โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกิดมาเพื่อร้อง! “โบ สุนิตา” ศิลปินหญิงที่ล้านตลับเร็วที่สุดของแกรมมี่!

TheHippoThai.com

เผยแพร่ 16 ส.ค. 2562 เวลา 01.00 น. • THE HIPPO | Another Point Of View

“…นักร้องหูเทวดา…”

นี่คือคำจำกัดความของพี่ติ๊ด – โสฬส ปุณกะบุตร Producer แถวหน้าผู้คร่ำหวอดในวงการเพลงไทยมาตั้งแต่ยุคล้านตลับ ใช้นิยาม “โบ - สุนิตา ลีติกุล” ศิลปินคนแรกและคนเดียวของแกรมมี่ที่ก้าวเข้ามาเป็นนักร้องตามขั้นตอน ด้วยภาพของเด็กผู้หญิงธรรมดา ออกจะบ้าน ๆ เสียด้วยซ้ำถ้าให้เธอจำกัดความ ซึ่งถือเทปเพลงอัดเสียงตัวเองม้วนหนึ่ง แล้วเดินหน้าเข้ามาสมัคร จนสุดท้ายเธอได้กลายเป็นเจ้าของสถิติยอดขายล้านตลับรวดเร็วที่สุดของแกรมมี่

แต่แน่นอนว่า การเดินทางของเด็กสาวคนนั้น มาถึงวันนี้ นับเป็นอะไรที่พิเศษ (มาก ๆ) แล้วเธอทำให้เกิดความพิเศษนี้ขึ้นได้อย่างไร ? อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เธอคนนี้ ? บางทีเรื่องราวของเธอต่อจากนี้ อาจจะทำให้เราได้คำตอบไปพร้อมๆ กับการรู้จัก โบ สุนิตา ที่เรายังไม่ได้รู้จักมาตลอด 24 ปีในวงการเพลงเลยก็เป็นได้

Minus One Karaoke และพี่แจ้ ดนุพล ที่สร้างโบ สุนิตา

ด้วยความที่ครอบครัวไม่ได้มีฐานะอะไร ดังนั้นงบประมาณที่จะไปลงกับของเล่นในวัยเด็กสำหรับโบ สุนิตาคนนี้ จึงแทบจะไม่มีเลย สิ่งหนึ่งที่เธอถือว่าเป็นของเล่นสำหรับเธอและเธอรักมาก คอยเก็บสตางค์ค่าขนมเพื่อไปซื้ออยู่เสมอ นั่นก็คือ เทปเพลงของศิลปินต่าง ๆ แต่ที่เธอรักยิ่งกว่าเทปจริง ๆ ของนักร้องก็คือผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Minus One Karaoke” นั่นก็คือ เทปที่ตัดเสียงร้องของนักร้องออก เหลือแต่ดนตรีจริง ๆ ให้ได้ฝึกร้อง ซึ่งความสนุกสำหรับเธอคือการได้อัดเสียงตัวเองใส่เข้าไปในเพลงนั้น ๆ

แต่เธอก็ไม่รู้เลยว่าความสนุกในวัยเด็กวันนั้น จะตกตะกอนเป็นความฝัน (และกลายเป็นความจริง) สำหรับเด็กหญิงสุนิตาเลย จนกระทั่งเธอได้ไปเห็นพี่แจ้ - ดนุพล แก้วกาญจน์ และสมาชิกวงแกรนด์เอ็กซ์ เล่นดนตรีอยู่ในรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง เธอจึงได้รู้ตัวว่าชีวิตนี้สุนิตา อยากจะเป็นนักร้องนี่แหละ โดยที่ระหว่างทางในชีวิตไม่เคยมีความคิดความฝันอยากจะทำอย่างอื่นอีกเลย

อายุ 15 เดินมากับเทปม้วนหนึ่ง

เมื่อถึงวัย 15 ปี สุนิตาก็ตัดสินใจทำความฝันตัวเองให้เป็นจริง ด้วยการลองเสี่ยงเขียนจดหมาย (จดหมายจริง ๆ) ไปหาญาติที่หาดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้รับจัดคอนเสิร์ตในภาคใต้ ว่าเธออยากจะสมัครเป็นนักร้องที่แกรมมี่ เธอจะต้องทำอย่างไรบ้าง ญาติของเธอจึงโทรไปหาพี่แดง – ปรีชา ภาคอุทัย ที่ในขณะนั้นเป็นผู้จัดการมอส ปฏิภาณ จึงได้รับคำแนะนำว่าให้ลองอัดเสียงร้องใส่เทปมาส่งที่แกรมมี่ดู

