โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ชาวกำโลน หมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช ชวนไปชิมทุเรียน-มังคุด พร้อมสัมผัสอากาศดีที่สุดในประเทศไทย

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 29 มิ.ย. 2564 เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2564 เวลา 23.16 น.

ชาวบ้านตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช หรือที่รู้จักกันว่า บ้านคีรีวง มีอาชีพหลัก คือการทำสวนผลไม้ผสม รวมกันหลายชนิดที่เรียกว่า “สวนสมรม” เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน สะตอ ฯลฯ อยู่บนพื้นที่ภูเขาหลวงที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งดิน น้ำ และอากาศ จึงทำให้ผลไม้ที่จากแหล่งนี้มีคุณภาพทั้งรสชาติและขนาด โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี ช่วยลดต้นทุน และเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ มีตลาดรองรับแน่นอนตลอดทั้งปี

นอกจากคุณภาพไม้ผลที่เป็นแม่เหล็กดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาชิมกันอย่างคับคั่งในช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม ซึ่งเป็นฤดูผลไม้เมืองใต้แล้ว การลำเลียงผลไม้จากบนภูเขาผ่านเส้นทางลัดเลาะ ขรุขระด้วยพาหนะอย่างมอเตอร์ไซค์ที่ด้านหลังผูกยึดติดกับไม้และเข่งซ้าย-ขวาใช้บรรทุกผลไม้ ถือเป็นเสน่ห์ของวิถีการทำสวนผลไม้ที่หาดูได้ยาก

คุณสมชาย ชำนิ อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 9 ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ (084) 845-1634 มีอาชีพหลักคือการทำสวนผลไม้หลายชนิด ปลูกในพื้นที่เดียวกัน อาทิ ทุเรียนหมอนทอง มังคุด และลางสาดเล็กน้อย ใช้พื้นที่ 20 ไร่

คุณสมชายให้ข้อมูลว่า ไม้ผลที่ตัวเองและชาวบ้านแถวนี้ปลูกมีวิธีคิดเหมือนกัน คือไม่ได้เน้นขายเชิงพาณิชย์ พื้นที่ปลูกมีลักษณะเป็นภูเขาที่มีป่าล้อมรอบ อุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ ดังนั้น ความจำเป็นเรื่องการใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์จึงน้อยลง เพราะธรรมชาติดูแลกันเอง ศัตรูทางธรรมชาติแทบจะไม่มี จึงเห็นได้ว่าคุณภาพของผลไม้จากแหล่งนี้มีความสมบูรณ์อย่างมากทั้งรสชาติและขนาด

 การปลูกทุเรียน

คุณสมชายปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองมีจำนวน 20 ต้น มีอายุต้นไม่เท่ากัน เพราะต้องปลูกทดแทน แต่ส่วนมากอายุเฉลี่ย 10-25 ปี ต้นพันธุ์มีทั้งซื้อมาจากสุราษฎร์ธานี หรืออาจขยายพันธุ์เองด้วยต้นพันธุ์เป็นทุเรียนพื้นบ้านแล้วใช้ยอดหมอนทองมาเสียบ เนื่องจากทุเรียนพื้นบ้านแข็งแรง ทนทาน

“ควรสำรวจพื้นที่บริเวณที่จะขุดหลุมปลูกก่อนว่าเป็นเส้นทางของมด ปลวก หรือแมลงอะไรที่มารบกวนหรือไม่ เพราะดินที่ติดมากับต้นพันธุ์เป็นขุยมะพร้าว ขี้แกลบ ซึ่งมดชอบแล้วจึงขุดหลุมปลูกขนาด 30 หรือ 50 เซนติเมตร ลึกเล็กน้อยเพราะต้องการให้โคนต้นโผล่พ้นปากหลุมเพื่อจะใช้ดินกลบโคนคล้ายหลังเต่าป้องกันไม่ให้น้ำท่วม ส่วนระยะต้น 9 คูณ 9 เมตร แล้วใช้พื้นที่ระหว่างต้นทุเรียนแซมด้วยมังคุด เพราะเป็นระยะที่ทรงพุ่มไม่เบียดกัน”

ช่วงที่รอใบอ่อนแตกระยะ 3 เดือน ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เพียงช้อนกาแฟต่อต้น ให้ใส่ 2-3 เดือน ต่อครั้ง โดยในช่วงใบอ่อนแตกถือว่าสำคัญเพราะจะเกิดเพลี้ยไก่แจ้ที่มีจุดขาวเป็นกลุ่ม ให้ใช้ยาฉีดพ่นเล็กน้อย อีกทั้งยังอาจเจอเพลี้ยไฟหรือโรคราน้ำค้างเข้าทำลายใบจึงควรเด็ดใบทิ้งไม่ต้องใช้ยา

