเรื่องปกติได้แล้ว สามารถที่เราพูดกับใครๆ ก็ได้ว่า อ๋อ เมื่อคืนฉันเพิ่งไปมีอะไรมา อะไรอย่างนี้ คือมันไม่ใช่เรื่องน่าอายอะ

เพราะเซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องของการมีความสุขฝ่ายเดียว

เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าความไม่รู้คือส่วนหนึ่งที่ทำให้เรากังวลหรือกลัวกับการเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง แล้วสำหรับคู่ของเมฟกับอีฟ เขาและเธอมีความคิดอย่างไรในตอนนั้น มีเรื่องที่กังวลใจหรือไม่เมื่อเลือกที่จะเดินบนเส้นทาง sex creator โดยเฉพาะครีเอเตอร์ที่จัดอยู่ในประเภทที่ ‘หายาก’ อย่างกลุ่มประเภทหญิงรักหญิง

ปกติเมฟตามใจเขาทุกเรื่องอยู่แล้ว ตอนแรกแอบรู้สึก ..จะได้เหรอ เป็นคนที่ไม่มั่นในเรือนร่างตัวเองเลย ไม่ได้กังวลเรื่องที่ว่าคนอื่นจะเห็น แต่กังวลเรื่องจะได้เงินเหรอ เพราะว่าเราไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของคนทั่วไป ที่เป็น straight ชายจริงหญิงแท้ แล้วอีกอย่างคือ เมฟรู้สึกว่า ฉันไม่มีอะไรจะขายได้เลยนะ แล้วมันจะได้อะไรเหรอ

ในส่วนของรายได้ในแต่ละเดือนที่ตอนแรกเมฟเป็นกังวล ว่าพอได้ลงมือทำจริงแล้วผลตอบรับจะเป็นเช่นไรบ้าง

เมฟและอีฟอธิบายว่าการคำนวณเป็นตัวเลขนั้นเป็นไปได้ยาก เพราะในแต่ละช่วงเองก็มีความผันผวนของคนที่จ่ายค่าเข้าชม บางช่วงก็น้อย บางช่วงก็เยอะ แต่ที่แจ้งได้คือรายได้ตรงนี้ทำให้ทั้งคู่สามารถใช้ชีวิตกินอยู่ได้โดยไม่ขัดสนในแต่ละเดือน รวมถึงอีฟยังนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายสำหรับเตรียมตัวสอบได้อีกด้วย

ดูเหมือนว่าความกังวลในช่วงแรกของเมฟเรื่องกลุ่มเป้าหมายของผู้ชมจะไม่เกิดขึ้นอย่างที่คิดเอาไว้ เราขอให้เขาและเธอช่วยวิเคราะห์ว่าในช่วงเวลาที่มีปริมาณ sex creator จำนวนไม่น้อยช่วงชิงผู้ชมกันอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เป็นจุดเด่นในงานแล้วทำให้ผู้ชมติดตามคืออะไร แล้วใครคือกลุ่มคนที่ติดตามผลงานจากพวกเธอ

คู่รักทอมดี้อย่างเราคือเห็นหมดเลย ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ หลากหลาย เพราะว่าคอนเทนต์ของเมฟอะ ไม่ใช่แค่เป็นวันเวย์ (one way) ที่ทำคนเดียว แต่เราสองผลัดกันรุกผลัดกันรับ คือกลุ่มเลสเบียนก็ชอบ แล้วอีกกลุ่มก็คือกลุ่มผู้ชายที่ชอบทอม แล้วมีเยอะ

**ในส่วนของกลุ่มผู้ติดตามเมฟและอีฟช่วยกันอธิบายว่ากลุ่มผู้ชมของพวกเธอเรียกได้ว่ามีความหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทอม-ดี้ กลุ่มเลสเบียน กลุ่มผู้ชายที่ชอบ sex content ระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง กลุ่มเกย์ที่ชอบทอม หรือกลุ่มกะเทยที่ชอบทอม เป็นต้น ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงการเปิดกว้างเรื่องความหลากหลายในรสนิยมทางเพศของคนในยุคสมัยนี้ได้เช่นกัน

