โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จีนรวบ ‘เจ้าของโรงแรมกักโรค’ถล่ม ขณะเหยื่อติดใต้ซากเสียชีวิตแล้ว 7 คน

77kaoded

เผยแพร่ 08 มี.ค. 2563 เวลา 10.23 น. • 77 ข่าวเด็ด

ฝูโจว -จีน เผย เหยื่อโรงแรมกักโควิด-19 พังถลม ยังติดใต้ซาก 28 คน เสียชีวิตแล้ว 7 คน พร้อมรวบเจ้าของโรงแรม คาด 2 สาเหตุ

วันที่ 8 มีนาคม 2563 ซินหัวรายงาน ทางการท้องถิ่นมณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกของจีน รายงานสถานการณ์ล่าสุด เหตุการณ์โรงแรมซินเจีย ถล่มลงมาว่า ยังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง 28 คน จากผู้คนทั้งหมด 71 คน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถนำตัวผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารออกมาได้แล้ว 43 คน ในจำนวนนี้ไม่มีสัญญาณชีพตั้งแต่เข้าช่วยเหลือ 6 คน ขณะที่อีก 1 คน เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

ผลการสอบสวนเบื้องต้นระบุว่า ขณะเกิดเหตุ มีการตกแต่งภายในอาคาร ขณะที่เจ้าของอาคารถูกตำรวจควบคุมตัวแล้ว

โรงแรมซินเจีย ถูกใช้เป็นสถานที่กักโรคและสังเกตอาการ ผู้ที่มาจากมณฑลอื่น ระหว่างการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ตั้งอยู่ในเขตหลี่เฉิง เมืองเฉวียนโจว ของฝูเจี้ยน ถล่มลงมาเวลา 19.15 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ (7 มี.ค.) หรือ 20.15 น. ตามเวลาไทย

จางอี้ ผู้อำนวยการสำนักการเคหะและการพัฒนาเมือง-ชนบท ของเขตหลี่เฉิง เปิดเผยว่า อาคารที่เกิดเหตุมีพื้นที่ 7,000 ตารางเมตร ก่อสร้างเมื่อปี 2556 และถูกปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรมเมื่อปี 2561 มีจำนวนห้องพัก 66 ห้อง ขณะเกิดเหตุมีการปรับปรุงซูเปอร์มาร์เก็ต 2 แห่ง ที่ชั้นหนึ่งของอาคาร และมีรายงานเสาอาคารเกิดผิดรูป ไม่กี่นาทีก่อนอาคารพังถล่มลงมา

อย่างไรก็ตาม ต้องสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมว่า สาเหตุของการพังถล่มมาจากการตกแต่งภายในหรือปัญหาโครงสร้างอาคารผิดปกติ

ทางการส่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ตำรวจ และเจ้าหน้าที่การแพทย์ เข้าปฏิบัติงานกู้ภัยมากกว่า 1,000 คน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...