ในช่วงทุเรียนมีอายุ 2-3 ปี ก็ยังใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เพียงแต่ต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเป็น 2 กิโลกรัม ต่อต้น แต่ถ้าใช้อินทรียวัตถุใส่ 3-4 กิโลกรัม ต่อต้น โดยใส่ปีละ 1-2 ครั้ง สำหรับคุณสมชายเลือกใส่อินทรียวัตถุ เพราะต้องการปรับค่าความเป็นกรด/ด่างในดินเพื่อให้ดินมีความสมดุลของแร่ธาตุแล้วยังตัดเศษใบไม้หรือหญ้าหมักเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสดด้วย

คุณสมชาย บอกว่า ถ้าใส่ใจให้ปุ๋ยเต็มที่ ดูแลเรื่องน้ำและวัชพืชต่างๆ อย่างดีจะให้ผลผลิตในเวลา 5 ปีจากเริ่มมีดอก แต่ยังไม่เก็บเพราะต้นยังอายุน้อยไป แต่จะปล่อยให้ทุเรียนสะสมอาหารให้เต็มที่เสียก่อนจนถึงเวลาประมาณ 8 ปี จึงเริ่มทำผล โดยรุ่นแรกๆ มักจะเก็บไว้ไม่เกิน 15 ผล ต่อต้น น้ำหนักต่อผลประมาณ 4 กิโลกรัม

ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มมีดอกจนเก็บผลผลิตประมาณ 120 วัน คุณสมชายชี้ว่า ตอนผลอ่อนต้องระวังหนอนเจาะกินเมล็ดใน แล้วยังมาวางไข่ หรือหนอนที่ชอบชอนไชผิวทุเรียนหรือผีเสื้อกลางคืน อาจป้องกันด้วยสารเคมีจางๆ ผสมน้ำในอัตรา 100 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดที่ทรงพุ่ม ผสมไปกับปุ๋ยเกล็ดเพื่อบำรุงใบ

ส่วนแหล่งน้ำมาจากน้ำตกแล้วต่อท่อเข้ามาใช้ในสวน ที่ผ่านมาไม่เคยประสบปัญหาขาดน้ำ แต่ถ้าเป็นช่วงกำลังเปลี่ยนจากดอกเป็นผลหรือช่วงหางแย้จะต้องรดน้ำสม่ำเสมออย่าให้ขาด มิเช่นนั้นผลอ่อนจะลีบแห้งเสียหาย

ทุเรียนหมอนทองมีน้ำหนักประมาณ 3-5 กิโลกรัม ต่อผล จะตัดขายประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เปลือกบาง หวานมัน ขนาดเมล็ดใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับรูปทรงและขนาด หนามสีน้ำตาลไม่เขียวเหมือนแถวชุมพร เพราะเติมแคลเซียมโบรอน จึงเป็นจุดเด่นของทุเรียนหมอนทองคีรีวง

ที่ผ่านมา  ได้ผลผลิตทุเรียนรวมกว่า 1 ตัน ราคาขายส่งหน้าสวนกิโลกรัมละ 70 บาท โดยมีพ่อค้ามาตีราคาที่สวนก่อน ขณะเดียวกัน เจ้าของสวนจะเลือกพ่อค้ารายที่ให้ราคาพอใจที่สุดจึงตกลง ทั้งนี้ การขายจะคละขนาดเหมาสวน แล้วตกลงให้ผู้ซื้อทำหน้าที่เก็บจากต้น ส่วนเจ้าของสวนมีหน้าที่ลำเลียงทุเรียนบรรทุกใส่รถมอเตอร์ไซค์ที่ด้านหลังผูกยึดติดกับไม้และเข่งซ้าย-ขวาลงไปที่ลาน ส่งให้พ่อค้านำไปขายที่ตลาดกลางชุมพร

 ปลูกมังคุด

มังคุดเป็นพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิม ใช้วิธีขยายพันธุ์จากเมล็ด หรือถ้าเป็นต้นอ่อนที่เกิดจากเมล็ดร่วงจะแซะมาปลูก จำนวนต้นมังคุดประมาณ 200 ต้น มีหลายรุ่นอายุเฉลี่ย 30 ปี การปลูกมังคุดจะดูความเหมาะสมว่าบริเวณใดควรปลูก ถ้ามีพื้นที่ว่างก็จะปลูกแซม อย่างไรก็ตาม การปลูกไม้ผลแต่ละชนิดของคุณสมชายเป็นแนวทางแบบชาวบ้านที่มักดูความเหมาะสมของไม้ผลแต่ละชนิดว่าสมควรปลูกตรงไหน เพื่อให้ได้ประโยชน์จากแสงแดดและน้ำ อีกทั้งยังเพื่อช่วยให้การดูแลจัดการเป็นไปได้ง่าย ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

