โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ไม่ได้ขี้เกียจ! คนยุคกลางไม่ชอบอาบน้ำเพราะเชื่อว่ามันสกปรก

INN News

อัพเดต 03 มิ.ย. 2565 เวลา 07.08 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2565 เวลา 07.00 น. • INN News

ใครจะไปคิดว่าประโยคอย่าง “คนสะอาดที่ไหนเขาอาบน้ำ” จะเคยเป็นความคิดของคนยุโรปในสมัยก่อน เพราะเชื่อจริงๆว่าการอาบน้ำเป็นสิ่งไม่จำเป็นและเป็นภัยต่อความสะอาด จนแทบจะเรียกได้ว่าการอาบน้ำเป็นการเปิดรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย แม้ต่อให้กลิ่นตัวจะฉุนราวสัตว์ป่าก็ตาม

ถึงอดีตชาวโรมันตัวจะเป็นชนชาติแรกๆที่คิดค้นระบบรางขนส่งน้ำและโรงอาบน้ำรวมเพื่อจัดสรรพื้นที่ทำความสะอาดอย่างเป็นหมวดหมู่ ก่อนที่จะแพร่วัฒนธรรมโรงอาบน้ำไปยังประเทศต่างๆ ในแถบยุโรปให้เห็นดีเห็นงามกระทั่งกลายเป็นอารยธรรมสำคัญ

ไปอาบน้ำ=ปัดทินเดอร์

การเปิดโรงอาบน้ำสาธารณะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องจาก การทำน้ำอุ่นไว้สำหรับอาบเป็นเรื่องที่ใช้กำลังคนเยอะมากในสมัยก่อน เพราะคงไม่มีไอหนุ่มหรือนางสาวคนไหนกระเหี้ยนกระหือรืออาบน้ำเย็นในแถบประเทศที่หนาวจัดจนหิมะตกได้แน่นอน มีการจิบไวน์แดงกลางบ่อน้ำอุ่น เมาท์มอยรวมไปถึงโรงอาบน้ำถูกใช้เป็นสถานที่นัดแนะจุ๋งจิ๋งและดีลกันไปกินต่อที่บ้านด้วยเช่นเดียวกัน

เรียกได้ว่าโรงอาบน้ำไม่ต่างอะไรกับปาร์ตี้วัยรุ่นในสมัยนี้ ที่เต็มไปด้วยของกิน การนินทา และมั่วเซ็กส์หาคู่นอนกันอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งภายหลังการหาคู่นอนในห้องนี้จะกลายเป็นต้นกำเนิดอาชีพโสเภณีในช่วงเวลาต่อมา จนคริสตจักรต้องออกประกาศแบนการอาบน้ำเลยทีเดียว

ไม่อาบน้ำ=แฟชั่น

จากคำเตือนไม่สนับสนุนให้ประชาชนยุคกลางอาบน้ำโดยเหล่านักบวชที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์คุมความคิด มีการบอกว่าอาบน้ำจะทำให้เนื้อตัวสกปรก เป็นแหล่งกำเนิดของเชื้อโรค เนื่องจากการอาบน้ำทำให้รูขุมขนตามตัวกว้างขึ้นจนเชื้อโรคเข้าไปในร่างกายง่ายขึ้นนั่นเอง

ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ทำให้กระแสไม่อาบน้ำเป็นเทรนด์ฮิตโดยเฉพาะหมู่ชนชั้นสูงที่ชื่นชอบอะไรใหม่ เหล่าคนรวยพยายามอาบน้ำให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้และหันมาพึ่งน้ำหอมเพื่อปกปิดกลิ่นตัว

มีโซเชียลไอค่อนนำเทรนด์ไม่อาบน้ำเด่นหลายคน ได้แก่ ราชินีอาลิซาเบ็ธที่ 1 ที่ให้ความเห็นว่าการอาบน้ำต้องเปลือยกาย และการเปลือยกายนำมาสู่การล่วงประเวณี หรือจะเป็น พระเจ้าหลุยที่ 14 ที่มีประวัติว่าทั้งชีวิตอาบน้ำแค่เพียง 3 ครั้งเท่านั้น จนถูกจารึกในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสว่าพระองค์ทรงมีกลิ่นตัวยั่วยวนราวสัตว์ป่า

โดยวัฒนธรรมการไม่อาบน้ำเพราะมองว่าเป็นเรื่องสกปรกนี้ ไม่เพียงแต่สร้างกระแสเหยียดคนชั้นแรงงานที่ต้องอาบน้ำบ่อยๆเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ปัญหาเรื่องกลิ่นได้นำมาสู่การพัฒนาสูตรน้ำหอมต่างๆ มากมายโดยเฉพาะแถบฝรั่งเศส จนกลายเป็นประเทศขึ้นชื่อเรื่องน้ำหอมในปัจจุบัน

ตัดกลับมายุคปัจจุบัน การอาบน้ำได้ถูกกลับมาเป็นกิจวัตรที่ต้องทำอีกครั้งเพื่อล้างเนื้อล้างตัวจากสิ่งสกปรกต่างๆ โดยเฉพาะในยุคเชื้อโรคครองเมืองนี้ แต่ถ้าใครรู้สึกขี้เกียจจริงๆหรือไม่อยากเอาเรือนร่างไปสัมผัสน้ำเย็นก็ลองหาสเปรย์แอลกอฮอล์หอมๆมาฉีดแล้วอ้างว่าเลียนแบบคนยุคโบราณดูก็เท่ดีเหมือนกันนะ

ติดตามเรื่องแปลกๆที่ไม่เคยรู้เกี่ยวกับสุขภาพได้อีกที่ iNN Lifestyle

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...