อีฟเสริมใน 2 ประเด็นเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

เรื่องแรกคือ เราควรเข้าใจรสนิยมบนเตียงของตัวเอง อย่างที่อีฟรู้ตัวว่าตัวเองไม่ชอบเป็นฝ่ายรับอย่างเดียว แต่อีฟมีความต้องการที่จะคบกับผู้หญิงที่สามารถสลับเปลี่ยนตำแหน่งได้ เพราะเธอมองความรักคือการให้และการรับ เธอจึงเลือกคบกับคนที่มีรสนิยมบนเตียงที่เข้ากันได้

อย่างที่สองคือ แต่การสลับการรุกการรับในชีวิตเซ็กซ์ของคู่หญิงรักหญิง ทุกคนไม่ได้มีความจำเป็นต้องพอใจในบทบาททางเพศที่สลับกันได้อย่างที่เธอกับเมฟ อย่างทอมบางคนก็คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชายอยู่แล้วแค่เกิดมาผิดร่าง เขาไม่สามารถยอมรับในการสลับบทบาทเป็นผู้ถูกกระทำได้ สิ่งที่สำคัญคือการที่เราต้องคุยให้เข้าใจกันถึงบทบาทบนเตียงอย่างชัดเจน

เราพยายามทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา เซ็กซ์คือการที่เรามีอะไรกันแล้วมีความสุขกันทั้งคู่ ถ้าใครคนใดคนหนึ่งเป็นฝ่ายทำอย่างเดียว แล้วมันจะมีความสุขกันทั้ง 2 คนได้ยังไง การที่จะทำให้มันเป็นเรื่องปกติ คือต้องไม่ล้อกัน**


ความรักคือการจับมือกันเดินไปพร้อมกัน

ด้วยวัยที่ห่างกันมากกว่า 7 ปี อย่างที่เมฟเทียบให้เห็นภาพชัดเจนว่าในสมัยที่เมฟเข้าปีหนึ่ง อีฟเพิ่งเข้ามัธยมชั้นปีที่ 1 เท่านั้น ข้อดี-ข้อเสียของการที่มีช่วงวัยต่างกันมีเรื่องไหนบ้างที่น่าสนใจ

เมฟนิ่งไปสักพักเพื่อนึกคำตอบ ชัดๆ คือประสบการณ์ที่แลกกันได้ คืออย่างตอนเมฟประถมปีที่ 1 อีฟเพิ่งเกิด คือสมัยนั้นที่เมฟยังมีแบบว่า ตู้โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ตยังดังติ๊ดๆๆๆ แต่อีฟยังไม่รู้เรื่องเลยว่าคืออะไร คือมันสามารถที่จะแลกเปลี่ยนกันได้ เวลาเราคุยกันอะไรอย่างนี้ก็สนุกดี

โดยเมฟขยายความว่า ข้อดีหรือความสุขที่การที่ได้ทำความเข้าใจประสบการณ์และกระแสสังคมในแต่ละยุค สามารถเอาเรื่องราวที่ตนเองประสบมาแลกเปลี่ยนและเทียบกันว่ามันแตกต่างกันแค่ไหน มีอะไรที่พัฒนาเพิ่มเติมบ้าง รวมถึงการรู้จักสังคมเพื่อนฝูงของแต่ละฝ่ายที่มีมุมมองและการแสดงออกแตกต่างกันออกไป อย่างเพื่อนของอีฟก็จะกล้าคิด กล้าพูด มีการศึกษาข้อมูลเชิงลึกในสิ่งที่ตนเองสนใจ

หรือนอกจากเรื่องของประสบการณ์ทั่วไปในชีวิตประจำวันที่ประสบพบเจอแตกต่างกันแล้ว มุมมองในเรื่องความรักและความสัมพันธ์ในแต่ละยุคสมัยเองก็แตกต่างเช่นกัน

