เตือนผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวข้าราชการ ตรวจสอบสิทธิก่อนเข้ารับการรักษาพยาบาล
กรมบัญชีกลางย้ำ ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว ให้ตรวจสอบสิทธิการเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ก่อนเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาล เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง และลดผลกระทบที่เกิดจากการไม่พบสิทธิในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาล
นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้มีข้อมูลในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐที่ใช้สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการจำนวนมาก ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบและปรับปรุง แก้ไข หรือเพิ่มเติมข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน จากทั้งผู้มีสิทธิและนายทะเบียนของส่วนราชการต้นสังกัด อาทิ การไม่แจ้งข้อมูลการจดทะเบียนหย่า การออกจากราชการ หรือโอนย้ายหน่วยงานใหม่ เป็นต้น ส่งผลให้ข้อมูลใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการจากข้อมูลบางส่วนมีความคลาดเคลื่อน ในกรณีเป็นผู้ไม่มีสิทธิแล้ว กรมบัญชีกลางได้ดำเนินการระงับสิทธิในระบบเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล และเรียกเงินคืน
"ขอย้ำให้ผู้มีสิทธิ ตรวจสอบข้อมูลของตนเองและบุคคลในครอบครัว ก่อนเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาล อย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดจากการไม่พบสิทธิในระบบ โดยสามารถตรวจสอบสิทธิได้จาก 2 ช่องทาง คือ แอพพลิเคชั่น CGDiHealthCare หรือ เว็บไซต์ e-service กรมบัญชีกลาง โดยลงทะเบียนในระบบการยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองทางอิเล็กทรอนิกส์ หากผู้มีสิทธิตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือ e-mail address ไม่ถูกต้อง ผู้มีสิทธิสามารถปรับปรุง แก้ไข ได้ด้วยตนเอง หากเป็นการแจ้งข้อมูลการจดทะเบียนหย่า หรือมีการเปลี่ยนแปลงชื่อ สกุล ขอให้แจ้งนายทะเบียนต้นสังกัด เพื่อปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน ซึ่งกรมบัญชีกลางได้กำหนดรอบประมวลผลการขึ้นสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการในวันที่ 4 และ 19 ของทุกเดือน" โฆษกกรมบัญชีกลาง กล่าว
ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 ในวันและเวลาราชการ
โฆษกกรมบัญชีกลางกล่าวเพิ่มเติมว่า หากส่วนราชการมีการออกคำสั่งให้ข้าราชการ/ลูกจ้างประจำ ออกจากราชการ หรือโอนย้ายหน่วยงาน ขอให้ส่งคำสั่งให้นายทะเบียนของส่วนราชการเพื่อปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
กรมบัญชีกลางเพิ่มรายการยามะเร็ง ผู้มีสิทธิเบิกจ่ายตรงได้ เริ่ม1 ก.ค.
กรมบัญชีกลางเพิ่มเกณฑ์เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล รพ.เอกชน ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19