โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘ สนธิรัตน์ ‘ ฟื้นเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 ส.ค. 2562 เวลา 12.09 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2562 เวลา 12.09 น. • The Bangkok Insight

“สนธิรัตน์” ฟื้นเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา ย้ำจะทำให้ดีที่สุด ขอเวลาศึกษารายละเอียด

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า อีกงานสำคัญที่ตนเองตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด คือ การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา ซึ่งค้างคามา 30 ปี

โดยขณะนี้กำลังศึกษาและดูรายละเอียด ได้เห็นปัญหาและอุปสรรคต่างๆ แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่จะทำให้ดีที่สุด เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงไม่สามารถบอกอะไรได้มากนักในตอนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นภายหลังกัมพูชาประกาศอ้างสิทธิ์เขตไหล่ทวีปในอ่าวไทยเมื่อ 1 กรกฎาคม 2515  และไทยประกาศเขตไหล่ทวีป เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2516  เกิดปัญหาข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลขึ้นในพื้นที่ประมาณ 26,000 ตร.กม.ตลอดแนวจากด้านใต้ของเกาะกูดลงมาจนถึงด้านล่างของอ่าวไทย

นำมาสู่การเจรจาเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาครั้งแรกเมื่อ 2-5 ธันวาคม 2513 ที่กรุงพนมเปญ จนถึงปัจจุบันมีความพยายามในการเจรจาหลายครั้ง แต่ไม่ได้ข้อยุติ

พื้นที่นี้มีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ ภายใต้สถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติที่หร่อยหรอลงทุกวัน เคยมีการอ้างถึงการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญและธนาคารโลก  ถึงทรัพยากรธรรมชาติจํานวนมหาศาล ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ในส่วนของปริมาณน้ำมันสํารองกว่า 2,000 ล้านบาร์เรล และปริมาณก๊าซฯ สํารองกว่า 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต

ในส่วนพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลนั้น ทั้งสองประเทศต่างให้สัมปทานกับบริษัทเอกชนดำเนินการสำรวจขุดเจาะน้ำมัน และก๊าซฯครอบคลุมพื้นที่ทับซ้อนทั้งหมด แต่ไม่สามารถดำเนินการได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...