สมัยที่เมฟยังเด็กๆ เมฟต้องทำตัวให้มันดูกะล่อน เจ้าชู้ ให้มันดูภูมิใจตรงนี้มากๆ แต่ตอนที่อีฟอายุเท่ากับเมฟตอนนั้น อีฟบอกว่าคนที่มั่นคง รักเดียวใจเดียวเท่กว่า

เราสงสัยว่าเมฟในฐานะของคนที่โตกว่า เคยเห็นโลกกว้างมาก่อนมากกว่า 7 ปี รู้สึกเฟล น้อยใจ หรือรู้สึกแย่กับการที่ในหลายๆ เรื่องอีฟเป็นผู้นำก่อนหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเปิดมุมมองทางเพศให้กว้างขึ้น หรือว่าจะเป็นเรื่องของการให้การสนับสนุนในเรื่องอื่นๆ

เมฟไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นเลย ด้วยความที่ว่าชอบผู้หญิงที่ค่อนข้างมั่นอกมั่นใจอย่างนี้ ดูโตกว่าเรา คือพอมาเจออีฟอะ แล้วอีฟเป็นอย่างนั้นให้ เมฟลืมเลยนะว่าอายุห่างกันเท่าไหร่ จนแบบบางทีนึกขึ้นได้ว่าเออ เราห่างกัน 7 ปีเลยเหรอ คือด้วยความที่ชอบแบบนี้ด้วย ซึ่งบอกก่อนเลยว่า เอ๊ย อาจเห็นว่าอีฟนำอย่างนู้นอย่างนี้ แต่บางเรื่องเมฟก็นำ คือเราบอกแล้วว่าเราไม่มีใครเดินนำหรือว่าเดินตาม เราจะเดินไปพร้อมกัน

เขาและเธอไล่ข้อดีและข้อเสียให้เราฟัง และสรุปว่าเรื่องของอายุนั้นไม่ได้มีความสำคัญเท่าเรื่องของทัศนคติที่เข้ากันได้ และพร้อมกับเดินประสานมือไปด้วยกัน

เซ็กซ์ไม่ใช่สิ่งแปดเปื้อน

เรายังคงเรียนรู้ ‘ความปกติ’ กับเรื่องราวความรักของพวกเธอในอีกหลายหัวข้อ ไม่ว่าจะเรื่องโอกาสที่เปิดกว้างมากขึ้นในการค้นหาตัวตน การให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของอัตลักษณ์และรสนิยมทางเพศ เช่นบางคนที่ตอนแรกเป็นทอมมาก่อน เพราะมองว่าความรักของหญิงที่มีให้ผู้หญิง คือฝ่ายหนึ่งจำเป็นต้องแสดงให้ไม่ต่างจากผู้ชาย จึงต้องเป็นทอม ก่อนที่จะเรียนรู้ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป

ความรักระหว่างผู้หญิง 2 คนอาจปรากฏในรูปแบบของเลสเบียน ที่ไม่มีใครจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นทอมก็ได้ หรือว่าจะเป็นเรื่องของการ ‘สมรสเท่าเทียม’ ที่เมฟเอ่ยจริงจังว่าอยากให้ความรักระหว่างเพศเดียวกันเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับทางกฎหมายอย่างเท่าเทียม

หากที่จะขาดไปไม่ได้คือเรื่องของความเชื่อด้านศาสนาที่ทั้งคู่เรียกได้ว่ามีความศรัทธาในศาสนาพุทธอย่างแรงกล้าว่า sex creator ที่คนชอบมองว่าเป็นโลกมืดสามารถกลมกลืนกับเรื่องศาสนาที่อยู่ในทางสว่างได้อย่างไร

“พระพุทธศาสนาไม่เคยสอนว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่บาป หรือเป็นสิ่งที่ผิด