แล้ววันนั้นก็มาถึง เธอถือเทปเพลงอัดเสียงตัวเองร้องเพลงคิดถึงเหลือเกิน (มาลีวัลย์ เจมีน่า) / ผิดไปแล้ว (มาช่า วัฒนพานิช) / ปล่อยใจฝัน (วิยะดา โกมารกุล ณ นคร) และ เสียใจได้ยินไหม (ใหม่ เจริญปุระ) เรียกว่าร้องมาทุกแนวของนักร้องหญิงในเวลานั้น แล้วมานั่งรออยู่ตามนัดที่หน้าห้องพี่นิค – วิเชียร ฤกษ์ไพศาล (รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการผลิตและโปรโมชั่นของแกรมมี่) ซึ่งต้องรออยู่หน้าห้องเป็นชั่วโมง ๆ เพราะเทปของเธอนั้นต้องเดินทางขึ้นลงตึกไปให้ผู้บริหารใหญ่แกรมมี่หลาย ๆ ท่านฟังให้ทั่วถึง (มีพี่เล็ก – บุษบา ดาวเรือง เป็นต้น) เพราะไม่มีใครเชื่อว่าเธอร้องเอง มันร้องดีเกินไป !

จนในที่สุด เธอก็ได้รับคำถามกลับมาว่า “ถ้าอัดมาขนาดนี้แล้ว ผลคือไม่ได้ล่ะ จะทำอย่างไร” เธอก็ตอบไปสั้น ๆ ตามประสาเด็กอายุ 15 ปี ว่า “ก็แค่กลับไปทำใหม่ แล้วกลับมาเป็นเราในแบบที่ดีกว่าเดิมค่ะ” นั่นจึงทำให้เธอได้เข้าไปสู่การ Screen Test ร้องเพลงผิดไปแล้ว และความดันทุรังสูง ในห้องอัดอีกครั้ง

นัก (เรียน) ร้อง (เพลง) ผู้กลายมาเป็น นักร้อง (Guide)

หลังจากที่ Screen Test ต่าง ๆ มากมายกว่า 1-2 สัปดาห์ ในที่สุดพี่ดี้ – นิติพงษ์ ห่อนาค Producer ระดับสูงท่านหนึ่งของแกรมมี่ในขณะนั้นก็เปิดประตูมาบอกเธอว่า*“ไม่ต้องร้องแล้ว ขอต้อนรับเข้าสู่แกรมมี่นะ” *

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเธอจะได้เป็นนักร้องออกเทปเลยหลังจากประโยคนั้น เพราะสุนิตานั้นยังต้องฝ่าฟันอีกอีกยาวไกล เริ่มต้นจากการเข้าชั้นเรียนร้องเพลงกับพี่นิ่ม สีฟ้า – กัลยารัตน์ วารณะวัฒน์ นักแต่งเพลงและครูสอนร้องที่ขึ้นชื่อว่าเฮี้ยบที่สุดแล้วในแกรมมี่ ร่วมชั้นเรียนกับอิงค์ – อ่ำ (อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยาและอัมรินทร์ นิติพน) / โย - ยศวดี หัสดีวิจิตร และ Y Not 7 จากเด็กหญิงผู้อ่านโน้ตเพลงไม่เป็นเสียด้วยซ้ำ ก็ได้พัฒนาจนกลายมาเป็นตัว Top ของชั้นเรียนคู่กับ กอล์ฟ – รุ่งโรจน์ ผลหว้า มือเบสและหัวหน้าวง Y Not 7

จนสุดท้ายเธอได้รับงานนักร้อง Guide ให้กับศิลปินในแกรมมี่มากมายทั้ง มาลีวัลย์ เจมีน่า / คริสติน่า อากีล่าร์/ทาทา ยัง / นัท มีเรีย / เจ เจตรินและพาเมล่า เบาว์เด้น ควบคู่ไปกับการทำเพลงของตัวเอง นับว่าเป็นศิลปินคนเดียวในสมัยนั้นที่ได้ทำอะไรแบบนี้

