‘Talat Noi Archives’ : ห้องสมุดดิจิทัล บันทึก ‘ชุมชนตลาดน้อย’ ในปี 2020 ผ่านสายตานักออกแบบ
บทความชวนดูงานศิลปะและนวัตกรรมจากโลกที่หนึ่ง ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีให้สังคมและชีวิตคน ผ่านสายตานักออกแบบมัลติมีเดียจากโลกที่สามในนามกลุ่มEyedropper Fill
Eyedropper Fill เรื่อง
กฤตพร โทจันทร์ ภาพประกอบ
Bangkok Design Week 2020 เป็นช่วงเวลา9 วันที่สตูดิโอออกแบบทั่วกรุงเทพฯ นำผลงานของตัวเองออกโชว์ท่ามกลางสปอตไลต์ให้คนทั่วไปได้รับชม โดยพื้นที่จัดงานหลักคือ ย่านเจริญกรุง ย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ และย่านทองหล่อ-เอกมัย พวกเราEyedropper Fill ได้มีส่วนร่วมเล็กๆ ในงานนี้ด้วยการร่วมทำงานศิลปะมัลติมีเดียร่วมกับชุมชน ในชุด'DIVERSCITY เมืองของความหลากหลาย' กับกลุ่มนักออกแบบไฟแรงอย่างYimsamer ที่ชักชวนกลุ่มศิลปินเด็ดๆ อีกมากมายมาร่วมทำงานนี้
ภาพจาก: facebook.com/yimsamer
ชิ้นงานของเราคือ'LnWปs:nาuIwลJ' (เทพประทานเพลง) เปลี่ยนโฉมลานด้านหน้าศาลเจ้าโรงเกือกซึ่งเป็นศาลเจ้าประจำชุมชนตลาดน้อยให้กลายเป็นลานคาราโอเกะสาธารณะ ชวนชาวบ้านและคนที่ผ่านไปมาร้องเพลงร่วมกัน นอกจากสนุกแล้วยังได้บริจาคเงินสนับสนุนศาลเจ้า หลายคนอาจได้ไปเยี่ยมชมงานนี้ด้วยตัวเอง หรือบางคนอาจเคยเห็นผ่านตาในโซเชียลมีเดียกันมาบ้าง
หากชิ้นงานที่จัดแสดง9 วัน เปรียบเหมือน‘หน้าบ้าน’ ต้อนรับผู้ชม กระบวนการพัฒนาผลงานศิลปะร่วมกับชุมชนก็เปรียบเหมือน‘หลังบ้าน’
หลายปีมานี้ ศิลปิน นักออกแบบ ผู้จัดเทศกาล พร้อมใจกันเข้าไปทำงานในพื้นที่ชุมชนมากขึ้น โดยเฉพาะในย่านที่รุ่มรวยวัตถุดิบและคาแร็กเตอร์จัดอย่างย่านตลาดน้อยแห่งนี้ หลายงานสร้างปรากฏการณ์ในทางบวกให้กับชุมชน ทำให้ชุมชนได้ประโยชน์ ชาวบ้านมีความสุข พ่อค้าแม่ค้าในชุมชนขายของดีขึ้น แต่ก็มีหลายงานที่สร้างผลกระทบในทางลบ ทำให้ชุมชนเดือดร้อน คนอยู่อาศัยถูกรบกวน สถานที่ดั้งเดิมในชุมชนได้รับความเสียหาย โอกาสที่ศิลปินและนักออกแบบจะได้รับคอมเมนต์จากผู้ชมและชาวชุมชนเพื่อเรียนรู้และปรับปรุงผลงานของตัวเองก็มีอยู่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ หลังจบงาน ในขณะที่ศิลปินและนักออกแบบหน้าใหม่รวมถึงนักศึกษาที่กำลังจะแห่เข้าไปทำงานในชุมชนในปีต่อๆ ไป ก็ไม่มีช่องทางเรียนรู้ว่าการทำงานศิลปะร่วมกับชุมชนต้องทำอย่างไร เพราะเป็นหลักสูตรที่ไม่มีสอนที่ไหน หันมองรอบตัวก็ไม่มีใครถ่ายทอดประสบการณ์เรื่องนี้อย่างจริงจัง
เราจึงหันกลับมามองวัตถุดิบในมืออีกครั้ง กระบวนการ‘หลังบ้าน’ กว่าสองเดือนของการทำงานศิลปะร่วมกับชุมชนตลาดน้อย เรามีทั้งบทสัมภาษณ์ สเก็ตช์ไอเดีย ภาพถ่าย วิดีโอ ฯลฯ จะมีประโยชน์กว่าไหม ถ้าสิ่งเหล่านี้จะไม่ได้เก็บอยู่แค่ในลิ้นชักและฮาร์ดดิสก์ของเราคนเดียว แต่ถูกนำออกมาเล่าต่อให้ศิลปิน นักออกแบบ นักศึกษา และคนอื่นๆ ได้เรียนรู้ทั้งข้อดีและข้อเสียจากกระบวนการทำงานศิลปะร่วมกับชุมชนในงานของเราด้วย
