โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดชีวิต ‘เด็บบี้ บาซู’ ตัวแม่ขาแดนซ์ยุค 90 คุณแม่ลูกหนึ่งสุดแซ่บ

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 ส.ค. 2563 เวลา 05.52 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2563 เวลา 05.52 น. • The Bangkok Insight

ในยุค 90 ไม่มีวัยรุ่นไทยคนไหนไม่รู้จัก “วงบาซู” นักร้องสายแดนซ์ที่ในวงมีสมาชิกเป็น 2 หนุ่ม 1 สาว ซึ่งไม่ว่าจะออกเพลงอะไรมาก็ดังสุดๆ จนมียอดขายเทปเกินล้านตลับมาแล้ว และ สมาชิกของวงที่หนุ่มๆหลายคนต้องเมาเอวยามเธอแดนซ์ก็คือ สาวหมวยตัวเล็ก เด็บบี้ บาซู  แต่วันวานผ่านไปไวเหมือนกระพริบตา มาวันนี้เด็บบี้กลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งไปแล้ว แต่บอกเลยว่ายังหุ่นดีไม่มีเปลี่ยน รายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ก็เลยขอเชิญมาแดนซ์แบบแซ่บๆให้ชมกันหน่อย

ความโด่งดังของบาซูในตอนนั้นเรารู้ไมว่าทะลุล้านตลับอะ?

เด็บบี้  : คือก่อนที่หนูจะเข้ามาอยู่ที่อาร์เอส หนูก็เคยเห็นพี่ลิฟท์พี่ออย เราก็มองว่าเขาทะลุล้านตลับประสบความสำเร็จ

มากๆ วันนึงที่เราถึงจุดนั้นแล้วเราทำได้ จริงๆแล้วเราไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ได้มันก็เป็นความเซอร์ไพรส์ในชีวิตอีกแบบนึงค่ะ

ภาพไหนที่รู้สึกประทับใจที่สุด ที่เรารู้ว่าฉันดังแล้ว?  

เด็บบี้ : สำหรับเด็บนะคะ ที่ประทับใจมากๆเลยคือ เราไปเล่นคอนเสิร์ตต่างจังหวัด แล้วคอนเสิร์ตต่างจังหวัดเป็นเอาท์ดอร์ เรามองไปสุดสายตาเนี่ย เราไม่สามารถเห็นได้ว่าคนดูสุดตรงไหน คือมีคนดูประมาณ 4 หมื่นคน เยอะมากค่ะ

ตอนนั้นรับงานทุกวันนานแค่ไหน?

เด็บบี้ : ประมาณ 8 ปีค่ะ เพราะเราออกอัลบั้มติดๆกันมากเลย ปกติเขาจะบอกว่า 2 ปีออกที บาซูเนี่ย เพลงเราเป็นเพลงเทศกาลใช่ไหมคะ ก็จะออกหัวปีท้าย

8 ปีเต็มๆแล้ววงก็แตก ใครเป็นปัญหาที่ทำให้วงแตก?

เด็บบี้ : จริงๆก็ไม่ใช่ปัญหานะคะ แต่ว่าตัวเด็บอะอยากไปเรียน แต่ว่าตอนนั้นมันถึงจุดที่เราทำงานกันมา 8 ปีแล้ว ทุกคนก็อิ่มตัวแล้ว รู้สึกว่าเราต้องการที่จะไปหาประสบการณ์ใหม่ๆบ้าง รู้สึกว่าถ้าหากว่าเราไม่ได้เรียนตอนนี้ เราคงไม่มีโอกาสได้เรียนอีกแล้ว พอผ่านจุดนี้ไปมันก็ไปแล้วไปลับ

มีกระแสว่าทะเลาะกันจนวงแตก แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ ทั้ง 3 คนนี้รักกันมาก?

เด็บบี้ :สนิทกันมากค่ะ คือเราเริ่มต้นโดยการเป็นเพื่อนร่วมงานกัน หลังจากนั้นเราก็มากลายเป็นเพื่อนสนิท มาเป็นพี่น้องกัน จนทุกวันนี้เราก็คือครอบครัวเดียวกัน แล้วก็ยังเป็นอยู่

ณ วันนี้หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า นี่คือคุณแม่ลูกหนึ่งแล้ว แต่งงานกันสามีฝรั่งจ้า ไปเจอกันยังไง?

เด็บบี้ : เจอกันที่นี่ค่ะ เจอกันที่เมืองไทย เรียนจบโทปุ๊บ กลับมาทำงานที่นี่ก็เลยได้เจอคุณสามีค่ะ

เห็นบอกว่า เราไม่ได้เป็นคนชอบสายฝอ(ฝรั่ง)เลยสักนิด?

เด็บบี้ : ไม่ชอบค่ะ หนูชอบผู้ชายตี๋ ขาว หล่อค่ะ

แล้วสุดท้ายทำไมถึงผิดสเปคไปขนาดนั้น?