**นั่นคือหนึ่งคำตอบสั้นและได้ใจความจากคู่รักตรงหน้า

เมฟกับอีฟย้ำว่า มีความตั้งใจจริงที่จะแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าใครก็สามารถเข้าทางสายธรรมะได้ ไม่ว่าคนๆ นั้นจะมีรสนิยมทางเพศอย่างไร ชอบคนต่างเพศ ชอบคนเพศเดียวกัน หรือว่าไม่มีความสนใจเรื่องนี้ จะชอบเซ็กซ์หรือว่าไม่ชอบเซ็กซ์ ไม่ว่าใครก็ตามสามารถเป็นพุทธศาสนิกชน และพุทธบริษัทได้

เซ็กซ์ไม่ใช่สิ่งแปดเปื้อน พูดเลยว่าพระพุทธไม่ได้สอนว่ามีเซ็กซ์ไม่ดี แล้วการที่ผู้หญิงคบกันมันก็ไม่ได้ประเทศชาติเสื่อมเสีย ก็อยากให้ทุกเรื่องมันคือปกติ แต่คุณแค่ไม่เคยเจออะไรอย่างนี้ คุณก็เลยมองว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่ผิด ทั้งที่มันเรื่องปกติที่มนุษย์คนหนึ่งก็มีได้


จากเรื่องราวความสัมพันธ์ของ 3 คู่รักผู้ประกอบอาชีพ sex creator บางคนอาจคิดว่ามันช่างจืดชืด บางคนอาจคิดว่ามันก็เป็นเรื่องปกติของคู่รักทั่วไปที่ไม่น่าระทึกใจ บางคนอาจผิดหวังว่าเรื่องราวของพวกเขาดูไม่มีอะไรที่แตกต่างจากความรักของคนรอบตัว

ใช่

เพราะสิ่งนี้คือความรักปกติของมนุษย์

ความรักปกติที่มีช่วงสุขและทุกข์ ช่วงหวานชื่นและเหินห่าง ช่วงที่เข้าใจและผิดใจกัน หากสุดท้ายแล้วพวกเขาและเธอก็ยังคงจับมือกันก้าวผ่านช่วงเวลาที่ดีและร้ายเหล่านั้นไปด้วยกันเสมอ

อีกหนึ่งสิ่งที่เราได้รับจากพวกเขาและเธอคือตอกหมุดย้ำถึงความจริงที่ทุกคนควรทำความเข้าใจและเปิดใจว่าเซ็กซ์คือเรื่องธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเซ็กซ์กับคู่รักหรือคนอื่นที่ไม่ได้มีสถานะร่วมกันก็ตาม หรือจะเป็นเซ็กซ์ใต้รสนิยมทางเพศรูปแบบใด

การถ่าย sex video เอาไว้ใต้ความยินยอมของทั้งสองฝ่ายไม่ใช่เรื่องประหลาด และ sex creator คืออาชีพปกติทั่วไป

อาชีพนี้ไม่ได้ลดทอนความรักที่พวกเขามีต่อกัน การเปิดเผยเรื่องเซ็กซ์ใต้การใช้วิจารณญาณสามารถทำได้ รสนิยมทางเพศไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าเพศใดสูงกว่าเพศอื่น

หากคนในสังคมจำนวนมากกลับตั้งตัวเป็นศาลพิพากษาที่คอยตีตราและด้อยค่าความรักเหล่านั้น ทุกคนต่างยึดมั่นในความเชื่อทั้งที่ไม่เคยมีใครเดินเข้ามาถามและทำความเข้าใจ ‘ตัวตน’ ของพวกเขาและเธอเลย

สิ่งที่พวกกำลังดำเนินอยู่คือเพียงแค่การแสดงออกซึ่งความรัก ความปรารถนาดีต่อกัน คอยปกป้องกันในเวลาที่ยากลำบาก และเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุข

ในเมื่อเรารักกัน และเรารักเซ็กซ์ของเรา ไฉนจึงต้องปิดไว้
Content by Jamas Kositvichaya
Photo by Varuth​ Pongsapipatt
Proofread by Pongpiphat Banchanont

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...