โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ล้านแรกไม่ยาก... ถ้าฐานแข็งแรง ตอนที่ 1 เงินสำรองฉุกเฉินสำคัญไฉน

Finnomena

อัพเดต 08 ก.พ. 2566 เวลา 10.24 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2562 เวลา 04.00 น. • Get Wealth Soon

บทความนี้เป็นตอนแรกของซีรีส์“ล้านแรกไม่ยาก… ถ้าฐานแข็งแรง”เป็นซีรีส์ที่มีความตั้งใจมากๆ ในการพาทุกคนไปมีล้านแรกด้วยกัน โดยเริ่มสร้างจากฐานที่มั่นคงและแข็งแรง จะมี 5 ตอนด้วยกัน เริ่มตอนแรกที่ เงินสำรองฉุกเฉินสำคัญไฉน (Cash Flow Management)

เงินล้านคงเป็นเป้าหมายการเงินในฝันของใครหลายๆ คน การจะมีเงินล้านด้วยการเก็บเงินต้นเพียงอย่างเดียว หากเก็บเดือนละ 5,000 บาท จะต้องใช้เวลาถึง 17 ปี แต่หากนำเงิน 5,000 มาลงทุน โดยคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยทบต้นประมาณ 8% ต่อปี จะใช้เวลาอยู่ที่ 11 ปี ร่นเวลามาได้ 6 ปี

เห็นอย่างนี้ ใครๆ ก็อยากรีบนำเงินมาลงทุน จะได้มีล้านแรกเร็วๆ ใช่ไหมคะ แต่ช้าก่อนค่ะ จากรูปจะเห็นว่าในปีรามิด ส่วนของลงทุน (Investment) อยู่ชั้นเกือบบนสุดเลย แต่ฐานที่ใหญ่ที่สุด กลับเป็นฐานด้านล่างในเรื่องของเงินสำรองฉุกเฉินที่กำลังพูดถึงอยู่ในบทความนี้

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

ขอเปรียบเทียบแบบนี้ค่ะ ลองจินตนาการถึงเรือใบลำหนึ่งที่แล่นอยู่ในทะเลที่มีคลื่นซัดไปมาอยู่ตลอด เรือใบลำนั้นจะแล่นได้อย่างราบรื่นสวยงามหรือไม่ ก็มาจากฐานของเรือใบที่ใหญ่และแข็งแรง ช่วยพยุงให้เรือไม่ล้มคว่ำได้ง่ายๆ เรื่องการวางแผนการเงินก็เช่นกันค่ะ การเงินเราจะมั่นคง ก็มาจากรากฐานที่แข็งแรงเหมือนกัน

ดังนั้นวันนี้มาทำความรู้จักกับ Cash Flow Management กันต่อเลยค่ะ

Cash Flow Management คืออะไร?

เป็นการวางแผนรายรับ-รายจ่าย ดูว่าเรามีรายจ่ายในแต่ละเดือนเท่าไหร่ เพื่อดูต่อว่าในยามจำเป็น เราควรมีเงินสำรองฉุกเฉินไว้เท่าไหร่ ซึ่งเงินสำรองฉุกเฉินนี้มีไว้ใช้ยามฉุกเฉินจริงๆ ภาพที่เห็นได้ชัดที่สุดคือยามขาดรายได้ จะเกิดขึ้นได้เวลาเราเปลี่ยนงานกะทันหัน ยังไม่ได้เริ่มทำงานที่ใหม่ในทันที ก็จะเป็นช่วงที่เงินสำรองฉุกเฉินจะได้ทำงาน ระหว่างรอได้งานใหม่

เงินสำรองฉุกเฉินควรมีเท่าไหร่

แต่ละคนจะมีส่วนนี้ไม่เท่ากัน แต่ละอาชีพก็จะมีส่วนนี้ไม่เท่ากันเช่นกัน ตามตำราบอกว่าควรมีเงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นตัวเลขที่เราเห็นด้วย เพราะเวลาเราออกจากงาน ระหว่างรอสัมภาษณ์ได้งานใหม่ ก็น่าจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน ก็จะเป็นเงินส่วนนี้แหละ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตเราในระยะสั้นๆ ได้ แต่สำหรับคนที่ทำอาชีพเป็น Freelance หรือ ธุรกิจส่วนตัว อาจจะต้องเผื่อเงินส่วนนี้ไปมากถึง 6-12 เดือนเพราะมีรายได้ที่ไม่แน่นอน

ยกตัวอย่าง นางสาวเอ เป็นมนุษย์เงินเดือน มีค่าใช้จ่ายรายเดือนประมาณ 12,000 บาท เงินสำรองฉุกเฉินที่นางสาวเอควรมี คือ36,000-72,000 บาท

เงินสำรองฉุกเฉินควรเก็บที่ไหน

เป็นเงินส่วนที่เราเอามาใช้ในยามฉุกเฉิน ดังนั้นจะต้องเก็บไว้ในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง นำออกมาใช้ได้ง่าย เช่น เงินฝากออมทรัพย์ หรือ กองทุนรวมตลาดเงิน ที่รอเงินเพียง T+1 หรือ 1 วันทำการ นับจากวันที่ขายเท่านั้นเอง แต่ข้อดีที่มีมากกว่าเงินฝากออมทรัพย์ คือ มีการกระจายการลงทุนมากกว่าเงินฝาก มีไปลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น อายุไม่เกิน 1 ปี ทำให้กองทุนรวมตลาดเงินมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝากออมทรัพย์

ในตอนแรกของซีรีส์“ล้านแรกไม่ยาก… ถ้าฐานแข็งแรง” ได้เห็นความสำคัญของเงินสำรองฉุกเฉินไปแล้ว ซึ่งเป็นเงินก้อนแรกที่ควรจะมีก่อนจะขยับไปสู่เป้าหมายอื่นๆ อย่างเป้าหมายเงินล้าน

สำหรับใครที่สนใจเก็บเงินก้อนแรกผ่านกองทุนรวมตลาดเงินและตราสารหนี้ระยะสั้น สามารถดูรายละเอียดและสร้างแผนการลงทุนได้ที่ https://port.finnomena.com/plan-select/plans/money-plus

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลสำคัญของกองทุนโดยเฉพาะนโยบายกองทุน ความเสี่ยง และผลการดำเนินงานของกองทุน โดยสามารถขอข้อมูลจากผู้แนะนำก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...