เด็บบี้ : เขาก็เป็นเพื่อนของเพื่อนเราแล้วเขาเข้ามาจีบใช่ไหมคะ เขาคอยดูแลเทคแคร์เราอย่างดี แล้วใช้เวลาเข้ามาเป็นเพื่อนก่อน แล้วเราค่อยๆดูไปอย่างงี้ พอดูๆไปดูๆมาแพ้ความดี แพ้ความดีปุ๊บถึงเริ่มเห็นความหล่อ

แล้วเขารู้ไหมว่าเราเป็นเด็บบี้บาซู?

เด็บบี้ : ตอนแรกเขาไม่ทราบเลยค่ะ พอได้มาคบกันแล้วเขาก็ทราบค่ะ เพราะเราก็เล่าให้เขาฟัง เพื่อนๆก็เล่าให้เขาฟัง

แล้วตอนที่เขาเห็นเราตีลังกาเกี่ยวขา เขารู้สึกยังไงบ้าง?

เด็บบี้ : ก็คงตกใจอะค่ะ ไม่ได้คิดว่าเราจะยิมนาสติกลีลาใหม่เบอร์นั้น คราวนี้ขอแต่งงานเลย เห็นว่ายิมนาสติกได้ ขนาดนี้ ไม่งั้นเนี่ยไม่ได้แต่งนะ(หัวเราะ)

สามีเนี่ยห่างกันกี่ปี?

เด็บบี้ : 2 ปีค่ะ เขาแก่กว่า

มีโซ่ทองคล้องใจ 1 คน?

เด็บบี้ : อายุ 3 ขวบค่ะ น้องลีอา

เด็บบี้ : สามีอยากมีค่ะ ก็บอกว่า เธอ ถ้าเธออยากมีก็ท้องเองไหม?

แปลกว่าจริงๆแล้วเราไม่อยากเหรอ?

เด็บบี้ : จริงๆแล้วเด็บก็อยากนะคะ แต่ก็รู้ว่าเราก็อายุไม่น้อยแล้วนะคะ

เด็บบี้ : 38 ค่ะ

38 ก็ยังได้อยู่จริงๆ

เด็บบี้ : ก็ยังได้อยู่ แล้วยิ่งสมัยนี้นะคะ เขาบอกว่า 38 คือ นิว 28 ใช่ไหมคะ? thirty eight is a new twenty eight

คลอดไป 1 คนแล้วคุณแม่ไม่ได้เปลี่ยนเลยอะ ทำยังไง?

เด็บบี้ : สำหรับเด็บนะคะก็จะเน้นเรื่องออกกกำลังกาย เพราะว่าหลังจากคลอดเนี่ยมีอยู่ช่วงนึงที่ไม่ได้ออกเลย เราก็แอบแบบรู้สึกว่าถึงเราจะไม่อ้วน แต่เราก็รู้สึกว่าเราไม่ฟิตไม่เฟิร์ม พอลูกเริ่มโตขึ้นมาปุ๊บเราก็เริ่มจัดหนักเลย ความมีวินัยเนี่ยเป็นสิ่งที่สำคัญ เราก็จะออกกำลังกายประมาณอาทิตย์ละ 3-4 วัน เข้ายิมแล้วก็เริ่มกลับมาเต้น

แต่งงานกับสามีต่างชาติทำไมถึงมาลงหลักปักฐานเมืองไทย? ตอนนั้นเคยไปอยู่ต่างประเทศด้วยกันมาแล้วใช่ไหม?

เด็บบี้ : ตอนนั้นเด็บเพิ่งเรียนจบ เพิ่งกลับมาจากอเมริกา พอตัดสินใจคบกันปุ๊บ ตอนแรกก็เล่นตัวอยู่ 3 เดือน พอคบ กันคราวนี้ไม่เล่นตัวแล้วค่ะ หนีตามเขาไปเลยค่ะ เพราะว่าคุณสามีได้งานที่อเมริกาก็เลยต้องย้าย ก็เลยบิน กลับอเมริกา ไปอยู่อเมริกาประมาณ 3 ปี  คุณสามีก็ได้งานใหม่ที่เมืองไทยอีกก็ย้ายบินกลับมาค่ะ

เป็นความบังเอิญไหมที่เขาได้งานที่เมืองไทยหรือเขาตั้งใจที่จะกลับเพื่อเรา?

เด็บบี้ : ตั้งใจค่ะ เขาก็ชอบด้วยค่ะ เขาก็ชอบวัฒนธรรมไทย ชอบชีวิตการเป็นอยู่ที่เมืองไทยด้วย

เด็บบี้ : จริงๆแล้วอยากอยู่ไทยค่ะ เพราะว่าเด็บก็มีคุณตาคุณยายที่ยังอยู่ที่เมืองไทยอยู่ แล้วก็อายุมากแล้ว

เห็นบอกว่ามีวิธีเลี้ยงลูกซึ่งบอกว่า “อิสระอย่างมีวินัย”?