ฟ้าใส- หัสมา จันทรัตนา คือDesign Director ของEyedropper Fill ที่ในงานนี้เปลี่ยนบทมาเป็นผู้ออกแบบเว็บไซต์จัดแสดงสิ่งที่เราเล่ามาทั้งหมด ในชื่อว่า‘Talat Noi Archives’ ที่เธอเรียกชื่อเล่นว่าเป็น‘ห้องสมุดดิจิทัล’
“หน้าแรกของเว็บ เป็นการหยิบวัตถุดิบจากหมวดหมู่ต่างๆ มารวมกันเป็นการตัดปะ ให้ความรู้สึกเหมือนเปิดscrapbook ของโปรเจ็กต์นี้” ฟ้าใสเริ่มต้นพาทัวร์เว็บไซต์
Talad Noi Archives แบ่งออกเป็น2 ส่วนหลักๆ ส่วนแรก‘Archives’ คือส่วนที่รวบรวมวัตถุดิบทั้งจากกระบวนการทำงานในBangkok Design Week 2020 และการลงพื้นที่ส่วนตัวของฟ้าใส ส่วนที่สอง‘X’ หมายความถึงexperimental เป็นการนำวัตถุดิบที่ได้ มาเล่นแร่แปรธาตุเป็นงานศิลปะทดลองหลายแขนง อย่าง วิดีโออาร์ต เสียง และงานคอลลาจ
“ส่วนแรกของArchives ชื่อว่าConversation with the Locals เป็นหน้าที่รวบรวมบทสัมภาษณ์ที่ทีมEyedropper Fill ลงไปพูดคุยหาข้อมูลกับชาวบ้านในพื้นที่ตลาดน้อย มีทั้งเสียงและวิดีโอ เราแนบชุดคำถามส่วนหนึ่งที่ทีมครีเอทีฟและทีมออกแบบลิสต์เพื่อไปสัมภาษณ์ไว้ในหน้านี้ด้วย เผื่อใครอยากรู้ว่า ในการลงพื้นที่รีเสิร์ช เราถามคำถามอะไรบ้าง”
https://youtu.be/5zX1llLidn0
“ส่วนถัดไปคือDesign Process ส่วนนี้เราคิดว่ามีประโยชน์กับนักออกแบบหรือนักศึกษาออกแบบมากๆ เพราะเป็นส่วนที่รวบรวมกระบวนการออกแบบงานLnWปs:nาuIwลJ ตั้งแต่คิดไอเดีย สเก็ตช์ ออกแบบ จนก่อสร้างกลายเป็นงานจริง รวมไปถึงโปสเตอร์และสื่อโปรโมตต่างๆ ด้วย ลองไล่ดูตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนนี้สามารถเป็นไกด์ไลน์ให้คนที่อยากทำงานออกแบบเห็นภาพรวมของกระบวนการ”
ต่อด้วยส่วนPin-up Conversation ที่ต่อเนื่องจากDesign Process ส่วนนี้จะเป็นวิดีโอบันทึกบทสนทนาที่ทีมครีเอทีฟ นักออกแบบ และฟ้าใสในฐานะผู้เก็บข้อมูลสุมหัวกันพูดคุย แชร์ความคิดเห็น ต่อยอดความคิดจากวัตถุดิบที่สะสมมาจากการลงพื้นที่ชุมชน
https://youtu.be/DyyAeS3JzMo
บรรยากาศการแชร์ความคิดเห็น
ในหมวดSpiritual Dialogue , Miscellaneous Places, People of Talat Noi และ39 Kinds of Cart คือภาพถ่ายที่ฟ้าใสไปเก็บสิ่งละอันพันละน้อยในชุมชนตลาดน้อยระหว่างการลงพื้นที่ ตั้งแต่เครื่องบูชาในศาลเจ้าจีน สถานที่ต่างๆ ในตลาดน้อย ผู้คนในตลาดน้อย และที่เราชอบที่สุดคือ เซ็ตภาพของ‘รถเข็น’ ที่ทำให้เราเห็นว่ารถเข็นคือยานพาหนะยอดนิยมในย่านนี้ เนื่องจากลักษณะย่านที่เป็นตรอกซอย มีหลืบมุม การค้าขายหรือขนส่งสิ่งของด้วยรถเข็นจึงเป็นวิธีที่เวิร์กที่สุด รถเข็นทั้งหมดมีดีไซน์ที่ต่างกันไปตามฟังก์ชัน และทำให้เห็นว่าสัญชาตญาณการออกแบบนั้นมีอยู่ในพ่อค้าแม่ค้าทุกคนจริงๆ
ฟ้าใสเล่าว่า ภาพส่วนใหญ่จะถูกถ่ายด้วยกล้องฟิล์ม ด้วยเหตุผลว่าการมองผ่านช่องมองทำให้สายตาสามารถโฟกัสสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ละเอียดขึ้น เพราะช่องมองจะช่วยกรอบสายตาของเราขณะถ่าย ซึ่งต่างจากใช้กล้องมือถือถ่าย
