โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TIPH ลุยลงทุน 3 ธุรกิจเป้าหมาย เข้าถือหุ้นเกิน 50% ชัดเจนอีก 6 เดือน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.ย 2564 เวลา 08.37 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2564 เวลา 01.00 น.

“ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์”(TIPH) ลุยลงทุน 3 ธุรกิจเป้าหมาย “บริษัทสำรวจอุบัติเหตุ-โบรกเกอร์ประกันภัย-บริษัทดิจิทัลหรือสตาร์ตอัพ” คาดเข้าถือหุ้นมากกว่า 50% รอความชัดเจนอีก 6 เดือน แย้มปักธงสู่บริษัทชั้นนำอาเซียน

วันที่ 8 กันยายน 2564 ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH แถลงข่าวภายหลังเมื่อวันที่ 7 ก.ย.64 ได้ฤกษ์ดีนำหุ้น TIPH เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เป็นวันแรกแทนหุ้นทิพยประกันภัย(TIP) ซึ่งได้ปรับเป็นบริษัทลูก โดยวางแผนการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก

กลุ่มแรก ธุรกิจประกันวินาศภัย, กลุ่มที่สอง กลุ่มธุรกิจประกันชีวิต, กลุ่มที่สาม กลุ่มธุรกิจอื่นๆ

โดยกลุ่มแรกและกลุ่มที่สองจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ การขยายธุรกิจประกันวินาศภัยภายในประเทศไทย, การขยายธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย และการขยายธุรกิจประกันวินาศภัยและประกันชีวิตในต่างประเทศ ทั้งนี้ธุรกิจประกันวินาศภัยจะมีบริษัททิพยประกันภัยเป็นธุรกิจหลักอยู่ในขณะนี้ ส่วนธุรกิจประกันชีวิตจะมีบริษัททิพยประกันชีวิตซึ่งถือหุ้นโดยตรงจากทิพยประกันภัย

และในส่วนของธุรกิจประกันวินาศภัยและประกันชีวิตในต่างประเทศ ขณะนี้ได้เข้าไปลงทุนใน สปป.ลาวแล้ว และกำลังศึกษาเพิ่มเติมในการที่จะนำบริษัทไปจัดตั้งหรือร่วมทุน(JV) ในประเทศต่างๆ ในแถบประเทศอาเซียน อาทิ กัมพูชา, เมียนมา, เวียดนาม, สิงคโปร์ เป็นต้น

ทั้งนี้ภายใต้โครงสร้าง TIPH ธุรกิจหลักยังคงเป็นธุรกิจประกันภัยที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ และประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 75% ของทรัพย์สินรวมของกลุ่ม ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือกลุ่มประกันภัยอาจจะขยายการลงทุนไปในอนาคตในสัดส่วนไม่เกิน 25% แต่ต้องเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของธุรกิจหลักและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ TIPH ด้วย

ดร.สมพร กล่าวต่อว่า ในส่วนแผนการขยายธุรกิจในอีก 12 เดือนข้างหน้า บริษัทจะจัดตั้งหรือเข้าซื้อกิจการที่ประกอบธุรกิจสนับสนุนธุรกิจประกันภัย 2-3 ธุรกิจ ซึ่งจะมีความชัดเจนภายใน 6 เดือน โดยบริษัทที่จะเข้าลงทุนได้แก่ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจอุบัติเหตุ, บริษัทที่เกี่ยวกับการเป็นตัวกลางประกันภัย(โบรกเกอร์ประกันภัย) และบริษัทที่เน้นการทำเรื่องดิจิทัลหรือแม้แต่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากร เนื่องจากมองว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem)

โดยทั้ง 3 ธุรกิจนี้ TIPH จะเข้าถือหุ้นมากกว่า 50% ซึ่งทำให้รับรู้รายได้เข้ามาได้ทันทีหลังการเซ็นสัญญา ส่วนการตั้งบริษัทประกันภัยใหม่ หรือการเข้าซื้อกิจการที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยเพื่อรองรับการแยกหน่วยธุรกิจที่มีศักยภาพของบริษัทในกลุ่มออกเป็นบริษัทใหม่ (Spin-Off) คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1 ปี และยังมีแผนในการขยายธุรกิจไปยังบริษัทสตาร์ตอัพใหม่ๆ ที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัยด้วย

“ภายหลังที่มีการปรับโครงสร้างบริษัทเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อนักลงทุนทำให้หุ้นของบริษัทเป็นทั้งหุ้นเติบโต(Growth Stock) และหุ้นยั่งยืน (Sustainable Stock) เนื่องจากมีโอกาสในการลงทุน และขยายธุรกิจได้มากขึ้น ทำให้สัดส่วนรายได้มีความหลากหลาย แตกต่างจากอดีตที่รายได้จะมาจากเบี้ยประกันภัยรับและการลงทุนเท่านั้น และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างในครั้งนี้จะเป็นการลดข้อจำกัดด้านการลงทุนของบริษัท ทำให้หุ้นของบริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้นักลงทุน ส่งผลให้เป็นทั้งหุ้นปันผลและหุ้นเติบโตดี” ดร.สมพร กล่าว

“เรามีวิสัยทัศน์ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจประกันภัยชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน และมั่นใจว่าจากการที่มีผู้ถือหุ้นเดิมคอยสนับสนุนจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและโอกาสให้กับ TIPH ได้ ทั้งนี้เชื่อว่าเราจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น ขณะเดียวกันก็สามารถที่จะสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้าของเราด้วย” ดร.สมพร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...