โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

9 เรื่อง ลึกแต่ไม่ลับ ของ ”อิสร์ อิสรพงศ์”

TheHippoThai.com

อัพเดต 21 พ.ค. 2561 เวลา 04.29 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2561 เวลา 13.00 น.

9 เรื่องลึกแต่ไม่ลับของอิสร์อิสรพงศ์” 

จากแชมป์ 14 สมัยในรายการศึกวันดวลเพลง “อิสร์ อิสรพงศ์ ดอกยอ” ก้าวเข้ามาเป็นนักร้องลูกทุ่งเต็มตัว สังกัดแกรมมี่โกลด์ พร้อมเปิดตัวด้วยซิงเกิลแรก “ที่ว่างในใจเธอ” เมื่อปลายปีก่อน มาปีนี้ นอกจากจะมีซิงเกิลที่ 2“เจ็บซ้ำๆ กับคำเดิมๆ” ที่ออกมาก่อนหน้านี้แล้ว เร็วๆ นี้อิสร์ยังเตรียมซิงเกิลที่ 3 “รัก แหลก แจก แถม” มาฝากแฟนเพลงด้วย ซึ่งหลังจากเห็นเขาถ่ายทอดอารมณ์ช้ำๆ มา 2 เพลงติด คราวนี้นักร้องเจ้าของฉายา “เทพบุตรหน้าหวาน” จะมาพร้อมกับเพลงสนุกๆ ที่ฉีกไปจากเดิม

แต่ก่อนจะไปฟังซิงเกิลที่ 3 ของเขา เรามาทำความรู้จักอิสร์ให้มากขึ้นกับ 9 เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาที่จะทำให้อยากไปชูป้ายไฟเชียร์เขาติดขอบเวที

9.นักร้องวัยอนุบาล

"อิสร์ชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก คุณพ่อคุณแม่รับราชการ แต่มีงานอดิเรกคือมีวงดนตรีอยู่ที่บ้าน รับงานทั่วไป พวกงานบวช งานแต่ง ตอนท้องแม่ก็ร้องเพลงจนเราคลอด มันคงสัมผัสได้ตั้งแต่ตอนนั้นและส่งผ่านมาทำให้เราชอบเสียงเพลง

"ตอนอายุประมาณ3 ขวบก็เริ่มร้องเพลงกับวงดนตรีแล้ว พ่อให้ลองขึ้นไปร้องกับวง ก็ร้องได้ ทำนองได้ พ่อก็เลยให้เป็นนักร้องในวงไปด้วยเลยตั้งแต่ตอนนั้น”

8.นักประกวดวัยประถม

“พอ 7 ขวบผมก็เริ่มประกวดร้องเพลง หาประสบการณ์ไปเรื่อยๆ แพ้บ้าง ชนะบ้าง ตกรอบบ้าง จนเริ่มประสบความสำเร็จจริงๆ ได้ที่ 1 บ่อยๆ ก็ตอนอายุประมาณ 12 ที่เริ่มได้ถ้วยรางวัลหลายเวที จนถึงปัจจุบันถ้วยที่เราได้รับมาแล้วเป็นถ้วยพระราชทานมี 10 รางวัล แต่จริงๆ คนอื่นที่เขาเป็นนักล่ารางวัลจะมีเยอะกว่านี้อีกนะครับ”

7.ครอบครัวคือหัวใจ

“ที่เริ่มไปประกวดร้องเพลงเพราะเรามองว่ามันเป็นบันไดในเราก้าวไปได้สูงขึ้น แล้วก็เป็นสิ่งที่รักด้วย อีกอย่างพอชนะได้เงินก็นำมาช่วยเหลือครอบครัวได้ ซึ่งครอบครัวเองก็สนับสนุนและส่งเสริมเรื่องนี้เต็มที่ มีตรงไหนที่คิดว่าดีก็ให้ไปเรียน ไปเสริมประสบการณ์เรื่อยๆ”

6. แชมป์14 สมัยที่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

“ศึกวันดวลเพลงเป็นรายการที่อิสร์กลับมาแข่งเป็นรายการแรก เพราะก่อนหน้านี้อิสร์ห่างหายจากการประกวดไปนานมาก ทั้งเรียน ทั้งทำงาน ก็เลยไม่ค่อยได้ประกวดร้องเพลงเท่าไหร่ กลับมาครั้งนี้เลยตื่นเต้นมาก คิดว่าเราจะทำได้ไหม ความสามารถเรายังดีอยู่หรือเปล่า ถือเป็นการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งหนึ่ง”

“พอเข้ามาประกวดกลายเป็นว่ารายการนี้ให้อะไรกับอิสร์เยอะมาก อย่างเรื่องการวางตัวในวงการเพื่อให้เราเป็นที่รักที่เอ็นดูของทุกคน แล้วก็ได้ความรู้ในเรื่องการเป็นนักร้องจากท่านคณะกรรมการที่ให้เราได้พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มก้าวผ่านคำว่า นักร้องประกวด ได้ เพราะนักร้องประกวดส่วนใหญ่จะเน้นว่าต้องร้องให้ถูกเป๊ะ แต่รายการนี้เขาไม่ได้ดูแค่นั้น เขาดูแบบศิลปิน เขาเน้นว่าร้องอย่างไรให้เพราะและให้คนเชื่อด้วย”