เด็บบี้ :  คืออยากให้ลูกเนี่ยมีความคิดแบบอิสระ มีความคิดแบบว่าให้เขาได้ถามคำถาม กล้าที่จะถาม กล้าที่จะคิด กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง แต่ว่าในอีกแง่นึงก็ต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีความเป็นวัฒนธรรมไทยค่ะ

เด็บบี้เป็นลูกครึ่งไหม?

เด็บบี้ : เป็นลูกครึ่งค่ะ ลูกครึ่งสิงคโปร์-ไทยค่ะ

ตอนนี้คิดว่าลูกเป็นอเมริกันหรือไทยนิดนึง?

เด็บบี้ : ตอนเขามาค่ะ เป็นอเมริกันจ๋าเลย เพราะว่าเขาโตที่โน้นแล้วก็ไม่ได้พูดภาษาไทยด้วย เขาก็จะโดนเลี้ยงมา ค่อนข้างที่จะฝรั่งเลยค่ะ แต่พอมาอยู่เมืองไทยเนี่ยทั้งคุณพ่อคุณแม่ก็เห็นด้วยกัน พร้อมใจกันว่า ลูกต้องพูด ภาษาไทยได้และลูกต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ต้องรู้จักวัฒนธรรมไทย

ตอนนี้เราพูดภาษาอะไรกับลูก?

เด็บบี้ : ที่บ้านภาษาอังกฤษ แต่อยู่โรงเรียนส่งน้องไปเรียนโรงเรียนไทยก่อนค่ะ ตอนที่อยู่บ้านเนี่ย คุณพ่อบอกว่า “เธอต้องพูดภาษาไทยกับลูกนะ” นี่ก็จะลืมตลอดเลย ก็จะรู้สึกกดดัน เพราะว่าเราชินไงค่ะ กับการพูดภาษาอังกฤษกับลูก แต่ตอนนี้ลูกไปโรงเรียนไทยแล้ว เราก็บอก เธอไม่ต้องแล้วนะ อยู่บ้านเราพูดภาษาอังกฤษกันได้

แล้วเขา(น้องลีอา)ใช้ภาษาไทยกับเราไหมคะ?

เด็บบี้ : เขาก็มีบ้างค่ะ พอเขาเริ่มพูดกับเรา เราก็เริ่มพูดภาษาไทยกลับกับเขาค่ะ

แต่สิ่งที่เก๋มากคือ ไปโรงเรียนวันแรกไม่ร้องไห้เลย

เด็บบี้ : ไม่ร้องเลย คุณแม่เซอร์ไพรส์มาก คือแม่นี่เตรียมไปพังเลย เตียมแบบว่า โอเคต้องยืนปลอบยังไง เซย์กู๊ดบาย ฉันจะต้องมีความอ่อนโยนและก็หนักแน่นในเวลาเดียวกัน เตรียมจิตมาพร้อมมาก สรุปลูกเดินไปโรงเรียน บาย หม่ามี๊ สะบัดบ๊อบใส่จ้า แล้วก็ไปเลย ไปกับคุณครูค่ะ ไม่งอแงเลย แต่…เป็นแค่ 3 วันแรก ไม่ร้องเลย พอวันที่ 4 เริ่มรู้ตัวแล้วว่านี้เป็นชีวิตประจำวันของฉัน ฉันจะต้องไปทุกอาทิตย์ คราวนี้ร้องมันทั้งอาทิตย์เลยค่ะ

ตอนนี้เป็นแม่และภรรยาเต็มเวลาเลยไหม?

เด็บบี้ : ก็มีรับงานบ้าง แต่ก็ส่วนใหญ่ก็จะดูแลน้อง แล้วก็ดูแลธุรกิจที่อเมริกา

มีข่าวแว่วๆมาว่า “บาซู” จะคัมแบ็ค?

เด็บบี้ : ค่ะ ก็เด็บกับพี่กำปั้นก็ได้มีการคุยกันนะคะว่าอยากจะทำซิงเกิลเป็นโปรเจ็คพิเศษอย่างงี้ค่ะ มาฝากแฟนๆกัน จริงๆอัดไปแล้วค่ะ แต่ว่าเจอโควิดเลยหงายหลังตึ่งไปเลยค่ะ เพราะเพลงมันเป็นเพลงแบบปาร์ตี้นะคะ ไม่ใช่ปาร์ตี้ๆโควิดมาแล้ววงแตกไรงี้ ก็เลยเบรกไปแป๊บนึงก่อน

แดนซ์แบบโลกระเบิดเลยเปล่า?

เด็บบี้ : ก็ระเบิดเท่าที่จะไหวได้ เท่าที่ลุงกับป้าจะไหวได้ค่ะ (หัวเราะ)

แพลนหรือยังว่าจะช่วงไหน?

เด็บบี้ : ตอนนี้เราอยากจะให้เป็นปลายปีค่ะ แต่รอดูสถานการณ์อีกนิดนึงก่อน หวังว่าจะเป็นแบบนั้น

https://youtu.be/B7ZBv7ur-1Q

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...