เมล็ดปลูกใช้เวลาประมาณ 4 ปี จึงเริ่มแตกกิ่ง ใบ จากนั้นนำลงดิน โดยต้องปลูกให้เสมอผิวดิน ส่วนวิธีปลูกมังคุดทั้งเรื่องใส่ปุ๋ย ดูแลเหมือนกับทุเรียน อย่างไรก็ตาม มังคุดเป็นไม้ผลที่มีความแข็งแรง ทนทานกว่าทุเรียน ไม่ค่อยพบโรค ไม่จำเป็นต้องใส่ยาประเภทใดทั้งสิ้น มังคุดใช้เวลา 6 ปีจึงเก็บผลได้

ช่วงที่มังคุดแถบคีรีวงออกพร้อมกันคือเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมไปจนถึงตุลาคม ช่วงเริ่มมีผลผลิตใหม่ๆ ราคาสูง ผ่านไปเล็กน้อยราคาลดลงอย่างรวดเร็วเพราะทุกสวนได้ผลผลิตพร้อมกัน สวนคุณสมชายเก็บผลมังคุดเมื่อปี 2561ได้ปริมาณตันกว่า มีรายได้จากการขายมังคุดแสนกว่าบาท

“จำนวนมังคุด 7-8 ผล ต่อกิโลกรัม อันนี้คละขนาด แต่ถ้าคัดเฉพาะผลใหญ่ได้ 5 ผล ต่อกิโลกรัม เป็นมังคุดท้องถิ่นของคีรีวงที่มีชื่อว่า มังคุดภูเขา ที่มีลักษณะผลใหญ่กว่ามังคุดที่อื่น สีชมพู เปลือกหนา เพราะเกิดจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขา มีความชื้น ปลูกร่วมกับป่าตามธรรมชาติ ไม่ต้องใช้สารเคมีเร่งหรือกระตุ้น”

 อาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้างบรรทุกผลไม้ เอกลักษณ์ที่หาดูยาก

จุดเด่นที่คีรีวงคงไม่เพียงคุณภาพผลไม้ แต่ที่เลื่องชื่อแล้วดูน่าสนใจคงเป็นเรื่องวิธีเก็บผลไม้ของชาวบ้านที่ปลูกบนเขา มีเส้นทางคดเคี้ยวแคบ บางจุดสูงชัน มีระยะทางไกล ทำให้รถกระบะไม่สามารถสัญจรได้ จึงมักว่าจ้างคนในหมู่บ้านบรรทุกผลไม้ชนิดต่างๆ ลงมาจากภูเขาด้วยการใช้มอเตอร์ไซค์ที่ด้านหลังผูกยึดติดกับไม้และเข่งซ้าย-ขวาใช้บรรทุกผลไม้ เกิดอาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้างเฉพาะกิจ โดยใช้ระยะทางเป็นตัวกำหนดราคา ถ้าสวนอยู่ลึกไกลมากจะมีค่าใช้จ่ายมากหน่อย ทั้งนี้ แต่ละสวนจะมีทีมงานที่เคยว่าจ้างกันเป็นประจำ

หมู่บ้านคีรีวงถือเป็นแหล่งความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติ เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้และสายน้ำ จนเป็นที่ขึ้นชื่อว่า “หมู่บ้านที่อากาศดีที่สุดในประเทศไทย” ชาวบ้านทุกครัวเรือนมีวิถีชีวิตที่สงบช่วยเหลือพึ่งพากันจนเกิดเป็นสังคมแบบเครือญาติ ทั้งยังเป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิตแบบชาวสวนอยู่กับธรรมชาติ

ในระหว่างเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม ถือเป็นช่วงหน้าผลไม้กำลังออกชุก ทั้งทุเรียน ลองกอง เงาะ มังคุด จำปาดะ สะตอ แถมยังได้ชมวิถีความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ชิมอาหารและขนมพื้นบ้านแสนอร่อย พร้อมกับที่พักในแบบธรรมชาติ จึงเป็นที่ถูกใจของนักท่องเที่ยวแนวนิยมไพรต่างปักหมุดไปที่หมู่บ้านคีรีวงกันอย่างคึกคัก…แล้วท่านจะมัวรอทำไม

……………………..

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อวันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ.2562

Update 04/07/2021

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...