โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธปท.เปิดผลสำรวจ แบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ "ธุรกิจ-ครัวเรือน" จากผลกระทบโควิด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 พ.ค. 2563 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2563 เวลา 04.13 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนกลยุทธ์นโยบายการเงิน ฝ่ายนโยบายการเงิน สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานผลการสำรวจภาวะและแนวโน้มสินเชื่อ (Senior Loan Officer Survey) ไตรมาสที่ 1 ปี 2563 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

โดยในส่วนของสินเชื่อภาคธุรกิจ พบว่า ความต้องการสินเชื่อโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่สถาบันการเงินระมัดระวังการให้สินเชื่อโดยรวมเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ความต้องการสินเชื่อธุรกิจในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนทั้งธุรกิจขนาดใหญ่และ SMEs เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเพื่อ refinance สินเชื่อเดิมเป็นสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้ธุรกิจมีเงินสดในมือน้อยลงและสามารถระดมทุนผ่านตราสารหนี้และตราสารทุนได้ลดลง ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ผ่อนคลายมากเป็นพิเศษมีส่วนช่วยสนับสนุนการขอสินเชื่อ

ขณะที่ความต้องการสินเชื่อเพื่อลงทุนลดลง ทั้งการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและสินค้าคงคลัง โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์

สำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2563 คาดว่าธุรกิจมีแนวโน้มต้องการสินเชื่อเพื่อบริหารสภาพคล่องต่อเนื่องจากผลกระทบของ COVID-19 ที่รุนแรงมากขึ้นและการใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกอบกับ SMEs บางรายอาจขอกู้เพิ่มขึ้นตามมาตรการสนับสนุนสินเชื่อภาครัฐ ขณะที่สถาบันการเงินบางแห่งคาดว่า ความต้องการกู้ของ SMEs อาจไม่มากในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ส่งผลให้การคาดการณ์แนวโน้มสินเชื่อโดยรวมของธุรกิจ SMEs ค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาสก่อน

ด้านมาตรฐานการให้สินเชื่อภาคธุรกิจในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 เข้มงวดขึ้นจากไตรมาสก่อนตามภาวะเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยสถาบันการเงินปรับ margin ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มเงื่อนไขประกอบสัญญาเงินกู้ (loan covenants) และหลักประกัน

สำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2563 สถาบันการเงินคาดว่าคุณภาพสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และ SMEs จะลดลงจากไตรมาสก่อนจากผลกระทบของ COVID-19 จึงระมัดระวังการให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ผลดังกล่าวจะถูกลดทอนบ้างจากมาตรการสนับสนุนสินเชื่อของภาครัฐ ซึ่งเน้นให้สถาบันการเงินผ่อนคลายการให้สินเชื่อแก่ SMEs มากขึ้น

ขณะที่ในส่วนของสินเชื่อภาคครัวเรือน พบว่า ความต้องการสินเชื่อปรับลดลงจากไตรมาสก่อนทุกหมวดและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ขณะที่สถาบันระมัดระวังการให้สินเชื่อบางประเภทเพิ่มขึ้น

โดยความต้องการสินเชื่อภาคครัวเรือนในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 ลดลงจากไตรมาสก่อนทุกวัตถุประสงค์ ตามความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจและความต้องการอุปโภคบริโภคที่ลดลง ยกเว้นการใช้จ่ายเพื่อกักตุนสินค้าจำเป็นและซื้อสินค้าออนไลน์ ด้านความต้องการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยลดลงโดยเฉพาะที่อยู่อาศัยแนวราบ
สำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2563 ความต้องการสินเชื่อครัวเรือนมีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อนอย่างมีนัยสำคัญตาม

การระบาด COVID-19 ที่รุนแรงขึ้นและมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลให้แรงงานบางส่วนขาดรายได้และชะลอการขอสินเชื่อเพื่อรักษาสภาพคล่องสำหรับการใช้จ่ายที่จำเป็น โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่คาดว่าจะลดลงมากในรถทุกประเภทตามรายได้ครัวเรือนในภาคบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและรายได้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง

สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มลดลงมากขึ้นในไตรมาสที่ 2 ด้านสินเชื่อบัตรเครดิตมีแนวโน้มลดลงชัดเจนขึ้นในไตรมาสที่ 2 เช่นกัน ส่วนหนึ่งเนื่องจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดส่งผลลบต่อการใช้จ่ายในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชัดเจนขึ้น

ขณะที่มาตรฐานการให้สินเชื่อภาคครัวเรือนในไตรมาสที่ 1 ปี 2563 เข้มงวดขึ้นมากในหมวดบัตรเครดิตและเช่าซื้อรถยนต์ตามภาวะเศรษฐกิจและความน่าเชื่อถือของผู้กู้ที่ลดลง โดยสถาบันการเงินปรับ margin ลูกค้าเสี่ยงที่ขอสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้นและเพิ่มเงื่อนไขหลักประกัน

สำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2563 สถาบันการเงินคาดว่าจะเข้มงวดการให้สินเชื่อในสองหมวดนี้ต่อเนื่องจากผลกระทบของ COVID-19 ที่ทำให้ความน่าเชื่อถือของผู้กู้ลดลงชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากรายได้ที่มีแนวโน้มลดลง

ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ https://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/EconomicConditions/CreditCondition/LoanSurvey_TH_Q1_2020_cbkhlkip.pdf

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...