ไม่ได้เก็บบันทึกแค่ภาพ แต่Talat Noi Archives ยังเก็บบันทึกเสียงของย่านตลาดน้อยเอาไว้ด้วย ซึ่งรวบรวมอยู่ในหมวดField Recording
จากบทบาทผู้สังเกตการณ์และเก็บบันทึก ในหมวดX ฟ้าใสได้ใช้ความเป็นนักออกแบบ ทดลองสร้างงานศิลปะเล็กๆ จากวัตถุดิบที่เก็บมา
https://youtu.be/Wr7ISdjbCAQ
Re-Imagine the Doorway
วิดีโอmultiperspective คือการทดลองเดินบนเส้นทางเดิมจากวงเวียนกาลหว่าร์เข้าไปในตลาดน้อยเป็นจำนวน 4 รอบ โดยแต่ละรอบถือกล้องถ่ายวิดีโอในมุมมองที่ต่างกัน หันกล้องขึ้นฟ้า กดกล้องลงพื้น และหันกล้องไปด้านข้าง ซ้ายและขวา เมื่อนำวิดีโอทั้งหมดมาประกอบกันเป็นperspective ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนคนดูเดินอยู่ในเส้นทางนั้นจริงๆ เหมือนภาพจากกล้อง360 องศา
ส่วนRe-Imagine the Doorway มาจากความสนใจของฟ้าใสตั้งแต่เรียนสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับกรอบประตูเป็นเสมือนเฟรมที่ช่วยกรอบภาพที่เราจะเห็นจากอีกฝั่ง ฟ้าใสจึงนำภาพถ่ายมาคอลลาจ ตัดปะเรื่องราวอื่นๆ เข้าไปในกรอบประตู ภาพที่ออกมาจึงทำให้เราเห็นความเป็นไปได้อื่นๆ บนกรอบประตูบานเดิม
ชิ้นที่ทั้งเราและฟ้าใสชอบที่สุดในหมวดX นี้เห็นจะเป็นภาพชุดBurnt Offering ที่กดเข้าไปทีแรก เป็นใครก็คงนึกไม่ถึงว่าวัตถุในภาพคือกระดาษเงินกระดาษทองที่ใช้เผาบูชาเทพเจ้าในศาลจีน เมื่อถูกนำมาจัดวางองค์ประกอบใหม่และบันทึกด้วยเครื่องสแกนแล้ว วัตถุทางพิธีกรรมเหล่านี้ก็ดูร่วมสมัยขึ้นมาทันตา
เมื่อทัวร์Talat Noi Archives จนจบ ฟ้าใสสรุปให้ฟังว่า เว็บนี้เป็นเหมือน‘จดหมายเหตุเชิงประสบการณ์’ มันอาจไม่ได้บันทึกข้อมูลเชิงตัวเลขหรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ในเชิงลายลักษณ์อักษรเหมือนจดหมายเหตุที่เราคุ้นเคย แต่บันทึกประสบการณ์ตรงที่นักออกแบบคนหนึ่งมีต่อพื้นที่ตลาดน้อย ทั้งภาพ เสียง บรรยากาศ พื้นผิวสัมผัส วัสดุที่เป็นเอกลักษณ์ของย่าน ฯลฯ ไปจนถึงความคิดของชาวตลาดน้อยในปี2020 เอาไว้ ซึ่งหากในอนาคตเกิดการเปลี่ยนแปลงของเมืองหรือพื้นที่ จดหมายเหตุเชิงประสบการณ์นี้ก็อาจเป็นหลักฐานสำคัญไม่แพ้หลักฐานเชิงข้อมูล เพื่อบอกเล่าว่าย่านตลาดน้อยแห่งนี้เคยเป็นอย่างไรในอดีต
และอย่างที่บอกในตอนต้น เราหวังว่าเว็บไซต์นี้ จะเป็น‘กรณีศึกษา’ ให้กับศิลปินและนักออกแบบคนอื่นๆ
การทำงานศิลปะในชุมชนเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนและใช้เวลา ใช้ตาเพื่อสังเกต และใช้หูฟังเสียงของคนอย่างละเอียดถี่ถ้วน แม้แต่งานของเราเองก็ยังมีข้อผิดพลาดและผลตอบรับในเชิงลบจากชาวชุมชนและผู้ชมงานไม่น้อยไปกว่าความสำเร็จและผลตอบรับที่ดี เราหวังว่ามันจะเป็น‘ต้นทุน’ ให้แก่นักออกแบบคนอื่นๆ ที่อยากทำงานศิลปะในชุมชนได้บ้าง และที่แน่ๆ มันจะเป็นต้นทุนที่ดีให้ทีมของเราเองในการทำงานต่อไป
เชิญเข้าไปชมTalat Noi Archives ได้ที่eyedropperfill.wixsite.com/talatnoiarchives