ครั้งแรกในไทย! บลจ.อเบอร์ดีน ออกกองทุนลุยหุ้นเล็กทั่วโลก
บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสเม้นท์ (ประเทศไทย) จํากัด แถลงแผนงาน และทิศทางการดำเนินธุรกิจในไทย เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงกระแสของการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทั่วโลก ดังนั้น อเบอร์ดีน จึงมองหาโอกาสการลงทุนในหุ้นเล็กที่มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อเทคโนโลยีที่มีผลกับการใช้ชีวิตของมนุษย์ในอนาคต
Robert Penaloza ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย) จํากัดได้กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินงานในไทยนั้น อเบอร์ดีน มีแผนจะนำแพลตฟอร์มระโลก (Global Platform) มาใช้สำหรับนักลงทุนชาวไทยโดยมีการปรับลักษณะการให้บริการเพื่อให้ตอบสนองได้ต่อความต้องการที่แตกต่างกันของนักลงทุนในระดับรายบุคคล ซึ่งในขั้นแรกมีแผนจะเปิดให้บริการแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟนเพื่อให้นักลงทุนสามารเข้าถึงการซื้อขายหน่วยลงทุนได้ง่ายที่สุด
นอกจากนั้น Robertยังเปิดเผยว่า ในปัจจุบัน อเบอร์ดีน มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร มีประสบการณ์ทางด้านการลงทุมามากกว่า 108 ปี หรือตั้งแต่ 1825และมีบริหารกองทุนโดยทีมผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ
รวมถึงการออกกองทุน Aberdeen Standard Global Small Cap-A ในไทย ซึ่งจะเปิดเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (ไอพีโอ) วันที่ 29 มีนาคม-2 เมษายน 2654มีขนาดกองทุนที่ 1,500 ล้านบาท โดยกองทุนนี้นับเป็น โอกาสสําหรับนักลงทุนไทยที่สนใจลงทุนในพอร์ตการลงทุนที่ผู้จัดการกองทุนได้คัดสรรหุ้นที่เชื่อมั่นว่าเป็นบริษัทที่มีศักยภาพ (high-conviction) โดยคัดเลือกหุ้นของบริษัทขนาดเล็กคุณภาพดีทั่วโลกภายใต้การบริหารการลงทุนอย่างเป็นมืออาชีพ
กองทุนนี้จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Standard Life Investments Global SICAV II - Global Smaller Companies (กองทุนหลัก) ที่จัดตั้งในลักเซมเบิร์กและบริหารจัดการโดยทีมงานที่ดูแลการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กทั่วโลกของอเบอร์ดีน ในสหราชอาณาจักร ในส่วนของการบริหารจัดการกองทุนนั น ผู้บริหารกองทุนเลือกใช้การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงพื้นฐานของบริษัทผนวกกับการนําเครื่องมือวิเคราะห์เชิงปริมาณที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของอเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสเม้นท์มาใช้ในการคัดสรรหุ้นที่น่าลงทุนที่สุด 40-50ตัว
โดยมุ่งเน้นไปที่บริษัทคุณภาพสูง มีเครือข่ายธุรกิจที่ยั่งยืนซึ่งสามารถทําให้เกิดการเติบโตของผลประกอบการอย่างสมํ่าเสมอและมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง (earnings momentum)ซึ่งหลายบริษัทเหล่านั้นเป็นบริษัทผู้นําและผู้ริเริ่มนวัตกรรมในตลาดเฉพาะกลุ่ม (niche market) ที่มักสร้ างผลตอบแทนระดับสูงในระยะยาวได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด
ดังนั้น ด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่มีความชัดเจนและเป็นระบบ จะช่วยให้ผู้ลงทุนในกองทุนนี้ได้รับการป้องกันความเสี่ยงในสภาวะตลาดขาลง (downside protection) ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าในระยะยาว โดยกองทุนหลักที่จะเข้าไปลงทุนนี้ได้เอาชนะตัวชี้วัดผลการดําเนินงาน (benchmark) ของกองทุนหลักโดยสามารถสร้างผลตอบแทนรายปีในปี 2563ได้สูงถึง34.9%แม้จะเป็นปีที่มีความผันผวนสูงอันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ
“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสนําเสนอกองทุนที่ได้รับรางวัลจากการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กทั่วโลกมาแล้วและเรามีความตั้งใจที่จะนําเสนอกองทุนชั้นนําในระดับโลกของเรา เพื่อมาตอบโจทย์การกระจายความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุนในประเทศไทย”
Robert เสริมว่า ในปัจจุบัน นักลงทุนไทยได้ตระหนักถึงความสําคัญด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มากขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นหัวใจสําคัญในกลยุทธ์การลงทุนของอเบอร์ดีน อีกทั้งความเข้าใจในความเสี่ยงและโอกาสของปัจจัยด้านธรรมาภิบาล รวมถึงการประยุกต์ใช้ดัชนีชี้วัดทางการเงินต่างๆ ทําให้อเบอร์ดีน สามารถตัดสินใจลงทุนในบริษัทขนาดเล็ก โดยอาศัยข้อมูลที่ครบถ้ วนเพื่อสร้ างผลตอบแทนเทียบกับความเสี่ยงที่ดีกว่าให้กับลูกค้าของเรา
Kirsty Desson ผู้บริหารกองทุน Standard Life Investments Global SICAV II - Global Smaller Companies(กองทุนหลัก) ได้ให้ความเห็นว่า ถึงแม้ว่าหุ้นขนาดเล็กจะมีสัดส่วนถึง 70%ของหุ้นทั่วโลก แต่หุ้นขนาดเล็กกลับได้รับความสนใจจากนักวิเคราะห์น้อยกว่าหุ้นขนาดใหญ่ ด้วยเหตุนี้ ทําให้บ่อยครั้งการประเมินมูลค่าของหุ้นกลุ่มนี้ ยังไม่สะท้อนถึงปัจจัยทางพื้นฐานที่แท้จริงของธุรกิจ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสทางการลงทุนชั้นเยี่ยมสําหรับอเบอร์ดีน ที่เน้นการวิเคราะห์พื้นฐานแบบเชิงรุกเพื่อค้นหาธุรกิจที่มีศักยภาพให้ได้ก่อนผู้อื่นในตลาด และหากมองในมุมของการประเมินมูลค่าแล้ว สภาพตลาดในปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นจุดเข้าลงทุนที่สามารถสร้างโอกาสที่เหมาะสมสําหรับนักลงทุนในหุ้นขนาดเล็ก
“เรามุ่งเน้นในความสําคัญของการคัดสรรบริษัทที่มีความยั่งยืนและมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวมากกว่าการลงทุนในระยะสั้น”
ทั้งนี้อเบอร์ดีน ยังเชื่อว่าเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างต่างๆ เช่น การปรับกระบวนการทํางานเข้าสู่ระบบดิจิตอล (digitization) ระบบอัตโนมัติในโรงงานและคลังสินค้า (automation) รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานและเทคโนโลยีที่สะอาดขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรมนั้นจะเข้ามาเปลี่ยนกระบวนการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กและสร้ างโอกาสการลงทุนระยะยาวได้