อัยการนัดไกล่เกลี่ย”สารสาสน์-ผู้ปกครอง”
สำนักข่าวไทย Online
อัพเดต 02 ต.ค. 2563 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2563 เวลา 04.01 น. • สำนักข่าวไทย อสมทกทม.10 พ.ย.- อสส.ผู้ปกครอง รร.สารสาสน์วิเทศน์ฯ และทางโรงเรียน ไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย ยันค่าเยียวยาครอบครัวละ 5 ล้าน แต่ทางโรงเรียนเมินเจรจา
วันนี้(10 พ.ย.) อัยการสูงสุดนัดผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ราชพฤกษ์ และ ผู้แทนจากทางโรงเรียนฯเจรจาไกล่เกลี่ยครั้งแรกกรณีครูทำร้ายเด็กนักเรียนภายในโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์
นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ระบุว่า ผู้ปกครองได้ยื่นเรื่องต่ออัยการเพื่อฟ้องคดีทางแพ่ง ซึ่งอัยการได้รับเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษเนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและเป็นคดีที่มีการละเมิดสิทธิร้ายแรงต่อเด็ก เพื่อไม่ให้โรงเรียนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ขณะนี้มีผู้ปกครองเรียกค่าเสียหายเยียวยา สภาพจิตใจรายละ 5 ล้านบาท รวม 26 ครอบครัว เป็นเงินกว่า 130 ล้านบาท ส่วนตัวมองว่าเป็นจำนวนที่ไม่มากเกินไป เพราะแพทย์ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอีกนานแค่ไหนเด็กที่ถูกทำร้ายจะหายจากอาการหวาดกลัว วันนี้ตัวแทนทางโรงเรียนจะมาหรือไม่ ทางอัยการสูงสุดก็จะดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งตามขั้นตอนอยู่แล้ว
ด้านผู้ปกครอง เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ลูกยังมีอาการหวาดผวา อารมณ์รุนแรง บางครั้งมีอาการทำร้ายตนเอง ส่วนอีกรายจะปิดประตูห้องทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดังๆ อยากให้เข้าใจว่าลูกถูกทารุณกรรมและไม่ทราบว่าจะกลับมาใช้ชีวิตประจำวันเป็นปกติได้เมื่อไหร่ เงินเยียวยา 5 ล้านบาท ถือว่าไม่มากหากเทียบกับสภาพจิตใจของลูกและค่ารักษาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่ผ่านมาโรงเรียนได้คืนค่าเล่าเรียน 1 ภาคเรียนให้กับผู้ปกครองแล้วแต่ในเรื่องอื่นๆ เช่น ค่ารักษาทางจิตเวช ทางโรงเรียนยังไม่ให้ความช่วยเหลือ หากที่ผ่านมาทางโรงเรียนออกมารับผิดชอบคิดว่ายอดเงินจะไม่สูงเท่านี้ แต่โรงเรียนกลับไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ
ด้าน นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า การนัดไกล่เกลี่ยผู้ปกครองกับทางโรงเรียนซึ่งเป็นขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อลดคดีในชั้นศาล ครั้งนี้อัยการสำนักงานอัยการสูงสุด ทำหน้าที่เป็นคนกลางเชิญ 2 ฝ่ายมาพูดคุยอย่างสมัครใจ แต่ทางผู้บริหารโรงเรียนสารสาสน์ฯ ได้ตอบกลับทางจดหมายเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมาขอปฏิเสธการไกล่เกลี่ยโดยแจ้งว่า ไม่สมัครใจในการพูดคุยและมีความประสงค์ให้ศาลตัดสินค่าความเสียหาย ทั้งนี้สำนักงานอัยการสูงสุดจะหารือร่วมกับคณะทำงานและผู้ปกครองซึ่งอาจจะทำหนังสือเชิญมาอีกครั้ง หากโรงเรียนไม่สมัครใจมาไกล่เกลี่ยก็จะทำหน้าที่ในการแนะนำชี้ช่องทางกฎหมายต่อไป ส่วนคดีอาญาที่มีการดำเนินคดีกับครูและบุคคลากรของโรงเรียนสารสาสน์ฯ ในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย และ ฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ทางศาลแขวงนนทบุรี ได้ทำการฟ้องไปแล้วจำนวน 19 คดี ตัดสินแล้ว 7 คดี ในความผิด 13 กระทง มีคำพิพากษาจำคุกความผิดกระทงละ 15 วันโดยไม่รอลงอาญาส่วนที่เหลือจะทยอยตัดสินคดีต่อไป.-สำนักข่าวไทย