5. เบื้องหลังรอยยิ้มของผู้ชายสายสุภาพ

“ในศึกวันดวลเพลง คิดว่าคนจำเราได้จากรอยยิ้มครับ เพราะว่าเป็นคนที่ยิ้มเก่ง แล้วเขาก็บอกว่าเราเป็นคนที่สุภาพ อ่อนน้อม ก็จะมีผู้ใหญ่ที่มาชื่นชมชื่นชอบว่าดูเป็นเด็กดี ดูพูดจาเพราะ แต่จริงๆ เบื้องหลังก็อาจจะมีนิสัยวัยรุ่นน่ะครับ อาจจะไม่ได้ดีไปทั้งหมด ก็มีปนๆ กันบ้าง”

“ถ้าเป็นแฟนคลับจะได้เห็นมุมต่างๆ ที่เยอะกว่าคนทั่วไป เพราะว่าเราจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกันมากกว่า อาจจะมีมุมที่ทะเล้นบ้าง หลุดบ้าง หรือว่ากวนๆ บ้างก็มี ถ้าใครอยากจะเห็นตรงนั้น ต้องมาติดตาม (หัวเราะ) จะได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ติดตามกันได้ที่แฟนเพจ อิสร์ อิสรพงศ์ แกรมมี่โกลด์ ครับ”

4. เพลงแรกก็เหงาเพลงสองก็เจ็บ

“ถ้าถามว่าทำไมเห็นอิสร์ร้องเพลงช้ำอีกแล้ว จะได้เห็นอิสร์สมหวังบ้างไหม ก็ต้องถามพี่ๆ นักแต่งเพลงครับว่าหน้าอิสร์เศร้าหรือเปล่า เพราะว่าจริงๆ แล้วเป็นคนที่สนุกสนานนะครับ ถ้ารู้จักกันจะรู้ว่าขี้เล่น เป็นคนชอบหยอก ชอบอ้อน แต่ซิงเกิลต่อไปเพลง ‘รัก แหลก แจก แถม’ จะเป็นเพลงเร็ว สนุกสนานมากขึ้น ทุกคนจะได้เห็นอิสร์ในมุมที่ไม่เคยเห็นเท่าไหร่”

3. ประสบการณ์ช้ำๆของผู้ชายชื่ออิสร์”

“ประสบการณ์ช้ำๆ ของอิสร์เองเคยมีครับ แต่อาจจะไม่เท่ากับในเพลง ‘เจ็บซ้ำๆ กับคำเดิมๆ’ เพราะถ้าเป็นสถานการณ์เหมือนในเพลงก็คงไม่ไหวครับ คงเจ็บจริงๆ เพราะต้องคอยเป็นของตายของเขาตลอด แต่ถ้าใกล้เคียงก็อาจจะเป็นตอนที่เราเคยคุยกับใครสักคน แต่ว่าด้วยความที่เขาเจอคนที่ดีกว่าเรา เขาก็ไป แต่ว่าพอเขาอกหักหรือว่าเสียใจจากคนนั้น เขาก็กลับมาหาเรา ทีนี้เราเป็นคนที่เจ็บแล้วจำครับ ไม่ได้โกรธอะไรนะ แต่ว่าขอไม่อ่านหนังสือเล่มเดิมดีกว่า อ่านยังไงก็จบเหมือนเดิม”

2. ตัวจริงที่ไม่อ่อนไหวเท่าเสียงร้อง

“ตัวจริงไม่อ่อนไหวครับ จะเป็นเซนซิทีฟนิดนึง แต่จะเซนซิทีฟในเรื่องอารมณ์ เรื่องครอบครัวหรืออะไรอย่างนี้ครับ ถ้าเป็นเรื่องพวกนี้จะความรู้สึกเร็วมาก เวลาร้องเพลงก็จะพยายามถ่ายทอดความรู้สึกออกมาให้ได้มากที่สุด พยายามนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่มันใกล้เคียงกับชีวิตเรา ตอนร้องเกือบร้องไห้ออกมาเลยครับ แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้เพื่อที่จะร้องได้ต่อไป”

1. ความรักคือกำลังใจ

“เวลาเห็นแฟนคลับนั่งอยู่หน้าเวที คอยชูป้ายไฟ คอยคล้องพวงมาลัยให้ สิ่งนี้เป็นกำลังใจให้เราสู้ต่อไป เพราะรู้ว่าเรายังมีคนกลุ่มหนึ่งหรืออีกหลายๆ คนที่พร้อมจะส่งเราไปถึงฝั่งฝันสูงที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ด้วยความรักที่ทุกคนมีให้ เราสัมผัสได้ว่าเขาหวังดีกับเรา อยากให้เราประสบความสำเร็จ อยากเห็นเราได้ดี”

“กำลังใจอีกอย่างก็คือครอบครัวที่สนับสนุนเรามาตั้งแต่เด็ก เราอยากให้สิ่งที่เขาสนับสนุนเราไม่สูญเปล่า อยากจะทำโอกาสที่ได้รับมาตรงนี้ให้เต็มที่ครับ”

 

สถานที่ Artis coffee bangkok

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...