*“เรายังรักกันอยู่ใช่ไหม” และ “อยากให้เธออยู่ตรงนี้” *

และวันที่เธอจะได้มีเพลงของตัวเองจริง ๆ ก็มาถึง เมื่อเธอได้รับงานให้ร้องเพลง “ยังรักกันอยู่ใช่ไหม” ประกอบละครลัดฟ้ามาหารัก (2538) นั่นคือเพลงแรกที่ทำให้สาธารณชนได้รู้จักกับ “โบ สุนิตา” นักร้องหญิงเสียงดีที่ไม่มีใครรู้ว่าเธอมาจากไหน (ฮา) แต่เพลงของเธอก็ได้รับกระแสชื่นชม จนกระทั่งมีผลงานเพลงประกอบละคร เพลงที่สองออกมาต่อเนื่องกัน นั่นคือเพลง “อยากให้เธออยู่ตรงนี้” ประกอบละครพริกขี้หนูกับหมูแฮม (2538) และทั้งละครและเพลงประกอบก็ดังถล่มทลายจนเรียกว่าเพลงนี้กลายเป็นอีกหนึ่งลายเซ็นของโบ สุนิตา นั่นจึงทำให้แกรมมี่ มั่นใจแล้วว่า ถึงเวลาที่จะทำอัลบั้มให้สุนิตาแล้ว

“เราเห็นนายที่ RCA” ประโยคเดียวจากอาเต๋อ – เรวัต ที่ล้ม Project สุนิตาทั้งอัลบั้ม

แต่เมื่อทำเพลงในอัลบั้มแรกไปได้จนเสร็จแล้ว พร้อมที่จะผลิตและวางแผง วันหนึ่งเธอก็ได้ไปเที่ยว RCA ย่านบันเทิงของวัยรุ่นที่ดังมาตั้งแต่ยุคนั้นจนตอนนี้ แต่เธอนั้นไม่ชอบกลิ่นบุหรี่และดื่มเหล้า การไปเที่ยวของเธอนั้นจึงเป็นการไปสนุกสนานกับเพื่อน ๆ เสียมากกว่า ภาพที่เกิดขึ้นจึงเป็นสุนิตาและผองเพื่อนเดินผ่านร้านไหน เจอเพลงที่ชอบก็หยุดเต้นเพลงนั้นหน้าร้านไปเลย ท่ามกลางผู้คนและรถติดที่เคลื่อนตัวผ่านไปช้า ๆ

จนเมื่อเธอกลับเข้ามาที่แกรมมี่ในวันต่อ ๆ มา อาเต๋อ - เรวัต พุทธินันทน์ ก็ได้กล่าวขึ้นเมื่อเจอหน้าเธอว่า “เราเห็นนายที่ RCA” ประโยคนั้นทำให้สุนิตาต้องเสียวสันหลังวาบ เพราะเธอเองนั้นยังเด็กและสำหรับพี่ ๆ เธอออกจะเป็นเด็กนิ่ง ๆ เสียด้วยซ้ำ ซึ่งต่อมา อาเต๋อได้ตัดสินใจคุยกับโบว่า เพลงที่ทำเสร็จไปแล้วนับสิบเพลงนั้น มันเป็นเพลงที่ดีและเพราะทั้งหมด แต่มันไม่ใช่ตัวตนของสุนิตา อาเต๋อจึงถามเธอว่า เธอยอมเสียเวลาทิ้งงานที่ทำมาไหม แล้วเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ให้เป็นตัวเธอ และเธอก็ตอบตกลง

Beau (โบ)”

ในขณะที่อาเต๋อตกลงกับโบ สุนิตาว่าจะทำเพลงในอัลบั้มแรกใหม่ทั้งหมด อาเต๋อก็ได้มอบหมายให้ พี่ปอนด์ – ธนา ลวสุต รับหน้าที่ Producer ของอัลบั้มนี้ พร้อมทั้งทิ้งโจทย์ไว้ว่า “…ถ้าทำโบ สุนิตา ให้เป็น Easy Listening น่าจะขายได้สักสามแสนตลับ แต่ถ้าทำโบ สุนิตา เป็น Rock น่าจะขายได้สักหกแสนตลับ…” แต่จากคำสั่งโจทย์ก็กลับกลายเป็นคำสั่งเสียของอาเต๋อไปเสียก่อน พี่ปอนด์จึงตัดสินใจทำอัลบั้มนี้ในแนว Rock ต่อ โดยได้พี่ดี้ – นิติพงษ์ ห่อนาค เป็นผู้ดูแล Project

พร้อมกันกับการทำงานหนักของพี่ฉัน – ฉันทนา ศรีอนุชาต ผู้ดูแลด้านกลยุทธ์การสื่อสารของแกรมมี่ ที่ยังอึ้ง ๆ กับการเปลี่ยนภาพลักษณ์ขอโบ สาวนิ่ง ๆ ที่พี่ ๆ รู้จักเป็น Rock แต่ในที่สุด พี่ฉันก็ตัดสินใจเคาะ Concept ของงานสื่อสารว่า “ผู้หญิงคนนี้เกิดมาเพื่อร้องเพลง” เราจึงได้เห็นภาพโปรโมทที่เป็น Scale บน Microphone ที่ใช้ Test เสียงของนักร้อง พร้อมเข็มที่ปัดขึ้นลงเมื่อร้องท่อน “ไม่อยากรักคนที่ไม่อยากรักเรา” เป็นภาพที่แรกของ Beau (โบ)” อัลบั้มของเธอในปี 2539 ตามมาด้วยภาพลักษณ์เด็กสาวเสียงดี ในชุดกะลาสีเรือ ที่เป็นภาพจำมาจนถึงทุกวันนี้

“ล้านตลับ” รวดเร็วที่สุดของแกรมมี่

เมื่อ “ไม่อยากรักคน (ที่ไม่อยากรักเรา)” เข้าสู่หน้าปัดวิทยุเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2539 กระแสความนิยมที่ถล่มทลายก็ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว รุนแรงและต่อเนื่องด้วย “พรุ่งนี้ (จะไปกับเธอ)” / “เธอไม่เคยถาม” / “ไม่มีอีกแล้ว” และ “ฉันรู้” จนภายในเวลาแค่สองสัปดาห์ เธอก็ได้รับสายจากพี่ปอนด์ ธนา ว่ายอดขายตอนนี้ไปได้กว่าแปดแสนตลับแล้ว ซึ่งเธอยังจำได้ว่า อารามตกใจและความเป็นเด็กในตอนนั้น ทำให้เธอหลุดโพล่งใส่พี่ปอนด์ไปว่า “พอแล้ว ๆ พี่ ไม่ต้องขายแล้ว” ไปเสียด้วยซ้ำ

ภายในเวลา 28 วัน ไม่ทันจะถึงเดือนกันยายนดี เธอก็ได้กลายเป็นเจ้าของสถิติศิลปินล้านตลับที่ทำยอดขายเร็วที่สุดไปเสียแล้ว จนได้มีการเปลี่ยนปกอัลบั้มและทำเพลงพิเศษ “ขอเป็นคนของเธอ” เพิ่มเข้าไป แล้วใครมันจะไปคิดว่าการพูดเล่นกับพี่ปอนด์ ธนา ในห้องอัดเพลงขอเป็นคนของเธอว่า “เจอกันล้านหน้านะพี่” มันจะกลายเป็นความจริง เพราะอัลบั้มพิเศษ เพิ่มเพลงอีกหนึ่งเพลงนี้ก็ได้ล้านตลับอีก ! และเป็นที่มาของเพลงพิเศษฉลองอัลบั้มพิเศษนี้อีกที นั่นก็คือเพลง“พรุ่งนี้จะรักฉันไหม”

และถ้าใครที่ยังมีคำตอบอยู่เต็มหัวใจว่า “พรุ่งนี้ก็ยังรักโบอยู่” ก็ต้องไม่พลาดคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 22 ปี ของโบ สุนิตา กับ RHYTHM Of BEAU SUNITA Concert วันที่ 23 – 24 พฤศจิกายนนี้ ที่ Royal Paragon Hall เป็นเจ้าของบัตรกันได้แล้ววันนี้ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...